แกะทีโออาร์ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน แผนอบรมชัด แต่ยังเจอ 2 ปมร้อน
02 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

แกะทีโออาร์ TH-AI Passport แจกสิทธิ์ AI 5 ล้านคน แม้แผนอบรมชัดเจน แต่ยังถูกตั้งคำถามหนักเรื่องความคุ้มค่างบ 1.6 พันล้านและความโปร่งใส
Business
02 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

แกะทีโออาร์ TH-AI Passport แจกสิทธิ์ AI 5 ล้านคน แม้แผนอบรมชัดเจน แต่ยังถูกตั้งคำถามหนักเรื่องความคุ้มค่างบ 1.6 พันล้านและความโปร่งใส
KEY
POINTS
2 มิถุนายน 2569 โครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1.6 พันล้านบาท แจกสิทธิ์ AI 5 ล้านคน ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส กำลังถูกจับตาอย่างหนัก ทั้งเรื่องความคุ้มค่า ล็อกสเปก TOR – การประมูล AI ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ
จากข้อกังขาที่หลายฝ่ายกังวลว่า คือ ความเสี่ยงที่สุดของโครงการ คือ กลายเป็นการ “แจกสิทธิ์ดิจิทัล” มากกว่า “สร้างทักษะดิจิทัล” ให้กับประชาชน และการแจกสิทธิ์ ตลอดจนจัดอบรมระดับต่างๆ ในโครงการ จะมุ่งไปที่ “หัวคะแนน” และการ “สร้างฐานเสียงใหม่” ให้กับ “ค่ายสีน้ำเงิน”
ล่าสุด “ข่าวข้นคนข่าว เนชั่นทีวี” ตรวจสอบ TOR อย่างละเอียด พบว่า มีการแจกแจงรายละเอียดเรื่องการ “แจกสิทธิ์” และ “การอบรม” เอาไว้อย่างละเอียด และรัดกุมพอสมควร โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ
ระดับที่ 1 การเรียนรู้ผ่าน E-Learning สำหรับผู้ใช้สิทธิ์ 5 ล้านคน
- ครอบคลุมผู้ใช้งานทั้งหมดที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และผ่านการลงทะเบียนรับสิทธิ์
- มีสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ด้าน AI ไม่น้อยกว่า 96 เรื่อง ประกอบด้วยสื่อวิดีโอ , หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และอินโฟกราฟิกสรุปย่อ
- จัดทำหลักสูตรตามมาตรฐาน UNESCO ครอบคลุม 4 มิติ คือ แนวคิดที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง , จริยธรรมด้าน AI , เทคนิคและการประยุกต์ใช้งาน และการออกแบบระบบ AI
- แบ่งกลุ่มผู้เรียนหรืออบรม ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ นักเรียนและนักศึกษา , บุคลากรภาครัฐ , ประชาชนทั่วไปและภาคแรงงาน
ระดับที่ 2 กิจกรรมถ่ายทอดความรู้แบบ Bootcamp จำนวน 4,000 คน
- คัดเลือกและเจาะลึกทักษะให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจพิเศษ
- มีการกำหนดพื้นที่กระจายกิจกรรม ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล ตลอดจนส่วนภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ตราด และหาดใหญ่
ระดับที่ 3 กิจกรรมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมจำนวน 400 คน
- เพื่อส่งเสริมกระบวนการนำ AI ไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง ผ่านการปฏิบัติและการสร้างสรรค์ผลงาน
- ประกวด 4 ครั้ง มีเป้าหมายผู้เข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 400 คน หรือ เฉลี่ย 100 คนต่อครั้ง
ระดับที่ 4 การจัดสัมมนาทำประชาพิจารณ์หลักสูตรจำนวน 400 คน
- ก่อนที่จะทำการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ 96 เรื่อง เพื่ออบรมระดับที่ 1 ต้องมีการจัดประชุมระดมสมองเพื่อสร้างหลักสูตรมาตรฐานสากล
- เป็นการประชุมสัมมนาระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม จำนวนไม่น้อยกว่า 8 ครั้ง กระจายทุกภูมิภาค
ระดับที่ 5 การเสริมสร้างทักษะผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชนจำนวน 2,222 ศูนย์
- เพื่อสร้างกลไกการกระจายความรู้ระดับรากหญ้าที่มีความยั่งยืนผ่านทรัพยากรบุคคลของภาครัฐ จะมีการตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 2,222 แห่ง
- โครงการนี้ต้องจัดอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ไม่น้อยกว่า 2 วัน ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ
- เป้าหมายให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นชนบทห่างไกลได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน
อย่างไรก็ดี บทสรุปของโครงการ TH-AI Passport ที่สำคัญที่สุด คือ ปัญหาเรื่องความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ และความโปร่งใสในกระบวนการกำหนดทีโออาร์
1.การใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท แลกกับการเช่าบริการซอฟต์แวร์ต่างชาติชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี ถูกท้วงติงอย่างหนักจากวงการนวัตกรรมไทย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสั่งสมทรัพย์สินทางปัญญาเชิงโครงสร้างให้แก่ผู้ประกอบการและนักพัฒนาในประเทศไทยอย่างถาวร
เพราะทันทีที่อายุสัญญาสิ้นสุดลง ประเทศไทยจะตกอยู่ในฐานะผู้บริโภคที่ไม่มีระบบไอที หรือโมเดล AI ของตนเอง
ขณะที่งบประมาณจำนวนมหาศาลจะไหลไปสู่ “บริษัทบิ๊กเทคต่างชาติ” โดยปริยาย
2. การเขียนทีโออาร์ โดยกำหนดบังคับ “พิกัดสื่อโฆษณานอกบ้าน” ในร้านสะดวกซื้ออย่างเฉพาะเจาะจง จำนวน 1,500 สาขา 6,000 จอ
ทั้งยังปรากฏความเชื่อมโยงเชิงสัญญาระหว่างผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัทชนะการประมูล กับบริษัทที่ผูกขาดสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ ก่อให้เกิดข้อกังขาเชิงจริยธรรม และสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดต่อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไม่น้อยเลย
ข่าวล่าสุด