เนชั่นทีวี

ข่าว

'ไชยชนก' ลุยแจก 5 ล้านสิทธิ์ TH-AI Passport มิ.ย. นี้ ย้ำโปร่งใสไร้กังวล

29 พ.ค. 2569 | titayu_pur

'ไชยชนก' ลุยแจก 5 ล้านสิทธิ์ TH-AI Passport มิ.ย. นี้ ย้ำโปร่งใสไร้กังวล

รมว.ดีอี เดินหน้า TH-AI Passport แจก 5 ล้านสิทธิ์ ยกระดับแรงงานไทยสู้ศึกเทคโนโลยี มั่นใจโปร่งใส พร้อมเปิดข้อมูลมิถุนายนนี้ ชวนประชาชนร่วมพิสูจน์ความคุ้มค่า

รมว.ดีอี เดินหน้า TH-AI Passport แจก 5 ล้านสิทธิ์ ยกระดับแรงงานไทยสู้ศึกเทคโนโลยี มั่นใจโปร่งใส พร้อมเปิดข้อมูลมิถุนายนนี้ ชวนประชาชนร่วมพิสูจน์ความคุ้มค่า

KEY

POINTS

  • เดินหน้าแจก 5 ล้านสิทธิ์ มิ.ย. นี้: กระทรวงดีอีเตรียมเปิดรายละเอียด และขั้นตอนการลงทะเบียน TH-AI Passport ภายในเดือนมิถุนายน 2569 มุ่งเป้ากลุ่ม First Jobber และคนทำงาน เพื่อยกระดับสัดส่วนการใช้ AI ของแรงงานไทยที่ปัจจุบันอยู่เพียง 10% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยโลก
     
  • มั่นใจโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกช่องทาง: รมว.ดีอี ยืนยันไม่ได้แทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือ TOR พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงรายละเอียดงบประมาณ (ระว่าง 1,621 - 1,645 ล้านบาท) ชี้ต้นทุนถูกกว่าสิงคโปร์ถึง 20 เท่า และคุ้มค่าต่อการแก้ปัญหาแรงงานหดตัวในสังคมสูงวัย
     
  • การันตีความปลอดภัยของข้อมูล: ข้อมูลยืนยันตัวตนจะถูกแยกจากข้อมูลการใช้งาน (Prompt) ซึ่งจะใช้ในรูปแบบ anonymous เก็บรักษาในศูนย์ข้อมูลไทย เพื่อนำไปพัฒนา sovereign model (โมเดล AI ของไทยเอง) โดยโมเดลต่างชาติที่ร่วมโครงการไม่มีสิทธิ์นำข้อมูลนี้ไปพัฒนาต่อ

29 พฤษภาคม 2569 กระทรวงดีอีเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport แจกฟรี 5 ล้านสิทธิ์ หวังยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้เท่าทันโลกยุค AI นายไชยชนก ชิดชอบ มั่นใจกระบวนการโปร่งใสและคุ้มค่างบประมาณ พร้อมเปิดระบบให้ลงทะเบียนใช้งานจริงภายในเดือนมิถุนายนนี้ มาร่วมติดตามก้าวสำคัญของ เทคโนโลยี ไทย และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา นวัตกรรม ระดับประเทศ


นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า กระทรวงดีอีเตรียมทยอยประชาสัมพันธ์รายละเอียดโครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยหลังสัปดาห์หน้าจะเริ่มเปิดข้อมูลให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ทั้งคุณภาพของบริการ วิธีการใช้งาน และขั้นตอนการลงทะเบียน ซึ่งจะออกแบบให้ไม่ยุ่งยาก เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้สะดวกที่สุด

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี

 

นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โครงการดังกล่าวยังเดินหน้าตามเป้าหมายเดิม 5 ล้านสิทธิ์ และไม่มีความจำเป็นต้องชะลอโครงการ แม้จะมีข้อกังวลหรือการตรวจสอบจากหลายฝ่าย เนื่องจากกระทรวงดีอีมั่นใจว่า โครงการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน และเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อการยกระดับศักยภาพประชาชนไทยในยุค AI ทั้งนี้ หากผลตอบรับดีและมีการใช้งานจริงในวงกว้าง โครงการนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการขยายผลในระยะต่อไป


