เนชั่นทีวี

ข่าว

ชัชชาติ แจงปมจัดซื้อจัดจ้าง กทม. โปร่งใส พร้อมเปิดข้อมูล

17 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

ชัชชาติ แจงปมจัดซื้อจัดจ้าง กทม. โปร่งใส พร้อมเปิดข้อมูล

ชัชชาติ โต้ข้อสงสัยจัดซื้อจัดจ้าง กทม. หลังถูกตั้งคำถามใช้วิธีเฉพาะเจาะจงสูง ยืนยันทำตามระเบียบ พร้อมดัน Open Data และ AI เพิ่มความโปร่งใส

ชัชชาติ โต้ข้อสงสัยจัดซื้อจัดจ้าง กทม. หลังถูกตั้งคำถามใช้วิธีเฉพาะเจาะจงสูง ยืนยันทำตามระเบียบ พร้อมดัน Open Data และ AI เพิ่มความโปร่งใส

KEY

POINTS

  • ชัชชาติ ยืนยันจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมาย ระบุการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง หากมีการแบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อหลีกเลี่ยง e-bidding จริง ถือว่าผิดระเบียบและต้องตรวจสอบเป็นรายโครงการ
     
  • พร้อมเปิดข้อมูล-รับตรวจสอบเรื่องล็อกสเปก ชี้ว่าการป้องกันล็อกสเปกที่ดีที่สุดคือการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชน ภาควิชาชีพ และผู้ประกอบการเข้ามาตรวจสอบ พร้อมมอบหมายทีมงานตรวจสอบข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมา
     
  • ดัน Open Bangkok และใช้ AI เพิ่มความโปร่งใส เตรียมเชื่อมฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างกับกรมบัญชีกลางให้เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมวางแนวทางนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงและความผิดปกติของโครงการตั้งแต่ต้นทาง

17 มิถุนายน 2569 “ชัชชาติ” แจงดราม่า “จัดซื้อจัดจ้าง กทม.” หลังถูกตั้งข้อสังเกตใช้งบผ่านวิธีเฉพาะเจาะจงสูงถึง 92.8% ยืนยันทุกโครงการดำเนินการตามระเบียบราชการ พร้อมเปิดข้อมูลผ่าน Open Data และเตรียมนำ AI ช่วยตรวจจับความผิดปกติ

 

17 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการหาเสียงการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตจากข้อมูลในแอปพลิเคชัน “ส่องรัฐ” เกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ในช่วงปีงบประมาณ 2568-2569 ในช่วงที่นายชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯกทม. โดยพบว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 92.8 และมีหลายโครงการที่กำหนดวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการหลีกเลี่ยงการประกวดราคา (e-bidding) หรือไม่ ว่า

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

การจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ การจัดซื้อครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ หรือสิ่งของที่ใช้ในงานราชการทั่วไป หากมีวงเงินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ก็สามารถดำเนินการตามวิธีที่กฎหมายและระเบียบราชการกำหนดได้อยู่แล้ว โดยทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตามแนวทางของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัด

 

อย่างไรก็ตาม หากมีการแบ่งซื้อแบ่งจ้างหรือซอยโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคาเกิดขึ้นจริง ย่อมถือเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบและมีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว เนื่องจากระเบียบจัดซื้อจัดจ้างห้ามดำเนินการในลักษณะดังกล่าว โดยเห็นว่าหากฝ่ายการเมืองหรือผู้ตรวจสอบมีข้อสงสัย ควรระบุรายละเอียดของโครงการที่เป็นปัญหาให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างตรงจุด

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดวงเงินหรือวิธีการจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด ซึ่งผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว หากมีข้อเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายหรือปรับลดวงเงินที่สามารถใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ ก็เป็นเรื่องที่สามารถผลักดันให้มีการแก้ไขในระดับนโยบายต่อไปได้ แต่ในทางปฏิบัติ กรุงเทพมหานครดำเนินการตามระเบียบที่มีอยู่ทุกประการ

 

สำหรับข้อสังเกตที่มีบริษัทบางแห่งได้รับงานอยู่รายเดียวตลอดหรืออาจมีประเด็นเรื่องการล็อกสเปกนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดของแต่ละโครงการก่อน เนื่องจากในบางกรณีอาจเป็นการจัดซื้อวัสดุหรืออุปกรณ์ประเภทเดียวกันจากผู้ประกอบการรายเดิมที่มีสินค้าตรงตามความต้องการของหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม เรื่องการล็อกสเปกถือเป็นประเด็นสำคัญที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญมาโดยตลอด

