'อภิสิทธิ์' จี้ 'นายกฯ' แจงสภา อัดนโยบายดับไฟใต้คลุมเครือ
03 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยื่นญัตติด่วนอัดรัฐบาลไร้แนวทางดับไฟใต้ ชี้โพลระบุประชาชนกว่า 40% มองนโยบายล้มเหลว พร้อมจี้นายกรัฐมนตรีเข้าสภาคลี่คลายข้อสงสัยด้วยตนเอง
ข่าว
03 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยื่นญัตติด่วนอัดรัฐบาลไร้แนวทางดับไฟใต้ ชี้โพลระบุประชาชนกว่า 40% มองนโยบายล้มเหลว พร้อมจี้นายกรัฐมนตรีเข้าสภาคลี่คลายข้อสงสัยด้วยตนเอง
KEY
POINTS
3 กันยายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เดินทางมาชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ด้วยตนเอง หลังผลสำรวจนิด้าโพลระบุชัดเจนว่า ประชาชนในพื้นที่กว่าร้อยละ 40 มองว่าสาเหตุของความรุนแรงเกิดจากความบกพร่องในนโยบาย และยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ที่ไร้รายละเอียดการปฏิบัติ พร้อมจี้ถามถึงจุดยืนการใช้การเมืองนำการทหาร และการคลี่คลายข้อสงสัยกรณีปมเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเร่งสร้างความไว้วางใจและคืนความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์วงจรความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้รอบใหม่ โดยได้ระบุถึงความจำเป็นในการยื่นญัตติตามขั้นตอนทางสภา เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเดินทางมาชี้แจงและแสดงเจตจำนงเชิงนโยบายด้วยตนเอง เนื่องจากปัญหาภาคใต้มีความซับซ้อนเกินกว่าระดับกระทรวงจะรับมือไหว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผลสำรวจของนิด้าโพลล่าสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนชัดเจนว่าประชาชนกว่าร้อยละ 40 มองสาเหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่า มาจากข้อบกพร่องในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และทิศทางในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ
ขณะที่ นโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน กลับเขียนไว้เพียงสั้น ๆ ว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” โดยไร้รายละเอียดการปฏิบัติที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความคลุมเครือในเชิงนโยบาย และซ้ำเติมให้การแก้ปัญหายากยิ่งขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ล่าสุดกรณีความขัดแย้งเรื่องเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีกลับตอบคำถามสังคมว่า “ไม่แน่ใจว่ามีอำนาจตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่ เพราะพื้นที่ใช้กฎอัยการศึก” คำตอบลักษณะนี้ ถือเป็นสัญญาณที่อันตรายอย่างยิ่ง สะท้อนว่า ผู้นำรัฐบาลไร้แนวทางในการคลี่คลายข้อสงสัยให้ประชาชน ทั้งที่การบังคับใช้กฎหมายพิเศษต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของการค้นหาความจริงเพื่อสร้างความไว้วางใจ
นอกจากนี้ ตนขอตั้งคำถามว่า รัฐบาลชุดนี้ยังยึดหลัก “การเมืองนำการทหาร” อยู่หรือไม่ หรือมองเพียงมิติการใช้อำนาจและกำลังความมั่นคงบังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก อีกทั้งเป้าหมายที่ สมช. เคยตั้งไว้ว่า จะคืนความสงบสุขในปี 2570 ก็ขัดแย้งกับสถานการณ์ความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ส่วนกระบวนการพูดคุยสันติสุข หากเป็นเพียงการซื้อเวลาหรือหาข่าวโดยไร้หลักการภายใต้รัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ใด ๆ
“ขนาดผมเป็นคนขยันอ่าน บันทึกการอภิปรายทั้งหมดนี้ยังต้องใช้เวลานานมาก ไม่มีอะไรทดแทนการที่นายกฯ สละเวลามานั่งฟังตรงนี้สัก 2-3 ชั่วโมงได้เลย ผมเชื่อว่ามุมมองของท่านจะเปลี่ยนไปจากการอภิปรายของพวกเรา เขาบอกสภาเป็นที่พูด สภาเป็นที่ปลดปล่อย แต่เราทำได้มากกว่านั้นครับ แต่รัฐบาลต้องร่วมมือกับเรา ทำเถอะครับสำหรับพี่น้องชาวใต้ ชายแดนภาคใต้ ขอบพระคุณครับ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว