เนชั่นทีวี

ข่าว

3 รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ อ.วังสะพุง เดินเครื่องแก้ปัญหา ปชช.

21 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

3 รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ อ.วังสะพุง เดินเครื่องแก้ปัญหา ปชช.

3 รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ อ.วังสะพุง ชื่นชม "เลยโมเดล" ปราบยาเสพติด แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ์ ขยายเขตประปา-ไฟฟ้า ดึงเทคโนโลยีเสริมทัพการทำงานท้องถิ่น สร้างอาชีพชุมชน

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่โรงเรียนศรีสงคราม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมพบปะ และมอบแนวทางการขับเคลื่อนการ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอวังสะพุง โดยมีนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ตลอดจนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอวังสะพุง กลุ่มสตรี สภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

3 รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ อ.วังสะพุง เดินเครื่องแก้ปัญหา ปชช. 3 รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ อ.วังสะพุง เดินเครื่องแก้ปัญหา ปชช.

นายพลพีร์ ได้กล่าวชื่นชมการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญเร่งด่วน (Action 5 Plus) ของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะความสำเร็จด้านการจัดการปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเลยที่ทำได้อย่างดีเยี่ยมและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำและยกย่องให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยมีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ การจัดการปัญหายาเสพติดอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงการคัดกรองหรือนำผู้ป่วยไปบำบัดรักษา แต่ต้องอาศัยความกล้าหาญในการชี้เป้าและจับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศชาติต้องสูญเสียรายจ่ายไปกับการจัดการปัญหายาเสพติดและปัญหาการเผาป่ารวมกันกว่า 8-9 พันล้านบาทต่อปี หากสามารถลดปัญหาเหล่านี้ลงได้ งบประมาณดังกล่าวจะสามารถนำไปแปรเปลี่ยนเป็นสวัสดิการเพื่อตอบแทนความเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มากขึ้น

"รัฐบาลยังมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนในด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับข้อจำกัดทางงบประมาณในส่วนของการจัดสวัสดิการต่างๆ แต่ก็ยังคงผลักดันนโยบายสำคัญ เช่น นโยบายการปรับลดค่าไฟฟ้าระดับ 3 บาทใน 200 หน่วยแรก รวมถึงแนวคิดในการส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่รัฐบาลมีเป้าหมายจะสนับสนุนเงินดาวน์คันละ 10,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาบริหารจัดการงบประมาณเพื่อนำมาขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนยึดหลักการทำงานตามแนวทางของนายกรัฐมนตรี "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" ให้ความสำคัญกับการพิจารณาพฤติกรรมและการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก โดยได้ยกตัวอย่างกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาในจังหวัดภูเก็ตที่ผ่านมา ซึ่งพบปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ และการลักลอบใช้ไฟฟ้าโดยมิชอบ ตลอดจนการประกอบกิจการโรงแรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นจำนวนมาก กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า หากข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐมีความกล้าหาญที่จะยับยั้งและบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่จุดเริ่มต้นก่อนที่จะมีการลงทุนก่อสร้าง ปัญหาบานปลายย่อมไม่เกิดขึ้น จึงขอฝากให้พี่น้องข้าราชการกระทรวงมหาดไทยมีความกล้าที่จะหยุดยั้งปัญหาก่อนที่จะเกิดผลกระทบวงกว้าง" นายพลพีร์ กล่าว

 

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล "กรมที่ดิน" ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่จังหวัดเลยที่ยังตกค้างอยู่จำนวน 312 แปลงให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำเอกสารสิทธิ์ไปทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาลและยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งกำหนดกรอบเวลา 15 วัน ให้อธิบดีกรมที่ดินเร่งสำรวจการให้บริการของศูนย์บริการที่ดินทุกแห่งในจังหวัดเลย เพื่อตรวจสอบความล่าช้า ขีดความสามารถของบุคลากร และความเพียงพอของเทคโนโลยี เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องรอคอยรับบริการเป็นเวลานาน ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้มอบหมายให้เร่งสำรวจและบูรณาการแผนงานล่วงหน้าเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและชุมชนไปจนถึงปี 2570-2571 โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมป่าไม้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขยายเขตวางเสาพาดสายให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชนอย่างครอบคลุม ตลอดจนได้ปรับเปลี่ยนมิติการทำงาน โดยขอให้ผู้บริหารหน่วยงานในระดับจังหวัดจัดสรรเวลาปฏิบัติงานในสำนักงานเพียง 4 วัน และลงพื้นที่จริง 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อสัมผัสปัญหาและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนด้วยตนเองแทนการพึ่งพารายงานเพียงอย่างเดียว

 

ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานราก ได้มอบหมายให้ "กรมการพัฒนาชุมชน" เร่งส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน โดยตั้งเป้าหมายยกระดับคุณภาพและเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ OTOP ในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยส่งเสริมให้กลุ่มสตรีที่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 10 สตางค์ จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มีการแบ่งปันหน้าที่กันตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป ไปจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อกระจายรายได้และป้องกันการผลิตสินค้าซ้ำซ้อนจนเกิดการตัดราคากันเอง โดยตั้งเป้าหมายสำคัญว่าภายในระยะเวลา 2 ปี สตรีในจังหวัดเลยจะต้องมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงทุกคน ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัด และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนมีรายได้หลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งยั่งยืนกว่าการพึ่งพาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงอย่างเดียว

 

นายพลพีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่พร้อมกันของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 ท่าน ถือเป็นการให้ความสำคัญและสะท้อนความผูกพันที่มีต่อชาวจังหวัดเลยอย่างยิ่ง จึงขอให้หัวหน้าส่วนราชการทุกท่านนำนโยบายไปปรับใช้และปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชน ก่อนที่คณะจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปปฏิบัติภารกิจสำคัญในต่างประเทศต่อไป

 

ด้านนายเจเศรษฐ์ ขอขอบคุณชาวจังหวัดเลยสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น พร้อมชื่นชมความสำเร็จของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอวังสะพุง ที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาในทุกบริบท และเตรียมนำโมเดลความสำเร็จนี้ไปขยายผลเพื่อเป็นแผนแม่บทระดับประเทศต่อไป ในส่วนของการกำกับดูแลภารกิจของกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เน้นย้ำถึงการยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการก่อสร้างต่างๆ เช่น เขื่อนป้องกันตลิ่งหรือเขื่อนป้องกันอุทกภัย โดยกำชับว่าทุกโครงการจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการก่อสร้างตัวเขื่อนเท่านั้น แต่ต้องมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบควบคู่ไปด้วย อาทิ การปรับปรุงถนน การติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่าง การจัดสร้างลานกีฬาหรือเครื่องออกกำลังกาย และการจัดเตรียมพื้นที่สาธารณประโยชน์ เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณเกิดความคุ้มค่าและตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าจังหวัดเลยจะได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

 

"เรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าแต่ละจังหวัดต้องมีแผนแม่บทที่ชัดเจนในการพัฒนาระบบประปาและแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดประสบปัญหาในการบริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้านหรือประปาท้องถิ่น การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ก็มีความพร้อมที่จะรับโอนกิจการเข้ามาดูแล เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนของการใช้งบประมาณ สำหรับภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เนื่องจากจังหวัดเลยเป็นพื้นที่ที่เผชิญกับภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง ดินโคลนถล่ม และภัยหนาว ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงมีแผนที่จะสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ เช่น รถดูดโคลน หรืออุปกรณ์ตัดแต่งต้นไม้ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำงบประมาณของตนเองไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นให้แก่ประชาชนแทน พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้มีการบูรณาการความรู้ด้านการรับมือภัยพิบัติให้แก่ผู้นำชุมชน ประชาชน และนักเรียนอย่างทั่วถึง" นายเจเศรษฐ์ กล่าว

 

นายวรศิษฎ์ ชื่นชมการดำเนินงานของจังหวัดเลยและอำเภอวังสะพุงในทุกมิติ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย พร้อมกันนี้ได้มอบนโยบายสำคัญแก่ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยระบุว่าปัจจุบัน อปท. ได้รับการถ่ายโอนภารกิจจำนวนมาก ข้าราชการจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบและข้อกฎหมายอย่างถ่องแท้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน กระทรวงมหาดไทยจึงอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำด้านกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางในการให้บริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนกว่า 7,000-8,000 แห่งทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงสวัสดิการและบริการต่างๆ ของรัฐ เช่น การขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม หรือการขอรับการสนับสนุนสิ่งของสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนความยุ่งยากซ้ำซ้อน พร้อมย้ำให้ข้าราชการทำงานโดยยึดหลักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และบริการประชาชนดุจญาติมิตร

 

"ในส่วนของการจัดสรรงบประมาณและการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุข นายวรศิษฎ์ ได้กล่าวถึงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณสะสมของท้องถิ่นร่วมกับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล (Matching Fund) โดยเสนอแนะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณานำงบประมาณดังกล่าวไปลงทุนในโครงการที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดตั้งศูนย์ฟอกไตในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางข้ามอำเภอหรือข้ามจังหวัดของผู้ป่วยและญาติ รวมถึงการนำงบประมาณไปปรับปรุงระบบประปาท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานทางวิศวกรรมก่อนทำการถ่ายโอนให้ กปภ. เข้ามาบริหารจัดการต่อเพื่อแก้ปัญหาน้ำไม่สะอาดหรือท่อแตก นอกจากนี้ ยังได้ให้คำมั่นในการเร่งรัดการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับโรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองวังสะพุงในปีงบประมาณหน้า เพื่อยกระดับการศึกษาและอนาคตของเยาวชนในพื้นที่" นายวรศิษฎ์ กล่าว

 

นายวรศิษฎ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า โมเดลการจัดการปัญหายาเสพติดและผู้ป่วยจิตเวชของจังหวัดเลย พร้อมเปิดเผยว่ากระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการจัดการกับผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มวิกฤตที่ควบคุมตนเองไม่ได้ โดยจะจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาเป็นการเฉพาะ และที่สำคัญคือการบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการจัดหาตำแหน่งงานรองรับผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้วในพื้นที่อื่น เพื่อดึงผู้ป่วยออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ป้องกันการกลับไปสู่วงจรยาเสพติดซ้ำ ซึ่งจากการทดสอบพบว่าวิธีการนี้สามารถลดอัตราการกลับไปใช้ยาเสพติดได้ถึงร้อยละ 80 โดยเตรียมนำโมเดลนี้ไปขยายผลใช้ในระดับประเทศต่อไป พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยความขอบคุณในไมตรีจิตของการต้อนรับที่อบอุ่น และให้คำมั่นสัญญาว่าจะลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานและรับใช้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 

:: "เจเศรษฐ์-วรศิษฎ์" ลงพื้นที่ติดตามกรณีกันสาดอาคารชั้น 2 บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ร่วงหล่น จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่กระทบโครงสร้างหลัก ด้านสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ประกาศห้ามใช้อาคารที่เกิดเหตุ 5 คูหา เพื่อตรวจสอบโดยละเอียด :: 

3 รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ อ.วังสะพุง เดินเครื่องแก้ปัญหา ปชช.

ทั้งนี้ ภายหลังเดินทางกลับจากภารกิจที่จังหวัดเลย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะสั่งและปฏิบัติราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามกรณีอาคารบริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี เกิดเหตุกันสาดอาคารชั้น 2 ร่วงหล่น โดยมี นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธนาเดช จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยวิศวกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

 

โดยในวันนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธา และสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ได้ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารบริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ภายหลังเกิดเหตุกันสาดอาคารชั้น 2 ร่วงหล่น ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กันสาดที่ร่วงหล่นอาจมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของวัสดุจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน และได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศตามอายุการใช้งาน และผู้เชี่ยวชาญไม่พบผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร ทั้งนี้ ความเสียหายอยู่เฉพาะบริเวณส่วนกันสาดด้านหน้าอาคารเท่านั้น

 

"แต่เพื่อความปลอดภัย และความมั่นใจของประชาชน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ได้ปิดประกาศห้ามเข้าใช้อาคาร จำนวน 5 คูหา เป็นการชั่วคราว และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป"

ข่าวล่าสุด