เนชั่นทีวี

Business

เปิด 4 สูตรค่าไฟใหม่ ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ต้องจ่ายอีกเพิ่มเท่าไหร่

22 พ.ค. 2569 | prisana_tha

เปิด 4 สูตรค่าไฟใหม่ ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ต้องจ่ายอีกเพิ่มเท่าไหร่

กกพ. เปิด 4 สูตรทางเลือก ปรับค่าไฟอัตราก้าวหน้าเรตใหม่ ลดภาระผู้ใช้ไฟน้อย แต่บ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย เตรียมรับมือค่าไฟแพงขึ้น เริ่ม ก.ค.2569 เช็กได้ที่นี่

ค่าไฟขึ้น-ลง ใครได้ ใครจ่ายเพิ่ม? กกพ. เปิด 4 โมเดล “ปรับโครงสร้างค่าไฟ” สะเทือนคนใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ขึ้นค่าไฟจ่ายเฉลี่ย 5 บาท คนเปิดแอร์ระวังเจอบิลค่าไฟแพงพุ่งแตะ 2,000 บาท ส่วนผู้ใช้ไฟน้อยจ่ายน้อยลง เปิดจุดคุ้มทุนค่าไฟ 2569 ใช้ไฟเท่าไหร่ถึงจะเริ่มแพงขึ้น หลัง กกพ. เตรียมปรับ “ค่าไฟบ้านในอัตราก้าวหน้า” เริ่ม ก.ค. 69 นี้

 

22 พฤษภาคม 2569 ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ภายหลังมติ กพช. สำนักงาน กกพ. ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทำข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ภายใต้กรอบนโยบายของภาครัฐ และตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550

การพิจารณาข้อเสนอในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 65–70 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ซึ่งกำหนดให้การกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เหมาะสม ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า และผู้รับใบอนุญาต ความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และการไม่เลือกปฏิบัติ โดยผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า จะเป็นผู้เสนออัตราค่าไฟฟ้าเพื่อให้ กกพ. พิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

สำหรับข้อเสนอที่นำมารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จัดทำกรณีศึกษา จำนวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนด และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ

 

โดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ ไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม

การปรับปรุงในครั้งนี้ กกพ. ได้นำเสนอผลการศึกษาแบ่งออกเป็น 4 กรณี (Scenario) โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนอัตราก้าวหน้า เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน

 

4 กรณีศึกษา "ลดรายเล็ก-เก็บรายใหญ่"

 

จากข้อมูลสรุปผลการปรับปรุง พบว่ามีทิศทางที่ชัดเจนในการปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับหน่วยการใช้ไฟฟ้าช่วงต้น และไปเรียกเก็บเพิ่มในกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าสูง แบ่งเป็น

 

1. กลุ่มผู้ใช้ไฟต่ำ (0-25 หน่วยแรก) ทุกกรณีศึกษาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยคงอัตราเดิมที่ 2.3488 บาท (15 หน่วยแรก) และ 2.9882 บาท (10 หน่วยถัดไป) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้าขั้นพื้นฐาน

 

2. กลุ่มผู้ใช้ไฟระดับกลาง (26-200 หน่วย) กกพ. เล็งเห็นถึงการลดภาระประชาชน โดยในทุกกรณีศึกษาจะมีการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ ช่วง 26-150 หน่วย ปรับลดลงประมาณ 0.24-0.71 บาทต่อหน่วย และช่วง 151-200 หน่วย ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ โดยจะมีการปรับลดลงถึง 1.2218 บาทต่อหน่วย จากเดิม 4.2218 บาท เหลือเพียง 3.0 บาท ในทุกกรณีศึกษา

 

3. กลุ่มผู้ใช้ไฟสูง (เกิน 200-400 หน่วยขึ้นไป) นี่คือ จุดที่แต่ละกรณีศึกษาเริ่มมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาทิ กรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะคงราคาช่วง 201-400 หน่วยไว้เท่าเดิมที่ 4.2218 บาท แต่จะไป ปรับเพิ่มอย่างหนักหลังจากหน่วยที่ 400 ขึ้นไป

