“ไอซ์ รักชนก” จี้ “ไชยชนก” พับโครงการ TH-AI Passport หวั่นล็อกสเปก
02 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“ไอซ์ รักชนก” สส.พรรคประชาชน บี้ รมว.ดีอี “ไชยชนก” ยุติโครงการ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ TOR ส่อล็อกสเปกเอื้อทุนใหญ่ เตรียมยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบ
ข่าว
02 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“ไอซ์ รักชนก” สส.พรรคประชาชน บี้ รมว.ดีอี “ไชยชนก” ยุติโครงการ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ TOR ส่อล็อกสเปกเอื้อทุนใหญ่ เตรียมยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบ
KEY
POINTS
2 มิถุนายน 2569 ปมร้อนในแวดวงไอที และนโยบายรัฐบาล เมื่อพรรคประชาชนออกมาแฉพิรุธโครงการ TH-AI Passport ใช้งบ กองทุนดีอี กว่า 1.6 พันล้านบาท ที่ส่อแวว ล็อกสเปก เอื้อกลุ่มทุนใกล้ชิดรัฐบาล งานนี้ต้องจับตาการชี้แจงของ กระทรวงดีอี ในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ ว่าจะโปร่งใสหรือมีนอกมีใน?
เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตอนุไอที สปส. ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงโครงการ TH-AI Passport ล่าสุดว่า
“ขอรวบรวมข้อมูลก่อนเดินหน้าโครงการ พร้อมย้ำ มีเจตนาหวังสร้างประโยชน์ให้ประชาชน”
น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่คาดหวังมากที่สุดคือ อยากให้พับโครงการนี้ไปก่อน ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ชนะโครงการ แต่สิ่งที่จ่ายไปมันคุ้มค่าและสามารถรักษาผลประโยชน์ก้อนใหญ่ ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้
ฝากถึงรัฐมนตรีไชยชนกเลยว่า ให้พับโครงการนี้เลย หากท่านไม่อยากมีคดีความในชั้น ป.ป.ช. หรือไม่อยากให้ชื่อเสียงของท่านป่นปี้มากกว่านี้ ให้พับโครงการและทบทวนให้ละเอียดรอบคอบ ปิดช่องว่างช่องโหว่ในแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง TOR ที่เหมือนเป็นการล็อกสเปก อีกทั้งเรื่องการคำนวณ Token (โทเคน) ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำคัญว่า เราจะจ่ายเงินให้เท่าไหร่ในโครงการนี้ยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้น จุดยืนของพรรคประชาชนขอย้ำว่า “ให้พับโครงการ” ซึ่งสามารถสั่งการได้เร่งด่วนทันทีเนื่องจากท่านมีอำนาจเต็ม
น.ส.รักชนก ยืนยันถึงการเตรียมดำเนินคดี หากเดินหน้าโครงการว่า “เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการลงทะเบียนเกิดขึ้นแล้ว” ซึ่ง กมธ. ติดตามงบฯ เองได้เชิญ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี/ปลัดกระทรวงดีอี/ผู้บริหารกองทุนดีอี/คณะยกร่าง TOR/สตง./ป.ป.ช./กรมบัญชีกลาง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ เข้ามาชี้แจงในประเด็นที่ยังติดค้างอยู่ ในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ ซึ่งในวันดังกล่าวเราคงได้ทราบแล้วว่า ยอดจำนวนลงทะเบียนคือเท่าไหร่ เนื่องจากการเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 5-10 มิ.ย. และหากพบว่า ยอดลงทะเบียนต่ำกว่าที่คาดไว้ หรือมีปัญหาในเรื่องของการใช้งาน คงเป็นหลักฐานที่ครบถ้วนในการที่จะยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อสืบสวนต่อไปได้
“หวังว่าในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ ท่านไชยชนก ที่ยืดอกบอกทุกเวทีว่า อยากมาชี้แจงทุกข้อกล่าวหาและข้อกังวล ซึ่งทุกวันพฤหัสบดีเป็นวันที่รัฐมนตรีทุกคน ต้องเตรียมตอบกระทู้สดอยู่แล้ว หากวันนั้นท่านไม่ได้ตอบกระทู้อะไร ขอเชิญมาที่ กมธ. ติดตามงบฯ คงไม่ได้รบกวนเวลาท่านมากเกินไป” ซึ่งได้ให้ฝ่ายเลขาฯ ทำหนังสือเชิญไปแล้ว หากท่านไม่มา ฝากส่งมวลชนไปถามด้วยว่า ท่านกลัวอะไรกับการมาชี้แจง หากทุกอย่างเปิดเผยโปร่งใส ท่านเองก็รับได้ เพราะหลายคนก็ตั้งคำถามถึงความเชี่ยวชาญ การมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ดังนั้น ยินดีพร้อมเป็นเวทีให้ท่านได้ทวงคืนชื่อเสียงกลับคืนมา หากท่านตอบได้เชื่อว่าทุกคนพร้อมรับฟัง” น.ส.รักชนก กล่าว