สำหรับหลักเกณฑ์แจกฟรี 5 ล้านสิทธิ์ รัฐมนตรีดีอีอธิบายว่า ถือเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ เมื่อเทียบกับโครงการทดลองก่อนหน้านี้ที่เคยเปิดให้ใช้งาน Google Gemini เป็นเวลา 1 เดือน แม้จะเปิดแบบไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน แต่มีผู้สมัครเข้าร่วมเพียงประมาณ 2 แสนกว่าราย หรือไม่ถึง 3 แสนราย โดยในครั้งนั้นมีกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-23 ปีเป็นหลัก ดังนั้น การตั้งเป้าหมายครั้งนี้จึงสะท้อนความพยายามของรัฐในการขยายการเข้าถึง AI ให้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

'ไชยชนก' ลุยแจก 5 ล้านสิทธิ์ TH-AI Passport มิ.ย. นี้ ย้ำโปร่งใสไร้กังวล

นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งผลักดันโครงการนี้ เพราะระดับการใช้งาน AI ของแรงงานไทยยังต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยโลก โดยอ้างอิงข้อมูล Global AI Adoption ปี 2024 พบว่า แรงงานไทยเข้าถึง AI เพียงกว่า 10% ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 23% และสิงคโปร์อยู่ที่ 69% ส่วนค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ประมาณกว่า 16% สะท้อนว่าไทยยังต่ำกว่า Global Benchmark และต้องเร่งยกระดับการใช้งาน AI ให้ทันการแข่งขันของโลก


อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำให้ประชาชน “เข้าถึง” AI เท่านั้น แต่ต้องการให้ประชาชนใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพจริงในชีวิตประจำวัน การทำงาน และการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่อง prompting การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ สร้างงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และต่อยอดผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูลรูปแบบใหม่
 

 

ส่วนข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสและบริษัทที่ได้รับงาน นายไชยชนก ชี้แจงว่า ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการจัดทำ TOR แต่อย่างใด โดยเมื่อมีข่าวและข้อสงสัยเกิดขึ้น ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และได้รับรายงานว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกช่องทาง หากหน่วยงานตรวจสอบเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม

 

นายไชยชนก ระบุเพิ่มเติมว่า รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ความโปร่งใส และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทผู้ได้รับงาน ควรให้ผู้ที่อยู่ในกระบวนการโดยตรงเป็นผู้ชี้แจงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนปฏิบัติของหน่วยงาน ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรีที่จะเข้าไปกำกับหรือแทรกแซงโดยตรง


ในประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล รัฐมนตรีดีอีอธิบายว่า ต้องแยกข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน คือ ข้อมูลสำหรับยืนยันตัวตน และข้อมูลการใช้งานเพื่อพัฒนาโมเดลภาษาไทย โดยการยืนยันตัวตนมีความจำเป็นเพื่อบริหารจัดการสิทธิ์ที่มีจำนวนจำกัด ป้องกันการใช้สิทธิ์ซ้ำ และทำให้สิทธิ์ตกถึงประชาชนไทยจริง ขณะที่ข้อมูลการใช้งานที่จะนำไปใช้พัฒนา Thai Model จะเป็นข้อมูลแบบ anonymous หรือไม่ระบุตัวบุคคล ได้แก่ prompt คำถาม และคำตอบ ที่ถูกแยกออกจากข้อมูลระบุตัวตนแล้ว

 

นายไชยชนก ย้ำว่า ข้อมูลในโครงการนี้จะถูกเก็บไว้ที่ศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย และโมเดลต่างประเทศที่เข้าร่วมโครงการ จะไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ฝึก หรือพัฒนาโมเดลของตนเองในต่างประเทศได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องการใช้โครงการนี้เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนา sovereign model หรือโมเดล AI ของไทยในอนาคต เพื่อให้ประเทศมีขีดความสามารถของตนเอง และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติในระยะยาว


ส่วนข้อสังเกตว่าเหตุใดโครงการจึงถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หลังจากกระบวนการเดินหน้าไปมากแล้ว นายไชยชนก ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาปกปิด หรือเลือกเปิดเผยภายหลัง แต่เป็นการดำเนินงานตามกระบวนการอย่างเร่งรัด เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นทันตามกรอบเวลา โดยไม่มีคำสั่งให้หลีกเลี่ยงการประชาสัมพันธ์หรือชะลอการเปิดเผยข้อมูล
 

โครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่นโยบายที่เกิดจากรัฐบาลก่อนหน้า แต่เป็นแนวคิดที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงที่ตนเข้ามาทำงานในรอบก่อน โดยอยู่ภายใต้นโยบาย AI Adoption และ AI Literacy ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของกระทรวงดีอีในการยกระดับความรู้และการใช้งาน AI ของประชาชน

 

'ไชยชนก' ลุยแจก 5 ล้านสิทธิ์ TH-AI Passport มิ.ย. นี้ ย้ำโปร่งใสไร้กังวล

 

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ นายไชยชนก กล่าวว่า โดยหลักต้องการเปิดให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง แต่จะให้ความสำคัญกับกลุ่ม first jobber และคนรุ่นที่อยู่ในตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเรียนจบ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่กำลังเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสามารถใช้ AI เพิ่มศักยภาพการทำงานได้ทันที


นอกจากนี้ เดิมเคยมีข้อเสนอให้แบ่งสิทธิ์บางส่วนแก่หน่วยงานราชการ แต่ นายไชยชนก เห็นว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะโครงการนี้ควรเป็นสิทธิ์ของประชาชนโดยตรง ไม่ใช่การกันโควตาให้หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรใดเป็นพิเศษ ดังนั้น สิทธิ์ทั้งหมดควรถูกเปิดให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียนอย่างเป็นธรรม
 

โครงการนี้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โดยระบุว่า จากตัวเลขที่เห็น กระทรวงสามารถทำต้นทุนได้ต่ำกว่าสิงคโปร์ถึงประมาณ 20 เท่า และไม่ว่าเงินที่ใช้จะมาจากกองทุนหรือหน่วยงานใด ในมุมของตนถือเป็นเงินของแผ่นดินทั้งสิ้น จึงต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

ดังนั้น หากต้องการยกระดับศักยภาพประเทศให้ทันโลก AI และเพิ่ม productivity ของประเทศ โครงการลักษณะนี้อาจจำเป็นต้องมีมูลค่าสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญสังคมสูงวัย แรงงานหดตัว และจำนวนคนเกิดน้อยกว่าคนตาย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกำลังผลิตของประเทศในอนาคต หากไม่เร่งเพิ่มผลิตภาพของแรงงานแต่ละคน GDP อาจลดลง และไทยอาจแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ยากขึ้น


สำหรับแนวคิด Learn to Earn นายไชยชนก ระบุว่า เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของโครงการ โดยต้องออกแบบให้รองรับผู้ใช้งานอย่างน้อย 5 ล้านสิทธิ์ และหากมีผู้ใช้งานจริงในสัดส่วนสูง เช่น 50% ของจำนวนสิทธิ์ทั้งหมด จะช่วยผลักดันระดับ AI Adoption ของไทยให้ข้ามเกณฑ์ benchmark ปัจจุบันได้

 

ที่ผมหนักใจไม่ใช่กระแสวิจารณ์ แต่เป็นความกังวลว่าโครงการที่มีประโยชน์อาจไม่ประสบความสำเร็จ หากประชาชนไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ หรือไม่เข้ามาใช้งานจริง ดังนั้น กระทรวงจึงต้องเร่งสื่อสารให้ประชาชนรับรู้มากขึ้น และเชิญชวนให้เข้ามาร่วมพิสูจน์คุณค่าของโครงการผ่านการใช้งานจริง

 

นายไชยชนก กล่าวว่า ตนต้องการความโปร่งใสเช่นเดียวกัน และเมื่อเห็นข่าวหรือข้อสงสัยก็ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานทันที หากต้องตรวจสอบก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ แต่ขอให้แยกประเด็นเรื่องการตรวจสอบความโปร่งใสออกจากคุณค่าของโครงการ เพราะในมุมของตน โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี คุ้มค่า และมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มขีดความสามารถของประชาชนและเศรษฐกิจไทย


ส่วนรายละเอียดเรื่องเกณฑ์การลงทะเบียน การจัดสรรโควตา 5 ล้านสิทธิ์ ช่องทางการใช้งาน และตัวเลขงบประมาณที่มีการตั้งข้อสังเกตระหว่าง 1,621 ล้านบาท กับ 1,645 ล้านบาท นายไชยชนก กระบุว่า จะให้ปลัดกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน ชัดเจน และไม่เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยกระทรวงจะทยอยสื่อสารรายละเอียดทั้งหมดหลังจากสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป