เนชั่นทีวี

ข่าว

มีโอกาสเจ๊งกับเจ๊า! "หมอวรงค์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงกล "กัมพูชา" ปมยกเลิก MOU 44 ร่วมประนอมภาคบังคับ

09 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

มีโอกาสเจ๊งกับเจ๊า! "หมอวรงค์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงกล "กัมพูชา" ปมยกเลิก MOU 44 ร่วมประนอมภาคบังคับ

มีโอกาสเจ๊งกับเจ๊า! "หมอวรงค์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงกล "กัมพูชา" ปมยกเลิก MOU 44 ร่วมประนอมภาคบังคับ เสี่ยงตกเป็นผู้ร้าย-ต่างชาติรุมสูบพลังงาน

มีโอกาสเจ๊งกับเจ๊า! "หมอวรงค์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงกล "กัมพูชา" ปมยกเลิก MOU 44 ร่วมประนอมภาคบังคับ เสี่ยงตกเป็นผู้ร้าย-ต่างชาติรุมสูบพลังงาน

KEY

POINTS

  • "หมอวรงค์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงกลกัมพูชา: นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ คิดให้รอบคอบ ปมเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับ กรณีไทยยกเลิก MOU 44

 

  • ชี้ไทยมีสิทธิ์ปฏิเสธ-เข้าร่วมมีแต่ "เจ๊ากับเจ๊ง": เผยข้อพิพาทเกิดก่อนอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) มีผลบังคับใช้ ไทยจึงมีสิทธิ์ชอบธรรมที่จะปฏิเสธไม่เข้าร่วมตั้งแต่แรก แต่หากยอมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการจะมีความเสี่ยงสูงจากชาติมหาอำนาจแฝงผลประโยชน์

 

  • เตือนเสี่ยงตกเป็นผู้ร้ายในเวทีโลก: แม้ผลประนอมภาคบังคับไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่หากกัมพูชาได้ประโยชน์จะนำไปตีฆ้องร้องเปล่าว่าไทยไม่เคารพกติกา และอาจถูกบีบให้ยอมรับมาตรการชั่วคราวร่วมทุนพลังงาน ซึ่งจะเสียหายหนักกว่าเดิม
     

หมอวรงค์ MOU 44, ประนอมภาคบังคับ กัมพูชา, ข้อพิพาทไทยกัมพูชา ล่าสุด วรงค์ เดชกิจวิกรม เฟซบุ๊ก, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว MOU44, ปัญหาเขตแดนทางทะเลเกาะกูด, ยกเลิก MOU 44 กัมพูชา

 

 

 

9 มิถุนายน 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม - Warong Dechgitvigrom ถึง

กรณีไทยกัมพูชา ในการเข้าร่วม การประนอมภาคบังคับ มองว่าไทยมีแต่เสียกับเสียและเสี่ยงเป็นผู้ร้าย ซึ่งเป็นเกมที่กัมพูชาถนัด 

 

 

 

 

มีโอกาสเจ๊งกับเจ๊า! "หมอวรงค์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงกล "กัมพูชา" ปมยกเลิก MOU 44 ร่วมประนอมภาคบังคับ

 

โดยระบุว่า คิดให้รอบคอบ ถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา กรณีที่ไทยยกเลิก MOU 44 และเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับ มีข้อห่วงใยที่เสนอ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

1.ข้อพิพาท เรื่องเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป เกิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2515 และ 2516 ซึ่งเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ก่อนที่ UNCLOS จะมีผลบังคับในปี พ.ศ.2537 รวมทั้งยังไม่มีการเจรจาทวิภาคี และปัญหาเขตแดนทางบก (เกาะกูด) ไทยเราจึงมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมจึงเข้าร่วม?

2.การที่ไทยเดินหน้าเข้าร่วม การประนอมภาคบังคับ เพื่อเดินหน้าชี้แจงว่า กัมพูชาไม่มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการ หากผลไม่เป็นไปตามคาดหมาย ทั้งๆ ที่ไทยมีสิทธิ์ที่จะไม่เข้าร่วมตั้งแต่แรก เท่ากับว่า เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ประเทศหรือไม่? เพราะสิ่งนี้มีผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจแฝงด้วย การตัดสินจึงอาจไม่เป็นไปตามข้อกฏหมายก็ได้ ที่สำคัญไทยเราสามารถทำสมุดปกขาวชี้แจงนานาชาติ ถึงเหตุผลการไม่เข้าร่วม โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงใดๆ

3.แม้ผลลัพธ์ของกระบวนการ ประนอมภาคบังคับ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ถ้ากัมพูชาได้ประโยชน์ เขาจะไปตีฆ้องร้องเปล่า ว่าไทยเราไม่เคารพผลการเจรจา ไทยเราจึงมีแต่เสียกับเสีย และเสี่ยงเป็นผู้ร้าย ซึ่งเป็นเกมที่กัมพูชาถนัด

4.ท่าทีของกัมพูชามีความชัดเจนว่า ต้องการให้มีมาตรการชั่วคราว ในการพัฒนาพื้นที่และทรัพยากรทางทะเลร่วมกัน ในพื้นที่พิพาท เท่ากับว่าการเจรจาประนอมภาคบังคับ (หากต้องเดินต่อ) ครั้งนี้คือ MOU 44 ที่มีต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องในการเจรจา ซึ่งจะหนักกว่าการยกเลิก MOU 44

5.บทสรุป ถ้าไทยเราใช้สิทธิ์ที่จะไม่เข้าร่วมการประนอมภาคบังคับตามสิทธิ์ที่มี ไทยเราจะไม่มีอะไรเสีย เพราะบทบัญญัติใน UNCLOS ให้สิทธิ์ไทยเราปฏิเสธการเข้าร่วมเจรจา แต่ถ้าไทยเข้าร่วมประนอมภาคบังคับ ไทยจึงมีโอกาสเจ๊ากับเจ๊งเท่านั้น

 

จึงเรียนเสนอมายังนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้วยความห่วงใย

 

มีโอกาสเจ๊งกับเจ๊า! "หมอวรงค์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงกล "กัมพูชา" ปมยกเลิก MOU 44 ร่วมประนอมภาคบังคับ

 

 

#หมอวรงค์ #พรรคไทยภักดี #MOU44 #เกาะกูด #พื้นที่ทับซ้อน #ความมั่นคงทางทะเล #สีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว #การประนอมภาคบังคับ #ไทยกัมพูชา #ผลประโยชน์ชาติ #UNCLOS #ข่าวการเมืองวันนี้
 

 

ภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม - Warong Dechgitvigrom