เนชั่นทีวี

ข่าว

"กมลศักดิ์" จี้หยุดผลักคนใต้เป็นโจร ค้าน IO กระทบพูดคุยสันติภาพ

03 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"กมลศักดิ์" จี้หยุดผลักคนใต้เป็นโจร ค้าน IO กระทบพูดคุยสันติภาพ

"กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.ประชาชาติ จี้รัฐคืนความเป็นธรรมแก้ปัญหาชายแดนใต้ วอนเพลาเรื่อง IO หยุดผลักชาวบ้านเป็นโจร ชี้พูดคุยสันติภาพสะดุดเหตุการเมืองไร้เสถียรภาพ

"กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.ประชาชาติ จี้รัฐคืนความเป็นธรรมแก้ปัญหาชายแดนใต้ วอนเพลาเรื่อง IO หยุดผลักชาวบ้านเป็นโจร ชี้พูดคุยสันติภาพสะดุดเหตุการเมืองไร้เสถียรภาพ

KEY

POINTS

  • เร่งลดเงื่อนไข-คืนความเป็นธรรม: จี้รัฐบาลหยุดมองประชาชนเป็นฝั่งตรงข้าม ฟังเสียง สส. และภาคประชาสังคมในพื้นที่ พร้อมเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง
     
  • เบรค I.O. กอ.รมน.-หยุดเหมารวม: เตือน รมว.กลาโหม ให้เพลาการทำปฏิบัติการข่าวสาร (I.O.) และคัดค้านการตีตราสถาบันปอเนาะหรือตาดีกาว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง
     
  • ชี้เจรจาสันติภาพสะดุดเพราะการเมือง: ยืนยันกระบวนการพูดคุยสันติภาพคือทางออกระยะยาว แต่ที่ผ่านมาต้องล้มโต๊ะบ่อยครั้งเนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลไม่แน่นอน

3 กันยายน 2569 นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปรายกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงแนวทางแก้ปัญหา ดับไฟใต้ และสถานการณ์ ความไม่สงบชายแดนใต้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลฟื้นความเชื่อมั่น คืนความเป็นธรรม และเร่งลดเงื่อนไขความขัดแย้ง พร้อมขอให้กระทรวงกลาโหมเพลาการทำ IO กอ.รมน. ที่สร้างความแตกแยกในพื้นที่ ชี้ชัดกระบวนการ พูดคุยสันติภาพ ที่ไม่คืบหน้าเกิดจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง และเตือนภาครัฐอย่าผลักดันประชาชนหรือตีตราสถาบันปอเนาะให้กลายเป็นฝั่งตรงข้าม

 

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปรายในการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ โดยระบุว่า ปัญหาชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ตนจำความได้ ก็มีเหตุความไม่สงบมานานแล้ว และจะมองเป็นปัญหาความมั่นคงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งหลายมิติ ทั้งระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง ประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง ความยุติธรรม ภาษา ศาสนา และอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

"กมลศักดิ์" จี้หยุดผลักคนใต้เป็นโจร ค้าน IO กระทบพูดคุยสันติภาพ

 

นายกมลศักดิ์ ยังกล่าวถึงเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนสิงหาคม และเหตุที่เกิดขึ้นกับตนเองว่า ตนได้เสนอความเห็นไปยังรัฐบาลหลายครั้ง พร้อมกับ สส.จังหวัดชายแดนใต้คนอื่นๆ บ่อยครั้ง จนถูกตราหน้าว่า อภิปรายแต่เรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และความไม่เป็นธรรม แต่ตนก็ต้องอภิปราย เพราะปัญหานี้ตนยังไม่เห็นการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัญหามาจากเงื่อนไขหลายสาเหตุ แต่ก็ยังไม่มีการลดเงื่อนไข และกลับก่อตัวขึ้นมาใหม่ เช่น เมื่อเกิดเหตุและฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายปฏิบัติให้สัมภาษณ์ ก็จะมองสาเหตุมาจากฝั่งตรงข้ามมาโดยตลอด หรือมองว่าเป็นความไม่พอใจการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นเรื่องของเถื่อนและสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งตนก็ยอมรับว่ามีจริง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และเป็นการมองฝั่งตรงข้ามมาโดยตลอด หรือมองเพียงว่าวันชาติของประเทศเพื่อนบ้านจะมีการก่อเหตุ แต่ไม่ได้หันมามองตัวเอง จึงถึงเวลาหันมามองความบกพร่องของตัวเอง