-เมื่อถามว่าเห็นภาพอะไรจากการทุ่มงบประมาณโครงการ 1,621 ล้านบาท
น.ส.รักชนก กล่าวว่า สิ่งที่เสียแน่ๆ คือเงิน 1,621 ล้านบาท ตนตั้งคำถามและข้อสงสัยว่า ไม่ใช่คน 5 ล้านคนจะได้ประโยชน์จากการใช้ AI แต่เป็นการชงโครงการขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง ซึ่งใกล้ชิดกับใครในรัฐบาลหรือไม่มากกว่า และถึงแม้ว่าเราจะพูดถึงความคุ้มค่า AI หรือเทคโนโลยี แต่สุดท้ายแล้วสาระสำคัญมันอยู่ที่กระดาษ 2 แผ่น ใน TOR ว่า ล็อกสเปกให้กับคนที่มีจออยู่ทั่วประเทศ
ยืนยันว่าไม่ได้กล่าวหาแต่มันชัดเจนว่าล็อกสเปก โดยทั่วไปโครงการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ เวลาเขียน TOR จะบอกว่า ต้องการยอดเข้าชมหรือการเข้าถึงเท่าไหร่ แต่ท่านไม่ได้ทำตามหลักการทั่วไปของการประชาสัมพันธ์ กลับกันในเรื่องของคอลเซนเตอร์ท่านกลับใช้หลักการทั่วไป
-เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากต้องพับโครงการไปจะส่งผลเรื่องค่าปรับอย่างไรบ้าง
น.ส.รักชนก กล่าวว่า “คิดว่าเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาเงินก้อนใหญ่เอาไว้ เป็นผลประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน น่าจะดีที่สุด”
ก่อนที่ นายธีระชาติจะเสริมว่า เงินกองทุน ดีอี มีหลายโครงการที่ให้เงินไปกับโครงการแล้ว และไม่จำเป็นต้องดำเนินในส่วนของกรณีที่มีการยกเลิก เรื่องโครงสร้างเช่นนี้ เชื่อว่ามีวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ข่าวดีที่อยากได้ยินคือ ทบทวนและยกเลิกโครงการจริงๆ อีกทั้งมีโครงการอื่นๆ เคยยกเลิกไปก่อนแล้วด้วย
จากนั้น น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า “ท่านเองก็เคยยกเลิกโครงการของคนอื่น เพื่อเอาเงินมาโปะในเงินกองทุนของ DE ให้สูงถึง 1,621 ล้านบาทเช่นเดียวกัน ดังนั้น มันไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น”
นายธีระชาติ กล่าวต่อว่า อยากชวนคิดว่า หากเราไม่ทำโครงการนี้ จะสามารถทำโครงการอื่นได้มากกว่า การเอาเงินโครงการ 1,621 ล้านบาท ไปทำอะไรได้มากกว่านี้ ซึ่งจากโครงการดังกล่าวพบว่า เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีออกมาเรียกร้องพร้อมเพรียงกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย
ส่วนตัวมองว่า เราสามารถเปลี่ยนงบประมาณโครงการ ทำให้ยั่งยืนมากกว่านี้ เช่น ประเทศสิงคโปร์ ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วหมดไป แต่สิงคโปร์มีการเริ่มตั้งศูนย์ สร้างคน ทั้งหมดมองว่า AI คือเครื่องมือ ดังนั้นคนที่ใช้เครื่องมือ ไม่ว่าจะทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลงมันอยู่ที่คนใช้ ซึ่งจุดหลักของโครงการนี้เราต้องกลับมาดูว่า เราจะเพิ่มประสิทธิภาพให้ประเทศนี้เกิดการแข่งขันได้อย่างไร เพราะไม่เช่นนั้นเรากำลังกำหนดมาตรฐานของสังคมว่า คนที่ประสบความสำเร็จในประเทศนี้ เป็นคนที่แข่งขันได้จริงหรือเป็นคนที่รู้จักใคร
ทั้งนี้ ขอตั้งคำถามว่า เราอยากให้ประเทศนี้โตขึ้นไปเป็นแบบไหน อีกทั้งความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเช่นนี้ จะเป็นตัวตอบกลับมาว่าคนรุ่นต่อไปจะเชื่อหรือมีค่านิยมแบบใด
นายธีระชาติ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้พูดถึงโครงการนี้ แต่ก่อนหน้านี้ภาพใหญ่เรามักจะพูดว่า “กินอิฐหิน ปูน ทราย ต่างๆ แต่คนรุ่นนี้เราอาจจะกินแอปพลิเคชันแทนก็ได้”
ข่าวล่าสุด