  • กรณีที่ 1 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 1.0234 บาทต่อหน่วย (รวมเป็น 5.4451 บาท)
  • กรณีที่ 2 ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.0357 บาทต่อหน่วย สำหรับหน่วยที่ 501 ขึ้นไป 
  • กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะเริ่มปรับเพิ่มราคาเร็วขึ้นตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป โดยปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 0.49 -0.54 บาทต่อหน่วย และจะมีอัตราสูงสุดที่ประมาณ 4.96-5.00 บาทต่อหน่วย สำหรับการใช้ไฟฟ้าที่เกิน 400 หน่วยขึ้นไป หรือเพิ่มขึ้น 0.54-1.03 บาท

 

เปิด 4 สูตรค่าไฟใหม่ ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ต้องจ่ายอีกเพิ่มเท่าไหร่

 

วิเคราะห์ผลกระทบเทียบค่าใช้จ่าย

 

จากการคำนวณราคาเฉลี่ยเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย อัตราปกติ 1.1 (บาท/หน่วย) พบว่ามีจุดตัดสำคัญที่ประชาชนควรเฝ้าระวัง คือ

 

1. จุดที่ 457 หน่วย หากเลือกใช้กรณีศึกษาที่ 3 ผู้ใช้ไฟฟ้าจะมีค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,826 บาท 

 

2. จุดที่ 470 หน่วย หากเลือกใช้กรณีศึกษาที่ 4 ค่าไฟฟ้าจะขยับขึ้นไปที่ 1,884 บาท

 

3. จุดที่ 536-540 หน่วย ถือเป็นช่วงที่ได้รับกระทบหนักที่สุด หากใช้กรณีศึกษาที่ 1 และ 2 โดยค่าไฟฟ้าจะดีดตัวสูงถึง 2,176- 2,193 บาท ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าโครงสร้างราคาในปัจจุบันอย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้ หากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ จะพบว่าทั้ง 4 กรณีศึกษา จะกำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน 

 

ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน

 

"การไฟฟ้ามองว่าเมื่อดูแล้วจาก 4 ตัวอย่าง ควรพิจารณากรณีศึกษาที่ 4 ซึ่งถือเป็นค่าเฉพาะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป จะต้องมีการปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ย 0.54-1.03 บาทต่อหน่วย หรือ มีอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ยอยู่ที่ 4.96-5.00 บาทต่อหน่วย โดยกราฟการจ่ายค่าไฟในราคาที่ไม่ก้าวกระโดดมากนัก ซึ่งส่วนมากเป็นประชากรใน กทม.และปริมณฑล"

 

ส่อง "จุดคุ้มทุน" ค่าไฟใหม่

 

ดร.พูลพัฒน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมผ่านกราฟเปรียบเทียบราคาเฉลี่ย พบว่าระดับการใช้ไฟฟ้าที่จะเริ่มเห็นความแตกต่างของภาระค่าไฟฟ้า ในแต่ละกรณีศึกษาอยู่ที่ช่วง 400-500 หน่วย โดยมีตัวอย่างการคำนวณค่าไฟฟ้า (ไม่รวมค่า Ft และ VAT) ดังนี้

 

หากใช้ไฟ 457 หน่วย กรณีศึกษาที่ 3 จะมีค่าไฟประมาณ 1,826 บาท หากใช้ไฟ 470 หน่วย กรณีศึกษาที่ 4 จะมีค่าไฟประมาณ 1,884 บาท และหากใช้ไฟสูงถึง 536-540 หน่วย ค่าไฟฟ้าในกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 2,176 - 2,193 บาท ซึ่งสูงกว่าอัตราปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด

 

ยึดหลักความเป็นธรรม-สะท้อนต้นทุน

 

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเน้นย้ำว่า การปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละช่วงของการใช้ไฟ (Marginal Cost) และเป็นการส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มที่ใช้ไฟน้อย ซึ่งมักเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จะได้รับประโยชน์จากอัตราที่ถูกลง ขณะที่กลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้ไฟสูงจะต้องร่วมรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงผลการปรับปรุง และกรณีศึกษา ซึ่งจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็น และพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อย่างรอบด้าน ก่อนจะมีการประกาศใช้จริง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ และประชาชนในวงกว้าง

 

สำหรับความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะถูกนำมารวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประกอบการพิจารณาของ กกพ. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป 

 

ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-5 มิ.ย. 2569 ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th คาดว่า จะเริ่มมีผลบังคับใช้ รอบบิลเดือนก.ค.2569

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

 

เปิด 4 สูตรค่าไฟใหม่ ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ต้องจ่ายอีกเพิ่มเท่าไหร่