เนชั่นทีวี

ข่าว

“แสวง” เปิดใจปมไม่ผ่านประเมินผลงาน ยันไม่กระทบใจ ภูมิใจเป็นคน กกต.

09 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“แสวง” เปิดใจปมไม่ผ่านประเมินผลงาน ยันไม่กระทบใจ ภูมิใจเป็นคน กกต.

“แสวง บุญมี” เลขาฯ กกต. เปิดใจ เคลียร์ปมข่าวลือไม่ผ่านประเมิน ยันไร้ผลกระทบต่อกำลังใจ ชี้ทำเต็มที่ตามกฎหมาย ลั่นภูมิใจเป็นคน กกต. ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนประชาธิปไตย

“แสวง บุญมี” เลขาฯ กกต. เปิดใจ เคลียร์ปมข่าวลือไม่ผ่านประเมิน ยันไร้ผลกระทบต่อกำลังใจ ชี้ทำเต็มที่ตามกฎหมาย ลั่นภูมิใจเป็นคน กกต. ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนประชาธิปไตย

KEY

POINTS

  • สยบข่าวลือไม่กระทบใจ: นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีข้อกังขาเรื่องไม่ผ่านเกณฑ์ ประเมินผลงานรายปี โดยระบุว่าประธาน กกต. ได้ชี้แจงไปครบถ้วนแล้ว ยืนยันเรื่องนี้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้างและข้อกฎหมาย ไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังใจ และตนพยายามทำงานอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว

     
  • ภูมิใจในหน้าที่: นายแสวงเปิดเผยความรู้สึกสั้นๆ แต่หนักแน่นว่า สิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดคือ "การได้เป็นคน กกต." และรู้สึกดีที่ได้ร่วมงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกชุดที่ผ่านมา ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

     
  • แถลงผลงาน 28 ปีมุ่งสู่ดิจิทัล: กกต. แถลงผลงานครบรอบ 28 ปี ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนประชาธิปไตย พร้อมประกาศปรับเปลี่ยน 5 ด้านเพื่อยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัล โดยเน้นย้ำว่า ความสำเร็จในอนาคตไม่ได้วัดที่จำนวนการเลือกตั้งที่เสร็จตามเวลา แต่วัดจาก "ความเชื่อมั่นของประชาชน" ในกระบวนการเลือกตั้งอย่างแท้จริง

9 มิถุนายน 2569 แสวง บุญมี เปิดใจเคลียร์ปมร้อนหลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับผลการ ประเมินผลงาน กกต. ประจำปี โดยทาง เลขาฯ กกต. ยืนยันหนักแน่นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกำลังใจในการทำงานแต่อย่างใด พร้อมลั่นวาจายังคงมุ่งมั่นและภูมิใจสูงสุดที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและธำรงรักษาไว้ซึ่ง ประชาธิปไตย ของไทย


ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลงานรายปีว่า

 

ประธาน กกต. ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ตนไม่มีคำตอบเพิ่มเติม เพราะเป็นขั้นตอนของกรรมการ หากจะบอกได้ก็คงบอกได้เพียงว่ารู้สึกดีที่ได้ร่วมงานกับ กกต. ทุกชุดที่ผ่านมา

 

ส่วนกรณีที่ข่าวการประเมินผลงาน ส่งผลกระทบต่อกำลังใจหรือไม่ นายแสวงยืนยันว่า

 

 

ไม่กระทบและไม่มีความเห็นใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องของสัญญาจ้างและข้อกฎหมาย ขออย่ามองว่าเราทำเต็มที่หรือไม่ แต่เราพยายามทำดีที่สุดแล้ว ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่าไม่เสียกำลังใจและยังรู้สึกดีกับทุกอย่างที่นี่

 

เมื่อถามว่า ภูมิใจสิ่งใดมากที่สุด นายแสวงตอบเพียงว่า “ผมภูมิใจที่เป็นคน กกต.”

 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 

“แสวง” แถลงผลงาน กกต. 28 ปี ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนประชาธิปไตย พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก หากเป็นการแนะนำที่สุภาพ

 

นอกจากนี้ นายแสวง ยังได้แถลงสรุปภาพรวมผลงาน กกต. ว่า ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา สำนักงาน กกต. ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วประเทศ ในการร่วมกันขับเคลื่อนและธำรงรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

สำนักงาน กกต. ขอขอบคุณทุกความร่วมมือ ทุกข้อเสนอแนะ และทุกการตรวจสอบจากสังคม เพราะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งของประเทศไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทำให้ กกต. สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเต็มกำลัง

 

“ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของประชาชนต่อองค์กรภาครัฐ ไม่ได้อยู่เพียงการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ความสำคัญคือการเลือกตั้งที่โปร่งใส รวดเร็ว และสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง กกต. ตระหนักดีว่า ความสำเร็จขององค์กรในอนาคตไม่ได้วัดเพียงจำนวนการเลือกตั้ง ที่จัดให้แล้วเสร็จตามเวลา แต่จะวัดจากความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตยโดยรวม” นายแสวงกล่าว

“แสวง” เปิดใจปมไม่ผ่านประเมินผลงาน ยันไม่กระทบใจ ภูมิใจเป็นคน กกต.

 

นายแสวง กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งระดับประเทศ รวมถึงการออกเสียงประชามติ การปฏิบัติภารกิจของสำนักงาน กกต. จึงอยู่บนหลักการ 28 ปี กกต. คือการเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม


สำหรับก้าวต่อไป เรามุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่อนาคตภายใต้กรอบแนวคิดสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งและการยอมรับร่วมกันของประชาชน ทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนความคาดหวังของสังคม

 

สำนักงาน กกต. จำเป็นต้องปรับบทบาทจากผู้จัดการเลือกตั้งเป็นองค์กรขับเคลื่อนความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยที่สร้างความไว้วางใจจากประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ดังนั้น กกต. จึงกำหนดทิศทางเป็นองค์กรความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล โดยยึดหลักสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง 5 ด้าน คือ


1. ยกระดับการเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน ลดความผิดพลาด และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของ กกต. ได้ทุกที่ทุกเวลา

 

2. เปิดเผยข้อมูลและสื่อสารกับประชาชนมากขึ้น รับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น โดยจะปรับพัฒนาระบบข้อมูลสาธารณะให้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและพัฒนาการเลือกตั้งไปด้วยกัน

 

3. พัฒนาการเมืองให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นธรรม นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทางการเมือง และบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาคและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

 

4. สร้างพลเมืองประชาธิปไตยยุคใหม่ โดยมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมหน้าที่พลเมืองของประชาชนในทุกช่วงวัย

 

5. ปรับองค์กรเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีสมรรถนะสูง โดยทบทวนการทำงาน ลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัว พัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล พร้อมนำระบบการจัดการสมัยใหม่มาใช้เพื่อให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“กกต. เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งที่ดีไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่จะเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง จะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ทุกกระบวนการมีความโปร่งใส และทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม การก้าวเข้าสู่ปีที่ 29 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและปรับตัวเข้าสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัย โปร่งใส และใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น” นายแสวงกล่าว

 

เมื่อถามถึงการปรับตัวสู่ปีที่ 29 นายแสวงกล่าวว่า จากคติพจน์ใหม่ที่ระบุว่า สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ กกต. ต้องทำให้ได้ตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ ถือเป็นคำมั่นสัญญาที่มีต่อประชาชน หากทำได้ตามคติพจน์ทั้ง 4 ประโยค ซึ่งเป็นรากฐานขั้นต่ำของการเลือกตั้งในทุกประเทศ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง แม้ทุกคนจะมีทัศนคติทางการเมืองส่วนตัว แต่เมื่อมาทำงานที่ กกต. ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง สุจริตคือทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งผู้สมัคร ประชาชน และผู้จัดการเลือกตั้งต้องสุจริต ส่วนคำว่าเที่ยงธรรมคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน ซึ่ง กกต. ได้ซักซ้อมพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางนี้ ตนยืนยันแทนพนักงานได้ว่าเราจะไม่มีข่าวเรื่องทุจริต แม้จะถือสำนวนอยู่ แต่เราพยายามฝึกพนักงานให้เป็นแบบนี้ สิ่งที่ต้องได้มากกว่านั้นคือการทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งแผนและโครงการขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเสนอให้ กกต. เห็นชอบ

 

เมื่อถามถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊กสำนักงาน กกต. นายแสวงกล่าวว่า สำนักงานพร้อมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เช่น การตำหนิการทำงาน แต่หากเป็นการใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือด่าทอ ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยไม่ควรเป็นเช่นนั้น ย้ำว่าหากเป็นความเห็น กกต. พร้อมรับฟังและนำไปพิจารณา เราจะลองเปิดดูว่าจะรับได้ขนาดไหน ซึ่งเมื่อวานนี้มีคนนำสิ่งที่ตนพูดไปขยายความว่าตนต้องการเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะความโปร่งใสมาพร้อมกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ตนไม่ได้บอกว่า กกต. ไม่ได้ทำหน้าที่ แต่สิ่งที่อยากให้ประชาชนเข้ามาเป็นเจ้าของ ไม่เกี่ยวกับอำนาจ แต่เป็นเรื่องของหลักการที่ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

 

เมื่อถามถึงกระแสความไม่พอใจที่มองว่าเป็นการโยนภาระให้ประชาชน นายแสวงย้ำว่า การเลือกตั้งเป็นของประชาชนทั่วโลก แต่เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วประชาชนเกิดความสงสัยและมากล่าวหา กกต. ก็ลำบากในการหาหลักฐาน ดังนั้นประชาชนจึงต้องมีส่วนร่วม หากไม่มาสังเกตการณ์เลือกตั้งก็ไม่เป็นไร แต่หากประชาชนมาดูด้วยตาและช่วยกันดูแลก็จะดีกว่า กกต. ยินดีและสนับสนุนให้มาสังเกตการณ์เลือกตั้งอยู่แล้ว หากประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ของ กกต. และ กปน. ก็จบ เช่นการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ผ่านมาที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ ย้ำว่าหากต่างคนต่างมาช่วยกันดูแลแสดงถึงความเป็นเจ้าของหรือการมีส่วนร่วม โดย กกต. ก็ตรวจสอบการทำงานของทั้ง กปน. และผู้สมัครหลายขั้นตอน หากทำขนาดนี้แล้วคนยังสงสัยอยู่ ก็ต้องเข้ามาช่วยกันตรวจสอบการทำหน้าที่ของคน ซึ่งระบบดี คนในระบบก็ต้องดีด้วย

 

ส่วนผลสอบการทุจริตเลือกตั้งที่ยังค้างอยู่กว่า 2,000 เรื่อง นายแสวงกล่าวว่า ที่ กกต. ถูกตำหนิมากที่สุดคือการทำหน้าที่ของ กปน. ซึ่งหากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่ กปน. กำลังทำหน้าที่ตามที่กฎหมายออกแบบไว้ ทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้ทันที เพราะทุกคนมีกล้องที่ถ่ายรูปได้และอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ แต่หากเรื่องผ่านมาแล้วต่างคนต่างพูด หากกระทำผิดจริงก็ไม่มีหลักฐาน มีแต่คำกล่าวหา ถือเป็นความยากของกระบวนการสืบสวนสอบสวน ตนจึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งกฎหมายเปิดโอกาสให้อยู่แล้วทั้งผู้สมัคร ประชาชน รวมถึงอาสาสมัครเข้ามาสังเกตการณ์ เมื่อถึงกระบวนการสืบสวนก็ต้องใช้เวลาเพราะเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว จึงต้องมีการสอบสวนและชั่งน้ำหนักพยานเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย