ไทยอ่วม! นักวิชาการชี้ ‘ค่าไฟ-น้ำมัน’ แพงยาว ชงรัฐตุนพลังงานช่วงสงครามพักรบ
20 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

นักวิชาการ มธ. ชี้ไทยวิกฤตพลังงานเปราะบาง ‘ค่าไฟ-น้ำมัน’ แพงลากยาวหลายปี แนะรัฐฉวยโอกาสช่วงสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจา 60 วัน เร่งนำเข้า LNG ตุนสำรอง
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

นักวิชาการ มธ. ชี้ไทยวิกฤตพลังงานเปราะบาง ‘ค่าไฟ-น้ำมัน’ แพงลากยาวหลายปี แนะรัฐฉวยโอกาสช่วงสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจา 60 วัน เร่งนำเข้า LNG ตุนสำรอง
KEY
POINTS
20 มิถุนายน 2569 รศ. ดร.ภูรี สิรสุนทร นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอแนะให้รัฐบาลไทยเร่งประสานผู้ค้าพลังงาน เพื่อจัดส่งและสำรองน้ำมันดิบ รวมถึงก๊าซ LNG เข้าสู่ประเทศโดยด่วน ในช่วงจังหวะที่สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจายุติสงครามถาวรเป็นเวลา 60 วันนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากวิกฤต พลังงานแพง หลังโครงสร้างการผลิตโลกเสียหายหนัก ซึ่งจะส่งผลให้ ค่าไฟ และ ราคาน้ำมัน ในไทยมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกหลายปี พร้อมจี้รัฐเร่งนำเงินกู้ 2 แสนล้านบาทมาใช้เยียวยากลุ่มเปราะบางและขับเคลื่อนนโยบาย พลังงานหมุนเวียน อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อความมั่นคงในอนาคต
รศ.ดร.ภูรี สิรสุนทร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่สหรัฐอเมริกากับอิหร่านกำลังเจรจาข้อตกลงยุติสงครามถาวร 60 วัน รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้เร่งประสานกับผู้ค้าพลังงานประเทศต่างๆ ที่เคยทำสัญญาซื้อขายเอาไว้ก่อนสงคราม เพื่อให้เกิดการจัดส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ LNG มายังประเทศไทยเอาไว้ก่อน
รวมถึงควรเดินหน้าโครงการที่มีการไปลงทุนไว้ หรือมีสัมปทานในต่างประเทศ เช่น แหล่งผลิตน้ำมัน ฯลฯ ต่อไป เพราะขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะล่มหรือไม่ หรือจะมีการสู้รบต่อจนต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกหรือไม่ ฉะนั้นจึงควรใช้จังหวะนี้ในการเตรียมความพร้อมให้ดีและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
รศ.ดร.ภูรี กล่าวว่า ทุกครั้งที่เกิดสงคราม ราคาน้ำมันและก๊าซ LNG ในตลาดโลกจะมีการปรับฐานใหม่มาอยู่สูงกว่าช่วงก่อนมีสงคราม โดยเฉพาะการสู้รบที่ได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างฐานการผลิต และส่งออกพลังงาน ฉะนั้นต้นทุนค่าซ่อมแซมก็จะถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ในราคาน้ำมัน และก๊าซ LNG หลังจากนี้ด้วย ประกอบกับการสู้รบยาวนานได้สร้างความเสียหายต่อพลังงานไทยรุนแรง และมาตรการกลไกต่างๆ ที่รัฐบาลใช้ช่วยเหลือก็จะส่งผลกระทบในระยะยาว เช่น การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาน้ำมันจนสถานะติดลบ 5.8 หมื่นล้านบาท
ที่หลังจากนี้จะต้องมีการเก็บเงินชดเชยผ่านราคาน้ำมันหน้าปั๊ม รวมถึงค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ามาช่วยเรื่องต้นทุนก๊าซ LNG ทำให้จากนี้ต้องมีการปรับค่า Ft สูงขึ้น เพื่อชดเชยคืนเช่นกัน ซึ่งเริ่มไปแล้วในรอบ มิ.ย. - ส.ค. 2569
“แม้สถานการณ์ราคาน้ำมัน และก๊าซ LNG ในตลาดโลกจะปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ไม่ปรับตัวลงตามอย่างรวดเร็วเท่าใดนัก ราคาพลังงานในประเทศไทยจะสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามต่อไปอีกหลายปี โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่เป็นไปได้ยากมากที่จะลงไปต่ำกว่า หรือเท่ากับ 3.9 บาทต่อหน่วย เหมือนช่วงก่อนสงคราม” รศ.ดร.ภูรี กล่าว
นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นอกจากการเร่งประสาน เพื่อให้เกิดการจัดส่งพลังงานเข้ามาในประเทศแล้ว อยากเสนอให้รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ภายใต้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท อย่างจริงจัง เพราะยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจน หรือมาตรการที่เป็นรูปธรรมในเรื่องนี้ และบางโครงการมีการระงับไปแล้ว เช่น โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ฯลฯ โดยอย่างน้อยที่สุด รัฐบาลควรจะนำเงินกู้ส่วนนี้ไปทำการเก็บข้อมูลประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างละเอียด ทั้งสภาพที่อยู่อาศัย พฤติกรรมการใช้พลังงานในครัวเรือน เพื่อนำมาสู่การออกมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด และไม่หว่านแห
นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า สงครามครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นความเปราะบางด้านพลังงานของไทยใน 3 ส่วน ได้แก่
1. การบริหารจัดการราคาน้ำมันที่ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกมากขึ้น
2. การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ และก๊าซ LNG จากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางมากเกินไป
3. การบริหารจัดการปัญหาเฉพาะหน้าของรัฐ รวมถึงการสื่อสารยังขาดประสิทธิภาพและทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เดียวกันก็พบว่า ไทยมีจุดแข็ง คือสามารถบริหารจัดการพลังงานให้ทุกคนสามารถใช้ได้อย่างเพียงพอ แม้จะมีประเด็นเรื่องราคา เพราะข้อเท็จจริงคือน้ำมันในประเทศไม่ขาดแคลนและไฟฟ้าก็ไม่ดับ ขณะที่ในบางประเทศรุนแรงถึงขั้นไม่มีน้ำมันใช้ และไฟฟ้าดับ
ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต รัฐบาลควรวางแผนระยะยาวใน 2 เรื่อง ได้แก่
1. หากรัฐบาลยังเลือกที่จะใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล เช่น น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติในการผลิตพลังงาน ควรกระจายการนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ ให้มากขึ้น ไม่พึ่งพาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกิน โดยเฉพาะแหล่งที่อยู่ในพื้นที่อ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งขณะนี้ไทยมีการนำเข้าก๊าซ LNG จากแหล่งอื่นๆ แล้ว เช่น มาเลเซีย แองโกลา ไนจีเรีย ฯลฯ แต่ก็เป็นลักษณะระยะสั้น จึงควรทำอย่างต่อเนื่อง
2. ควรเพิ่มสัดส่วนในการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น เช่น พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากวัสดุทางการเกษตร ซึ่งจากการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ไทยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเพียง 15-20% เท่านั้น ขณะที่ศักยภาพที่มีอยู่ผสานกับเทคโนโลยีสามารถเพิ่มการพึ่งพาได้ไปถึง 70-80%