เนชั่นทีวี

ข่าว

กต.โต้กัมพูชาใช้ 'ประนอมภาคบังคับ' สวนทางฟื้นสัมพันธ์

03 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

กต.โต้กัมพูชาใช้ 'ประนอมภาคบังคับ' สวนทางฟื้นสัมพันธ์

"สีหศักดิ์" รมว.กต. ติงกัมพูชาเร่งใช้ "ประนอมภาคบังคับ" ขัดแย้งสิ่งที่เคยเรียกร้องฟื้นสัมพันธ์ ยันไทยพร้อมสู้ตามกฎหมายปกป้องผลประโยชน์ชาติ

"สีหศักดิ์" รมว.กต. ติงกัมพูชาเร่งใช้ "ประนอมภาคบังคับ" ขัดแย้งสิ่งที่เคยเรียกร้องฟื้นสัมพันธ์ ยันไทยพร้อมสู้ตามกฎหมายปกป้องผลประโยชน์ชาติ

KEY

POINTS

  • ไทยเตรียมสู้: รมว.กต. ยืนยันไทยพร้อมเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS และเตรียมเสนอชื่อผู้ประนอมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

     
  • กัมพูชาย้อนแย้ง: ไทยมองว่าการตัดสินใจที่เร่งรีบของกัมพูชาขัดแย้งกับสิ่งที่กัมพูชาเคยเรียกร้องให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี

     
  • ย้ำผลประโยชน์ร่วม: รัฐบาลไทยย้ำว่าการแก้ปัญหาโดยตรงระหว่างเพื่อนบ้านคือวิธีที่ดีที่สุด และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องเขตแดนทางบกของกัมพูชาโดยสิ้นเชิง

 

3 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยเดินหน้าเตรียมพร้อมรับมือข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน ผ่านกระบวนการ UNCLOS หลังกัมพูชาแจ้งใช้ การประนอมภาคบังคับ ซึ่งอาจกระทบต่อ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่กำลังพยายามฟื้นฟู ยืนยันปกป้องสิทธิอธิปไตยของไทยอย่างเต็มที่ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ


นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกถ้อยแถลงกรณีกัมพูชาแจ้งการใช้การประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ว่า ไทยได้แจ้งฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอดว่า การยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน พ.ศ. 2544 (MOU 2544) มีความจำเป็น

 

เพราะบันทึกความเข้าใจดังกล่าวไม่สอดคล้องกับบริบทใหม่ และไทยมีเจตนาที่จะเริ่มต้นการหารือแบบใหม่ โดยไม่ได้ยึดกับประเด็นที่ติดขัดจากการหารือแบบเดิม จึงต้องการเริ่มการหารือแบบใหม่ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ซึ่งในขณะนี้ ทั้งสองประเทศต่างเป็นรัฐภาคีแล้ว

 

ไทยต้องการมุ่งหาแนวทางที่จะเดินหน้าต่อไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยคำนึงว่า การแก้ไขปัญหาโดยตรงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน คือหนทางที่ดีที่สุดที่จะบรรลุข้อยุติอย่างสร้างสรรค์ และที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน

อย่างไรก็ดี การตัดสินใจที่เร่งรีบของกัมพูชาในครั้งนี้ ที่จะเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS กลับสวนทางกับสิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องมาโดยตลอดว่า ต้องการให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี และการหารือในกรอบต่าง ๆ รวมถึงประเด็นเขตแดนทางบก จึงควรคำนึงถึงผลกระทบที่อาจตามมา และทำให้สิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องมาโดยตลอดต้องสะดุดหรือหยุดชะงักลง 


 

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ



ประเทศไทยมีความพร้อมในการดำเนินการต่าง ๆ ตาม UNCLOS โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดพบหารือกับที่ปรึกษากฎหมายของไทย เพื่อเตรียมเสนอรายชื่อผู้ประนอม รวมถึงเตรียมการท่าทีต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยได้คาดการณ์และเตรียมความพร้อมไว้แล้ว

ทั้งนี้ กระบวนการประนอมภาคบังคับเป็นหนึ่ง ในวิธีการระงับข้อพิพาทภายใต้ UNCLOS โดยผลของการประนอมจะเป็นรายงานข้อเสนอแนะ (recommendations) ของคณะผู้ประนอมในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สองฝ่ายนำไปใช้ในการเจรจาหาทางออกร่วมกันต่อไป โดยรายงานข้อเสนอแนะดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และทั้งสองฝ่ายยังคงต้องหารือกันโดยตรงต่อไปในประเด็นที่ยังค้างอยู่


ขอให้เชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง และมั่นใจได้ว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเต็มที่

 

ในส่วนข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชา เกี่ยวกับประเด็นเขตแดนทางบก ไทยขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง และขอยืนยันอีกครั้งว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุม GBC สมัยพิเศษครั้งที่ 3 ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่สองประเทศเห็นชอบร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการลดความตึงเครียด การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง และการประกันความปลอดภัยของประชาชน