"ทวี" ลั่น "เขากระโดง" เป็นที่ดินรถไฟ จี้กรมที่ดินถอนเอกสารสิทธิ
08 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" ออกโรงจี้กรมที่ดิน เร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินเขากระโดง ยืนยันตามคำพิพากษาเป็นที่ดินการรถไฟฯ สงวนหวงห้าม ชี้ชัดต้องยึดหลักนิติธรรม
ข่าว
08 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" ออกโรงจี้กรมที่ดิน เร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินเขากระโดง ยืนยันตามคำพิพากษาเป็นที่ดินการรถไฟฯ สงวนหวงห้าม ชี้ชัดต้องยึดหลักนิติธรรม
KEY
POINTS
8 มิถุนายน 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกโรงเคลื่อนไหวปมร้อน ที่ดินเขากระโดง แฉเบื้องลึกหลังกรมที่ดินยันทำตามกฎหมาย ชี้ชัดเป็น ที่ดินการรถไฟฯ ตามคำพิพากษาศาล พร้อมเรียกร้องให้ กรมที่ดิน เพิกถอนเอกสารสิทธิโดยด่วน เพื่อยึดมั่นใน หลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ตอบสัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังถูกถามความเห็นกรณี "กรมที่ดิน" ยืนยันปม "ที่ดินเขากระโดง" ปฏิบัติตามคำสั่งศาลและยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงกรณีที่ฝ่ายกฎหมายพรรครัฐบาลระบุว่า "การรถไฟแห่งประเทศไทยบุกรุกที่ดินของประชาชน" ในฐานะที่เป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจและยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ในกรณีที่ดินเขากระโดง
พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า “ในประเด็นนี้ ผมเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบไต่สวนมาแล้วเมื่อราวเดือนมีนาคม 2564 ผมขอยืนยันเฉพาะหลักการทางกฎหมายและหลักนิติธรรม ว่า กรมที่ดินและประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินหรือสิทธิใด ๆ บนเนื้อที่ดินรถไฟ 'เขากระโดง' จำนวน 5,083 ไร่เศษได้เลย
เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐมาแต่โบราณ ก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎหมายที่ดิน ซึ่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 10 ได้บัญญัติรับรองสถานะความเด็ดขาดไว้แล้วว่า 'ที่ดินซึ่งได้หวงห้ามไว้... หรือตามกฎหมายอื่น อยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ให้คงเป็นที่หวงห้ามต่อไป'
ดังหลักการนี้ พื้นที่เขากระโดงจึงอยู่นอกเหนือเขตอำนาจหน้าที่ของกฎหมายที่ดิน และกรมที่ดินอย่างสิ้นเชิง เพราะมีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ชัดเจน เรื่องนี้จึงเป็นคนละประเด็นกับสิ่งที่กรมที่ดินและฝ่ายกฎหมายฯ พยายามแถลงการณ์ ขอสังคมอย่าหลงประเด็นครับ”
พ.ต.อ.ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศ ซึ่งมาตรา 53 บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า รัฐมีหน้าที่ต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตาม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น ในเมื่อกฎหมายหลักอย่างมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินที่รับรองว่า ที่ดินที่หวงห้ามมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ให้คงเป็นที่หวงห้ามต่อไป อีกทั้งคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาล ก็ได้การรับรองข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายว่า ที่ดินเขากระโดงมีสถานะเป็นที่ดินหวงห้ามของรัฐมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2462 และกระบวนการกันเขตทำแผนที่ได้เสร็จสมบูรณ์เด็ดขาดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467
คดีนี้ทั้งศาลฎีกาและศาลปกครองกลาง ต่างพิพากษาถึงที่สุดชี้ขาดแล้วว่า พื้นที่เขากระโดงเนื้อที่ 5,083 ไร่เศษนี้เป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้หวงห้ามไว้ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟฯ พ.ศ. 2464 และต่อมา พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 รับโอนมา ซึ่งเป็นการหวงห้ามก่อนปี พ.ศ. 2497 ทั้งสิ้น
ดังนั้นเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใด ที่ออกโดยกฎหมายที่ดินจะกระทำไม่ได้เลย ถ้าทำไปจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรมที่ดินไม่มีอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินจึงมีอำนาจเต็ม (รวมทั้ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้กำกับควบคุมกรมที่ดิน) ในฐานะรัฐมีหน้าที่ต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตาม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องออกคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน และหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใด บนที่ดินเขากระโดงหมด เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง หมายเลขแดงที่ 582/2566 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2566 หน้า 30 ว่า
“...เป็นอำนาจของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมที่ดิน) ที่จะมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใด โดยไม่จำเป็นให้ผู้ฟ้องคดี(การรถไฟฯ) ไปฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลเสียก่อน...” สรุปต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดครับ”
ข่าวล่าสุด