ดังนั้นในฐานะที่รัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการกองทุน คิดว่าการกระทำในลักษณะนี้เหมาะสมหรือไม่ เหตุใดถึงปล่อยผ่าน และตัวเลข 5 ล้านคน ไม่สะท้อนต่อความเป็นจริงของประเทศไทยในขณะนี้
อีกทั้งโครงการดังกล่าวใช้เวลาในการประกวดราคาจนถึงวันยื่นเพียง 34 วัน กับโครงการ 1,600 ล้านบาท จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าในระดับนี้ส่วนใหญ่มักจะใช้เวลา 3-6 เดือน จึงน่าสงสัยว่าบริษัทที่ส่งข้อมูลมีส่วนรู้เห็นและวางแผนไว้ก่อนหรือไม่ อาจมีการเสนอกันเองและล็อกสเปค ในตัว TOR และราคาที่ชนะเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้ 1.5%
นอกจากนี้ TOR ล็อกสเปคให้ลงโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ ทั้งที่มีช่องทางอื่นมากมาย เพราะวันนี้กลุ่มทุนสื่อเพียงรายเดียวที่ครอบครองจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ และผู้ที่ประมูลโครงการนี้ได้คือกลุ่มทุนของเจ้าของร้านสะดวกซื้อ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่ารัฐมนตรีจะเข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือนในรัฐบาลก่อนจะสามารถอนุมัติโครงการระดับพันล้านได้เร็ว จึงอยากทราบว่าถ้าอยู่ต่อถึง 4 ปี จะอนุมัติโครงการระดับพันล้านได้มากน้อยขนาดไหน โดยวันนี้ของฟรีมีเต็มไปหมด Gemini วันนี้ก็ฟรี ChatGPT ก็ฟรี การแข่งขัน AI สูงมาก จึงเป็นคำถามว่าทำไมถึงตั้งโครงการซื้อกว่า 1,600 ล้านบาท
ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ชี้แจงว่า สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงวัย ซึ่งอนาคตข้างหน้าจะมีเวิร์คฟอส (พนักงาน,แรงงาน) ที่เล็กลงอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก็จะมีการผลิตที่น้อยลง ถ้าถามว่าอุปกรณ์ใดที่เพิ่มประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันก็หนีไม่พ้น AI ดังนั้นการให้ความสำคัญในการพัฒนา AI เป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นและเร่งด่วน
เมื่อถามว่าเหตุใดจึงเป็นการใช้เงินกองทุนดีอี หากมองย้อนไปในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 เราปฏิบัติหน้าที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งไม่ทันงบประมาณประจำ จึงต้องหาแนวทางและโครงการดีๆแบบนี้ หากต้องการตามเทรนด์โลกให้ทันประเทศไทยไม่ตกกลุ่มของการที่มีเวิร์คฟอสลดลง หากเราต้องการเพิ่มผลผลิต การใช้เงินของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตามมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.ดีอี พร้อมขออธิบายตัวโครงการว่า ไม่ใช่โครงการที่แจก AI โปร ในรูปแบบฟรีอย่างเดียว แต่นโยบายที่ให้ไปคือการพัฒนา AI ของประเทศ และ ecosystem ของ AI โดย TH-AI passport ไม่ได้มีแค่โมเดลระดับโปรหลากหลายโมเดล เพื่อให้ประชาชน 5 ล้านคนใช้ฟรี แต่ต้องเรียนรู้ที่จะหารายได้ ในนั้นจะมีทั้งคอร์สเรียนให้คนที่ใช้สิทธิ์เข้าไปศึกษาหลักสูตรเหล่านี้ โดยกลุ่มบริษัทชั้นนำของโลกร่วมกับประเทศไทยจัดทำขึ้นมา โดยมีประกาศนียบัตรให้อย่างเป็นทางการ
สำหรับตัวเลข 5 ล้านคน ตามความเข้าใจของตนคือ เราศึกษาจาก Global AI Adoption 2025 ซึ่งเป็นตัวเลขของแรงงานแต่ละประเทศ ปัจจุบันไทยอยู่ที่ 10.7% เวียดนาม 23.5% สิงคโปร์ 60.9% หากไทยเราสามารถขับเคลื่อนผลักดันให้ AI adoption rate (อัตราการนำ ai มาใช้) จะนำมาซึ่งการเพิ่มขึ้นเป็น 22-23% ซึ่งเท่ากับเวียดนาม แต่การดันตัวเลขถึง 5 ล้านคนนี้คงได้ไม่เต็มอัตรา เพราะอาจมีตัวเลขทับซ้อนกับกลุ่ม 10.7% ที่มีอยู่
ส่วนเรื่อง TOR ตนได้ให้หน่วยงานเข้าชี้แจงในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่มีประเด็นในสังคมขึ้นมา ความเข้าใจที่ใช้เวลาในการพิจารณาเพียง 34 วันนั้นไม่จริง แต่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเริ่มตั้งแต่การประกาศ จัดทำประชาพิจารณ์ การประชาสัมพันธ์ การยื่นข้อเสนอโครงการ ใช้เวลาร่วม 5 เดือน กรณีที่ถูกมองว่าเป็นการเร่งจัดทำโครงการนั้นส่วนตัวมองว่ายังช้าไป และทุกกระบวนการถูกต้องโปร่งใส เรื่องกระบวนการจัดทำ TOR
หากยังไม่พอใจในคำชี้แจง ทางหน่วยงานพร้อมที่จะให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกอย่าง มุมมองของฝ่ายบริหาร เป้าหมายคือการยกระดับศักยภาพของประเทศ รัฐบาลจึงพยายามที่จะให้ประชาชนใช้รูปแบบโปร เพื่อลดความเหลื่อม พัฒนาศักยภาพและเพิ่มการเรียนรู้