ขณะที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ใช้สิทธิลุกขึ้นชี้แจงทันทีถึงงบกลางที่นายจูรี ได้อภิปรายถึง เพื่อไม่ต้องรอนายจูรีจุดธูป เพราะกลัวจะไม่ได้กลิ่น โดยระบุว่า ให้นายจูรี ได้ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี หรือนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก่อนในประเด็นดังกล่าว ซึ่งตนเอง ยอมรับว่า ในปีนี้งบกลางเพิ่มขึ้นจริง 60,000 ล้าน แต่ส่วนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เฉพาะที่รัฐบาลนำไปจัดสรรโครงการฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งส่วนนี้ เพิ่ม 1,000 ล้านบาท และส่วนที่เพิ่มอื่น เป็นเพราะเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ 24,000 ล้าน ซึ่งที่เพิ่มขึ้น เพราะรัฐบาลพบว่า ที่สำนักงบประมาณตั้งงบประมาณมา ไม่เคยพอ จึงพยายามขยับเพิ่ม เพื่อไม่ให้รัฐบาลต้องไปนำเงินคงคลังมาใช้ รวมถึงยังมี เงินสำรอง สมทบ ชดเชยของข้าราชการ ที่จะไปชดเชยตามกฎหมายกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. รวมถึงเงินรักษาพยาบาลข้าราชการ ที่จะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ มิเช่นนั้น งบประมาณในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ และอาจเปลี่ยนเป็นสวัสดิการการรักษาพยาบาล เป็นการซื้อประกันให้ข้าราชการ ซึ่งสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 60,000 – 70,000 ล้าน และเป็นแนวทางที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจดำเนินการ ดังนั้น นายจูรี ไม่ต้องจุดธูปเรียก เพราะตนเองอยู่ภายในห้องประชุมนี้ ทั้ง 3 วัน ทุกวินาที
ส่วนแผนป้องกันภัยพิบัตินั้น นายภราดร ระบุว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการป้องกันภัยพิบัติ จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด