รอกฤษฎีกา ตีความอำนาจประเมินเลขาฯแหวง ยันไม่กระทบคดีฮั้ว สว.
09 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

ประธาน กกต. เผยรอความเห็นกฤษฎีกา ตีความอำนาจประเมินเลขาฯแหวง ย้ำไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. พร้อมเดินหน้าพิจารณาจันทร์เว้นจันทร์รวม 12 นัด
ข่าว
09 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

ประธาน กกต. เผยรอความเห็นกฤษฎีกา ตีความอำนาจประเมินเลขาฯแหวง ย้ำไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. พร้อมเดินหน้าพิจารณาจันทร์เว้นจันทร์รวม 12 นัด
KEY
POINTS
9 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ประธาน กกต.) กล่าวถึงขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่า ที่จริง กกต. ก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าข่าวดังกล่าวรั่วออกไปได้อย่างไร ซึ่งเมื่อมีข้อโต้แย้ง เพื่อความรอบคอบ กกต. ชุดที่ทำหน้าที่อยู่ จึงมีมติให้นำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่างๆ ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า การประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต. ในกรณีนี้ กรรมการชุดใดมีหน้าที่หรืออำนาจในการประเมิน ตอนนี้อยู่ระหว่างการรอความเห็นมาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งนายแสวง ก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและสามารถชี้แจงได้
เมื่อถามว่า หากผลการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง จะเกิดปัญหาว่าหากผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วจะไปจัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้อย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดอะไรร้ายแรงขนาดนั้น ทุกอย่างมีข้อกฎหมายในตัวอยู่แล้ว ตนเองคงไปชี้ไม่ได้ว่าที่ผ่านมาชอบหรือไม่ชอบด้วยข้อกฎหมาย
ส่วนข้อสังเกตที่ว่า นายแสวง อาจเป็นหนังหน้าไฟของ กกต. ในการรับแรงปะทะช่วงจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายณรงค์ ปฏิเสธและกล่าวว่า กกต. ทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ หน้าที่หลักจริงๆ คือกำกับดูแล เลขาธิการ กกต. ทำหน้าที่ในบทบาทของท่านอยู่แล้ว ดังนั้นท่านไม่ใช่หนังหน้าไฟ ท่านทำหน้าที่ของท่าน ไม่ใช่ว่าเราผลักท่านไปทำหน้าที่แทน
ทั้งนี้ นายณรงค์ ปฏิเสธด้วยว่า หากผลการประเมินเลขาธิการ กกต. ไม่ผ่าน จะเป็นการแช่แข็งคดีฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการแช่แข็ง
ขณะเดียวกัน นายณรงค์ กล่าวถึงกรณีการพิจารณาคดี ฮั้ว สว. ว่า ได้เริ่มพิจารณาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 69 และจะพิจารณาทุกวันจันทร์จนเสร็จสิ้น โดยจะพิจารณาจันทร์เว้นจันทร์ รวมทั้งหมด 12 จันทร์ ที่ต้องพิจารณาจันทร์เว้นจันทร์เพราะจะได้มีเวลาให้ กกต. ดูข้อมูลเอกสารเพราะเอกสารค่อนข้างเยอะ และเพื่อจะได้วางแผนในการประชุมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อาจจะดูเป็นรายจังหวัด โดยยืนยันว่า กกต.ดูอย่างละเอียด จึงไม่สามารถที่จะประชุมทุกวันได้ ส่วนวันอื่นๆก็เป็นการประชุมตามปกติ เรื่องนี้ได้มีกรอบเวลาอยู่แล้ว แต่เราจะพยายามทำให้เสร็จเร็วกว่ากรอบเวลาที่กำหนด แต่ถ้าเสร็จเร็วเกินไปสังคมอาจจะมองว่าไม่รอบคอบ เพราะกกต. ทุกคนเอาความเห็นจากทุกชั้น และต้องดูเอกสารเองทั้งหมด และไม่ได้พิจารณาแบบรวบรัด
นายณรงค์ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้พิจารณาไปเพียงจังหวัดเดียว คือ จ.สุราษฎร์ธานี เราวางแผนว่าจะต้องพิจารณาได้หลายกลุ่มจังหวัด แต่ได้เพียงจังหวัดเดียว ด้วยข้อเท็จจริงต่างๆ กกต. ก็ซักถามผู้ชี้แจงอย่างรอบคอบ จึงต้องใช้เวลา
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่า กกต.จะมีการเป่าคดี ฮั้ว สว. นายณรงค์ กล่าวว่า เรารู้อยู่ว่าสังคมคาดหวังหรือมองภาพ กกต.อย่างไร ซึ่ง กกต.ชุดนี้ เป็นชุดที่มาทำหน้าที่ใหม่ ทุกคนคุยกันว่าเราต้องทำหน้าที่ในกรอบของกฎหมาย เรารู้ว่าสังคมมองเราอย่างไร และเราก็ไม่อยากให้เกิดภาพนั้น ขอให้มั่นใจว่าในการประชุมของเราละเอียดและรอบคอบ ทั้งนี้คำวินิจฉัยที่ออกมาจะเป็นคำวินิจฉัยรวม เพราะทุกคนรู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมถึงจะมีการลงมติครั้งเดียว
ข่าวล่าสุด