เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมที่ดิน แจงยิบคดีเขากระโดง เพิกถอนโฉนด 35 ราย แต่ไม่คลุมทั้ง 5,083 ไร่

07 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

กรมที่ดิน แจงยิบคดีเขากระโดง เพิกถอนโฉนด 35 ราย แต่ไม่คลุมทั้ง 5,083 ไร่

กรมที่ดิน แจงยิบคดีที่ดินเขากระโดง ปฏิบัติตามคำสั่งศาล เพิกถอนโฉนดคู่ความ 35 ราย แต่ไม่คลุมทั้ง 5,083 ไร่ ชี้หลักฐานการรถไฟฯ ไม่ชัดเจนพอที่จะเพิกถอนอีก 995 แปลง

กรมที่ดิน แจงยิบคดีที่ดินเขากระโดง ปฏิบัติตามคำสั่งศาล เพิกถอนโฉนดคู่ความ 35 ราย แต่ไม่คลุมทั้ง 5,083 ไร่ ชี้หลักฐานการรถไฟฯ ไม่ชัดเจนพอที่จะเพิกถอนอีก 995 แปลง

KEY

POINTS

 

  • กรมที่ดินยืนยันว่าได้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลครบถ้วนแล้ว โดยเพิกถอนคำขอออกโฉนดและเอกสารสิทธิของราษฎร 35 รายตามที่ศาลสั่ง แต่ชี้ว่าคำพิพากษาผูกพันเฉพาะคู่ความในคดี ไม่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่เขากระโดงทั้งหมด 5,083 ไร่ หรือที่ดินแปลงอื่นได้โดยอัตโนมัติ
     
  • กรณีข้อกล่าวหาว่าเอกสารสิทธิเอกชนออกทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมที่ดินระบุว่าผลการสอบสวนและพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าที่ดิน 995 แปลงออกโดยมิชอบหรือทับที่ดินของการรถไฟฯ จึงไม่อาจเพิกถอนเอกสารสิทธิได้ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และเรื่องยังอยู่ระหว่างรอคำพิพากษาของศาลปกครอง
     
  • ปัจจุบันการรถไฟฯ ยื่นฟ้องกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอเพิกถอนคำสั่งยุติเรื่องเพิกถอนเอกสารสิทธิในพื้นที่เขากระโดง ขณะเดียวกันยังฟ้องประชาชนผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน 24 คดี รวม 108 แปลง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยกรมที่ดินยืนยันว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลทุกกรณีเมื่อคดีสิ้นสุดลง.

 

7 มิถุนายน 2569 กรมที่ดิน ออกเอกสารชี้แจงกระแสข่าวที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณเขากระโดง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีคำพิพากษาศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลฎีกา และศาลปกครองกลางตัดสินแล้วว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ แต่จนถึงปัจจุบันกรมที่ดินยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จึงขอชี้แจง ดังนี้

 

1.ประเด็นที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำขอออกโฉนดที่ดินของราษฎรจำนวน 35 ราย และให้เพิกถอนโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นั้น

กรมที่ดินได้ดำเนินการยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินของราษฎรจำนวน 35 ราย เพิกถอนโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวม 4 ฉบับ ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว

 

กรมที่ดินขอเรียนว่า คำพิพากษาดังกล่าวผูกพันเฉพาะที่ดินพิพาทระหว่างคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ยันบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่จะมีการดำเนินคดีใหม่กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 145 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

 

ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ภาค 3 ไม่ได้วินิจฉัยครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5,083 ไร่ การอ้างว่าคำพิพากษานี้เป็นการยืนยันกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมดจึงเป็นการขยายความเกินขอบเขตของคำพิพากษา จึงไม่สามารถนำผลของคำพิพากษาดังกล่าว ไปใช้กับที่ดินแปลงอื่นๆ ได้ เนื่องจากการได้มาของที่ดินแต่ละแปลงมีความแตกต่างกัน ราษฎรซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินจึงต้องมีโอกาสในการต่อสู้ เพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง

กรมที่ดิน แจงยิบคดีเขากระโดง เพิกถอนโฉนด 35 ราย แต่ไม่คลุมทั้ง 5,083 ไร่

 

2.สำหรับกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า การรถไฟฯ ได้ที่ดินมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ที่ดินมีสถานะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินมาแต่ต้น เอกสารสิทธิของเอกชนที่ออกภายหลังจึงออกทับที่ดินของรัฐ นั้น

 

กรมที่ดิน ขอเรียนว่า กรณีคำพิพากษาศาลปกครองกลางคดีหมายเลขแดงที่ 582 / 2566 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2566 ศาลได้พิพากษาว่า “ให้อธิบดีกรมที่ดิน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมที่ดิน) มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และพิจารณาข้อเท็จจริงได้เป็นเช่นใด ย่อมเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่จะดำเนินการมีคำสั่งตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามที่เห็นสมควร อันเป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งศาลไม่อาจก้าวล่วงได้”

 

เมื่อการแสวงหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบสวนฯ ในกรณีที่ดินพิพาทเขากระโดง ซึ่งรับฟังจาก การรถไฟฯ กล่าวอ้าง คำคัดค้านของราษฎรผู้มีส่วนได้เสีย ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ผลการรังวัดถ่ายทอดแนวเขตที่ดิน และการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง ได้พยานหลักฐานที่แตกต่างกันในสาระสำคัญ

 

จากคำพิพากษาศาล ซึ่งพยานหลักฐานของการรถไฟฯ ไม่ชัดเจนและไม่สามารถเชื่อถือได้ว่าที่ดินของการรถไฟฯ ครอบคลุมบริเวณใดบ้าง จึงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ได้ออกทับที่ดินของการรถไฟฯ

 

ประกอบกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเป็นไปโดยชอบด้วย ขั้นตอน ระเบียบและกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จึงไม่มีพยานหลักฐานใดที่สามารถพิสูจน์ได้โดยชัดแจ้งว่า มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

 

กรมที่ดินจึงไม่อาจดำเนินการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจำนวน 995 แปลง ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ได้ ซึ่งกรมที่ดินได้รายงานการดำเนินการให้ศาลทราบ และศาลกำหนดให้วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นวันที่ศาลนั่งพิจารณาคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกำหนดนัดฟังคำพิพากษา

 

3.กรณีการรถไฟฯ ได้ฟ้องกรมที่ดิน ที่ 1 อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 2 ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 2 เป็นผู้ถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 395 / 2568 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 ขอให้

 

(1) เพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดินที่ให้ยุติเรื่องการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

 

(2) เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เห็นชอบกับคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดินและให้ยกอุทธรณ์ของการรถไฟฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง หากศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นประการใด กรมที่ดินจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลต่อไป

 

กรมที่ดินขอเรียนว่า การดำเนินการตามนัยดังกล่าวข้างต้นเป็นไปโดยชอบด้วยระเบียบ กฎหมาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อีกทั้งปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เป็นโจทก์ฟ้องประชาชนที่มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณเขากระโดงจำนวน 24 คดี ประกอบไปด้วยที่ดินจำนวน 108 แปลง ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์

 

ซึ่งศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีหนังสือให้สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากกรมแผนที่ทหาร ร่วมกันทำการรังวัดจัดทำแผนที่พิพาท เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของศาล โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ได้รังวัดจัดทำแผนที่พิพาทและรายงานผลการรังวัดต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และหากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นประการใดย่อมผูกพันคู่ความที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต่อไป

 

กรมที่ดิน แจงยิบคดีเขากระโดง เพิกถอนโฉนด 35 ราย แต่ไม่คลุมทั้ง 5,083 ไร่ กรมที่ดิน แจงยิบคดีเขากระโดง เพิกถอนโฉนด 35 ราย แต่ไม่คลุมทั้ง 5,083 ไร่