นายกมลศักดิ์ อธิบายว่า คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เห็นต่างกับรัฐ มี 3 ส่วน ได้แก่ มีความรู้สึกไม่ดีกับรัฐ, รู้สึกไม่ดีกับการปกครอง และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงคิดต่อต้านอำนาจรัฐผ่านการกระทำหลายรูปแบบและการใช้ความรุนแรงตอบโต้ ดังนั้น ฝ่ายบริหารและฝ่ายความมั่นคงจะต้องลดเงื่อนไขดังกล่าว และฟังข้อเสนอจากฝ่ายการเมืองเพื่อนำไปปฏิบัติ พร้อมยังระบุว่า ความรู้สึกแย่ที่อึมครึมมาเป็นปี เพราะเงื่อนไขต่างๆ มีการก่อตัวใหม่ ทั้งที่เงื่อนไขเดิมยังไม่สลาย แต่ด้วยคำพูดของฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปฏิบัติไปสร้างเงื่อนไข จึงเกิดสงครามแย่งชิงมวลชน ดังนั้น รัฐจะต้องหาวิธีทำให้ชาวบ้านอยู่กับรัฐ ทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับรัฐ

 

แต่ตอนนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์กับตน ชาวบ้านบอกว่าโชคดีที่โดนกับตนและรอดชีวิต เพื่อให้ความจริงปรากฏ และมีการโยนกันไปมาว่าเป็นฝีมือ BRN บ้าง หรือฝ่ายตรงข้าม หรือตนสร้างสถานการณ์บ้าง แต่พระผู้เป็นเจ้าอยากให้ความจริงปรากฏ จึงสามารถจับอดีต กอ.รมน. รวมถึงยึดอาวุธและยานพาหนะจาก กอ.รมน.ได้ จนเป็นการย้อนกลับไปเทียบกับหลายสิบเหตุการณ์ในอดีต ที่ชาวบ้านสะท้อนว่าก่อนหน้านี้ที่เคยเกิดหลายเหตุการณ์ เป็นฝีมือรัฐด้วยหรือไม่ จนชาวบ้านไม่ไว้วางใจอำนาจรัฐ และเกิดคำถามต่อว่าจากกรณีของตนเองนั้น ใครเป็นผู้บงการ ซึ่งชาวบ้านรับรู้แต่ไม่กล้าพูดเพราะไม่ไว้ใจอำนาจรัฐ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือรัฐจะต้องทำให้ประชาชนกลับมาไว้ใจอำนาจรัฐ

 

นายกมลศักดิ์ ยังขอให้รัฐบาลทบทวนว่า หากยังนำการปฏิบัติการใช้ความรุนแรงเป็นตัวนำ โดยไม่ยอมรับความจริง เหตุการณ์จะบานปลายมากกว่านี้ ประชาชนจะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ไว้ใจรัฐ และรัฐบาลยังไม่เคยฟังเสียง สส. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 13 เขตการเลือกตั้ง และอีก 1 บัญชีรายชื่อ ที่มีการแถลงข่าวร่วมกันเป็นประวัติศาสตร์ เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการอิสระ เพราะชาวบ้านเชื่อผู้เสียหายที่ถูกยิง จากกระแสข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน แต่ไม่เชื่อแม่ทัพภาค ซึ่งหากภาครัฐไม่รีบคลี่คลาย ตนก็ไม่มีความหวังว่าเหตุการณ์จะสงบได้ ดังนั้น เรื่องความเป็นธรรม รัฐจะต้องไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง และถ้าพลาดขึ้นมาก็ต้องยอมรับ ไม่กลัวองค์กรเสียหายหรือเสียหน้า โดยไม่สนใจว่าจะเสียมวลชน

 

นายกมลศักดิ์ ยังขอให้รัฐมองความเป็นจริงและหันมามองตนเอง อย่ามองเพียงว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุและก่อเหตุเพราะอะไร แต่ขอให้มองว่ารัฐพลาดตรงไหนหรือสร้างเงื่อนไขอะไร ซึ่งความไม่เป็นธรรมยังมีอีกหลายเรื่อง และควรเคารพเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน เคารพเสียงประชาชนและภาคประชาสังคม อย่าผลักไปเป็นโจร เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ยังคงมีที่พึ่ง และขอให้ฟังเสียงฝ่ายการเมืองหรือ สส. ที่ชาวบ้านได้เลือกมาบ้าง