 

ทั้งนี้ แนวทางป้องกันการล็อกสเปกที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนสามารถเข้ามาตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นได้ หากมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของงานหรือพัสดุที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือผู้มีความรู้ในวงการสามารถเข้ามาทักท้วงหรือให้ข้อสังเกตได้ โดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบต่อการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว

 

นายชัชชาติ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้พยายามปรับปรุงระบบการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ข้อมูลจำนวนมากกระจัดกระจายและค้นหาได้ยาก จึงมีการรวบรวมและนำเสนอข้อมูลให้ชัดเจนมากขึ้นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ภาควิชาชีพ และผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

 

นอกจากนี้ ในอนาคต กรุงเทพมหานครมีแนวคิดดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น โดยจะส่งรายละเอียดโครงการขนาดใหญ่ให้หน่วยงานวิชาชีพ สมาคมวิชาชีพ หรือองค์กรผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ร่วมให้ความเห็นตั้งแต่ต้นทาง เพื่อช่วยตรวจสอบว่ามีเงื่อนไขใดที่อาจเข้าข่ายการล็อกสเปกหรือไม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและลดข้อครหาในการดำเนินโครงการภาครัฐได้มากขึ้น

 

นายชัชชาติ ยังเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงไปตรวจสอบรายละเอียดของข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาแล้ว เพื่อพิจารณาว่ามีประเด็นใดที่ควรปรับปรุงหรือปิดช่องโหว่ในเชิงนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่

 

ส่วนกรณีที่มีข้อวิจารณ์ว่าระบบ Open Data ของกรุงเทพมหานคร ยังเปิดเผยข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนหรือเข้าถึงยากนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย หากมีจุดใดที่ยังไม่สมบูรณ์ก็พร้อมนำไปปรับปรุง โดยยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้พยายามเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพร้อมชี้แจงข้อมูลต่อสาธารณชนด้วยความโปร่งใส

 

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข้อมูลสาธารณะของกรุงเทพมหานครแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปซึ่งถูกนำเสนอผ่านระบบฐานข้อมูลและแผนที่ดิจิทัลของกรุงเทพมหานคร และข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งปัจจุบันยังต้องอาศัยข้อมูลจากระบบของกรมบัญชีกลาง โดยข้อจำกัดในปัจจุบันคือการเข้าถึงข้อมูลยังต้องดำเนินการเป็นครั้ง ๆ ไป

 

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้หารือร่วมกับกรมบัญชีกลางเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างโดยตรง หากสามารถดำเนินการได้สำเร็จ จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างครบถ้วนและต่อเนื่องมากขึ้น

 

นายชัชชาติ กล่าวย้ำว่า นโยบาย Open Bangkok ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) การเปิดเผยสัญญาและข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง (Open Contract) การเปิดเผยความก้าวหน้าโครงการ (Open Project) และการเปิดเผยผลการดำเนินนโยบาย (Open Policy) เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมในการบริหารเมืองได้อย่างเต็มที่

 

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติของโครงการตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ หรือต้นน้ำของกระบวนการ เพื่อให้สามารถตรวจพบความเสี่ยงได้ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณภาครัฐ และเชื่อว่าผู้บริหาร กทม.คนใหม่ก็จะมีแนวนโยบายที่ทำต่อเนื่องไปและเปิดเผยให้มากที่สุด

 

นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรุงเทพมหานครไม่มีเหตุผลที่จะปิดบังข้อมูล และพร้อมเปิดเผยข้อมูลในทุกขั้นตอนเท่าที่กฎหมายเอื้ออำนวย เพราะยิ่งมีประชาชนเข้ามาร่วมตรวจสอบมากเท่าใด ก็จะยิ่งช่วยให้การบริหารงานมีความโปร่งใสมากขึ้น พร้อมระบุว่าปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมานั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับกรุงเทพมหานคร แต่เป็นประเด็นที่สะท้อนถึงระบบราชการไทยโดยรวม ซึ่งหากสามารถนำไปสู่การปรับปรุงกฎระเบียบและกระบวนการทำงานของภาครัฐทั้งประเทศได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของประเทศในระยะยาว เช่น ข้อวิจารณ์กรณีความล่าช้าในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะของกรุงเทพมหานคร แต่เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการภายใต้กฎระเบียบเดียวกับหน่วยงานราชการทั่วประเทศ เป็นเรื่องดีหากเราช่วยกันตื่นตัวกระตุ้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะทำให้ประเทศไทยมีความโปร่งใสมากขึ้น

ข่าวล่าสุด