เนชั่นทีวี

ข่าว

สภาผู้บริโภค จี้ กสทช. เร่งโรดแมปทีวีดิจิทัล หวั่นจอดับปี 72

10 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

สภาผู้บริโภค จี้ กสทช. เร่งโรดแมปทีวีดิจิทัล หวั่นจอดับปี 72

สภาผู้บริโภคผนึกโคแฟค ยื่นหนังสือด่วน กสทช. เร่งคลอดแผนแม่บททีวีดิจิทัลและกติกาคุม OTT หวั่นใบอนุญาตหมดปี 72 กระทบครัวเรือนรายได้น้อย

สภาผู้บริโภคผนึกโคแฟค ยื่นหนังสือด่วน กสทช. เร่งคลอดแผนแม่บททีวีดิจิทัลและกติกาคุม OTT หวั่นใบอนุญาตหมดปี 72 กระทบครัวเรือนรายได้น้อย

KEY

POINTS

  • จี้วางแผนแม่บท: สภาผู้บริโภคเร่ง กสทช. เปิดเผยโรดแมปทีวีดิจิทัลก่อนใบอนุญาตหมดอายุในปี 2572 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบางที่ยังพึ่งพาฟรีทีวีเป็นหลัก

     
  • จัดระเบียบ OTT: เรียกร้องให้ กสทช. สร้างกติกาการแข่งขันที่เท่าเทียมระหว่างผู้ให้บริการในไทยและแพลตฟอร์มต่างชาติ พร้อมมีกลไกเยียวยาผู้บริโภคที่เป็นรูปธรรม

     
  • กสทช. ยันไม่นิ่งนอนใจ: รักษาการเลขาธิการ กสทช. ยืนยันกำลังเร่งทำแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่และกำกับดูแล OTT โดยยึดประโยชน์ทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสื่อสารสะดุด

10 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อไทย สภาผู้บริโภคและโคแฟค ผลักดันให้ กสทช. เร่งวางโครงสร้าง ทีวีดิจิทัล และกติกา OTT เพื่อป้องกันปัญหา จอดำ ในปี 2572 พร้อมเรียกร้องการคุ้มครองสิทธิ ผู้บริโภค อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง


สภาผู้บริโภค ร่วมกับโคแฟค ประเทศไทย (Cofact) ยื่นหนังสือถึงประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียกร้องให้เร่งรัดและเปิดเผยแผนโรดแมป (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย พ.ศ. 2569 - 2573 หรือโรดแมปทีวีดิจิทัล พร้อมเร่งกำหนดแนวทางกำกับดูแลบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) ก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินจะหมดอายุในปี 2572 เพื่อไม่ให้จอโทรทัศน์ของประชาชนต้องดับ และคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในยุคที่คนไทยรับชมคอนเทนต์ ผ่านหลายช่องทางมากขึ้นทุกวัน

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การที่ กสทช. ปล่อยให้วาระโรดแมปทีวีดิจิทัลและแผนกำกับ OTT ค้างมานานหลายปี เท่ากับผลักความเสี่ยงทั้งหมดมาไว้บนบ่าของประชาชน

 

 

“ถ้าใบอนุญาตหมดในปี 2572 แต่ยังไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจน ปลายทางก็คือจอดับ และคนที่เจ็บหนักที่สุดไม่ใช่คนเมืองที่ดูสตรีมมิงได้ แต่เป็นผู้สูงอายุกับครอบครัวรายได้น้อย ที่ยังเปิดฟรีทีวีดูข่าวทุกวัน ฟรีทีวีสำหรับคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ความบันเทิง แต่เป็นช่องทางรับรู้ข่าวสารหลักของเขา” นางสาวสุภิญญา กล่าว 

 

 

สภาผู้บริโภค จี้ กสทช. เร่งโรดแมปทีวีดิจิทัล หวั่นจอดับปี 72

           

นางสาวสุภิญญา ย้ำว่า คลื่นความถี่เป็นสมบัติสาธารณะ การวางอนาคตของกิจการโทรทัศน์ จึงต้องเอาประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้ความล่าช้ากลายเป็นช่องว่าง ให้กลุ่มทุนรายใหญ่เข้ามาผูกขาด ซึ่งที่ผ่านมาสภาผู้บริโภคติดตามเรื่องนี้มาต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าโรดแมปที่ไม่ชัดเจนไม่ได้กระทบแค่ผู้ประกอบการ แต่กระทบสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของคนทั้งประเทศร่วมด้วย


สำหรับบริการ OTT ที่กำลังกลายเป็นช่องทางดูคอนเทนต์หลัก of คนไทย นางสาวสุภิญญา ชี้ว่า ทุกวันนี้กติกายังไม่ชัดและไม่เท่าเทียม ผู้ให้บริการในประเทศต้องอยู่ใต้กฎหมายที่เข้มงวด ขณะที่แพลตฟอร์มข้ามชาติยังไม่ถูกกำกับดูแล

 

           

“เราอยากเห็นสนามแข่งขันที่เป็นธรรม คนทำธุรกิจในไทยกับแพลตฟอร์มต่างชาติ ต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน และที่สำคัญที่สุดคือผู้บริโภคต้องได้รับการคุ้มครองจริง ทั้งความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว การคัดกรองเนื้อหาและโฆษณาที่ไม่เหมาะสมโดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน และเวลาเกิดความเสียหายขึ้นมา ต้องมีที่ให้ร้องเรียนและมีการเยียวยาที่ทำได้จริง ไม่ใช่ร้องไปแล้วเงียบหาย”

           

 

สำหรับเนื้อหาในหนังสือที่ยื่นต่อ กสทช. สภาผู้บริโภคและโคแฟค ประเทศไทย ได้เสนอข้อเรียกร้องสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 


1.เร่งรัดและเปิดเผยแผนโรดแมป กิจการโทรทัศน์ฯ เพื่อไม่ให้ความล่าช้าลุกลามจนจอดับ และเพื่อให้เอกชนกับผู้เกี่ยวข้องวางแผนลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับทิศทางของ กสทช.


2. เร่งกำหนดแนวทางกำกับดูแล OTT ให้มีกรอบกติกาที่ชัดเจน เหมาะกับบริบทปัจจุบัน และส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ให้บริการในประเทศกับต่างประเทศ 


3. เร่งมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคบนบริการ OTT และสื่อดิจิทัล ทั้งความปลอดภัยของข้อมูลและสิทธิความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของเนื้อหาและโฆษณา ไปจนถึงการรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาเมื่อผู้บริโภคได้รับความเสียหาย


ขณะที่ โคแฟค ประเทศไทย ในฐานะเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับประชาชน มองว่า การมีกติกากำกับ OTT และสื่อดิจิทัลที่ชัดเจน จะช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลเท็จ และเนื้อหาบิดเบือนที่แพร่เร็วมากบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง


ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเรียกร้องให้ กสทช. เร่งจัดทำโรดแมปก่อนใบอนุญาตสิ้นสุดในปี 2572 ขณะที่ในการพิจารณาร่างแผนแม่บททีวีดิจิทัลดังกล่าว บอร์ด กสทช. เห็นพ้องแล้วว่า มีอำนาจกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT และผ่านการพิจารณาบางประเด็น เช่น การคุ้มครองผู้บริโภคจากเนื้อหาที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน แต่ในภาพรวมยังไม่มีการประกาศโรดแมปและแนวทางกำกับ OTT อย่างเป็นทางการออกมา ทำให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการยังไม่เห็นทิศทางที่แน่นอน

           

ภาคประชาชนย้ำว่า ข้อเรียกร้องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ที่คนไทยทุกคนต้องเข้าถึงคลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่กับการทำให้อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยแข่งขันได้และเดินต่อได้อย่างยั่งยืน

 

 

สภาผู้บริโภค จี้ กสทช. เร่งโรดแมปทีวีดิจิทัล หวั่นจอดับปี 72

 

 

กสทช. ยัน เร่ง "แผนแม่บท" ทีวีดิจิทัล ลั่น ไม่ปล่อยให้จอดำ

 


นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ในฐานะรองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงประเด็นการทำงานของคณะกรรมการ ยืนยันว่า ทางสำนักงาน กสทช. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งดำเนินการวางแผนแม่บทบริหารจัดการคลื่นความถี่ ทั้งในส่วนของ OTT และทีวีดิจิทัล เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางที่เหมาะสมที่สุดต่อทุกฝ่าย โดยยึดหลักเกณฑ์ความถูกต้องตามกฎหมาย และคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นสำคัญ 


แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ทางสำนักงาน กสทช. กำลังเร่งทำแผนแม่บทเพื่อกำหนดทิศทางของคลื่นความถี่ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการนำไปประมูลรูปแบบใด หรือการนำไปใช้ในลักษณะอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน


กสทช. กำลังหาแนวทางในการกำกับดูแล OTT ยึดตามมาตราที่เกี่ยวข้องใน พ.ร.บ. เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเหมาะสม แต่ก็คำนึงถึงความเป็นจริงว่าจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบ

 

ประเด็นใบอนุญาตทีวีดิจิทัลที่กำลังจะหมดอายุลง ทางสำนักงาน กสทช. มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยยืนยันว่า จะมีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม และไม่มีการหยุดชะงักอย่างแน่นอน

 

ขอให้มั่นใจว่าทาง กสทช. ให้ความสำคัญและพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย และขอยืนยันว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจ  และจะดำเนินการให้ทันตามกำหนดเวลาเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และถูกต้องตามกฎหมายที่สุด