 

นายกมลศักดิ์ ยังบอกว่า กระบวนการไอโอ (I.O.) ในพื้นที่ยังรุนแรงมาก จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เพลาเรื่องไอโอของ กอ.รมน. ลงด้วย และหากแน่จริงก็ไม่ควรใช้บัญชีอวตาร แต่ควรใช้บัญชีจริงเพื่อกล่าวหาและไปต่อสู้กันในชั้นศาล และยังมีการกล่าวหาผู้นำ 3 จังหวัดที่สะท้อนเสียงในพื้นที่แทนชาวบ้าน หากไม่ถูกยิงก็ถูกกล่าวหาว่าเป็น BRN แล้วจะให้อยู่อย่างไร ตนเป็นทนายความ กฎหมายระบุคดีความมั่นคงที่มีโทษตลอดชีวิตต้องมีทนายความ ตนอาสาว่าความตามกระบวนการยุติธรรมก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นทนายโจร หรือเมื่อมาเป็น สส. ก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร แล้วจะให้อยู่อย่างไร

 

นายกมลศักดิ์ ยังสะท้อนเงื่อนไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงอยู่และก่อตัวอยู่ ตนจึงอยากเห็นรัฐบาลมีความกล้าในการแก้ปัญหา แต่ตนก็ไม่มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจตัดสินใจในการแก้ปัญหาเอง 100% หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ จะต้องใช้คนในพื้นที่ที่เข้าใจอัตลักษณ์และวัฒนธรรม ไม่ใช่เหมารวมปอเนาะและตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะทั้งหมด ซึ่งสะท้อนว่างบประมาณของรัฐในการแก้ปัญหานั้นสูญเปล่า และสะท้อนว่ายุทธศาสตร์ชาติที่ระบุว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะสงบลงภายในปี 2570 นั้นล้มเหลว และฝ่ายความมั่นคงก็ยืนยันว่าไม่สามารถถอนทหารในพื้นที่ได้

 

นายกมลศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายความมั่นคงเคยให้สัมภาษณ์เรื่องปอเนาะและตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะว่าเป็นเรื่องในอดีตตั้งแต่สมัยใดแล้ว แต่ก็ยังนำกลับมาพูดใหม่ จนคนปอเนาะและตาดีกามาหาตนและถามว่าจะอยู่อย่างไรเพราะถูกกล่าวหาตลอด และสถาบันปอเนาะก็มีหลายข้อเสนอถึงฝ่ายบริหารเพื่อให้แก้ไขกฎระเบียบ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตนมั่นใจว่าถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาได้จะได้ใจชาวบ้านและลดเงื่อนไขได้

 

นายกมลศักดิ์ ยังฝากถึงรัฐบาลในทางออกระยะยาวว่า จะต้องมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพเพื่อหาทางออก ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้ แต่การเจรจาก็ต้องถูกล้มโต๊ะทุกครั้งเพราะขาดเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งหากตนเป็นฝั่งตรงข้ามก็ไม่กล้าพูดคุยมาก เพราะคุยกันแล้วไม่นานรัฐบาลก็ไป พร้อมยังระบุว่า รายงานของสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ชุดนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เป็นประธานกรรมาธิการฯ เป็นรายงานที่ดีที่สุด

 

นายกมลศักดิ์ ยังฝากถึงรัฐบาลว่า จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศ ทั้งภาคใต้ส่วนบน ภาคกลาง ภาคเหนือ และทุกภาค ที่จะต้องหาทางออกในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ หากสื่อสังคมออนไลน์ยังโจมตีว่าจะไปคุยทำไมกับโจร ตนก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายบริหารจะสรุปและเป็นไปตามการพูดคุย รวมถึงหลายประเด็น สิ่งใดที่ผิดให้ยอมรับความจริง ดำเนินการตามกฎหมาย อย่าดำเนินการเฉพาะกับประชาชน และความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนาไม่ใช่ภัยคุกคามต่อความมั่นคง แต่การไม่ยอมรับความแตกต่างอาจเป็นปัญหาต่อความมั่นคงของประเทศ

ข่าวล่าสุด