svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีอี คอนเฟิร์ม "ต้น เม.ย.69" ดัชนีความร้อนพุ่งปรี๊ด 60 องศาฯ

30 มี.ค. 2569

ดีอี ยืนยันข่าวจริง "ต้นเดือนเม.ย. 69 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ" ขอ ปชช. เตรียมพร้อมรับมือ เตือนกลุ่มเสี่ยงระวังฮีทสโตรก - อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม "ชาวอิสราเอลเตรียมอพยพเข้าไทย"

30 มีนาคม 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 28 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,207 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,521 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,520 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง

ดีอี คอนเฟิร์ม "ต้น เม.ย.69" ดัชนีความร้อนพุ่งปรี๊ด 60 องศาฯ

ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่

  • อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ต้นเดือนเมษายน 69 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ
  • อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้ว
  • อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินเข้าไทยกว่า 1,000 เที่ยว
  • อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวอิสราเอล 425,000 คน เตรียมอพยพเดินทางเข้าไทย
  • อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง น้ำฟักเขียว-ปลิงทะเลต้ม ช่วยควบคุมน้ำตาล และรักษาเบาหวานให้หายขาดได้
  • อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง โรงพยาบาลแออัดหนัก ปี 2569 มีผู้ติดเชื้อจากปรสิตสูงสุดถึง 158 เท่า
  • อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อให้กู้เงิน ผ่าน TikTok ชื่อ baac.koya

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ต้นเดือนเมษายน 69 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ” กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ซึ่งค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นอุณหภูมิที่ร่างกายของคนเรารู้สึกได้จริง ไม่ใช่อุณหภูมิของอากาศที่วัดได้จากเครื่องมือทั่วไป โดยดัชนีความร้อนนี้คำนวณจากอุณหภูมิอากาศร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ดีกว่าอุณหภูมิปกติ ยิ่งความชื้นสูง ร่างกายจะยิ่งรู้สึกร้อนและอึดอัดมากขึ้น

ดังนั้นดัชนีความร้อนที่สูง จะมีผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง คนทำงานกลางแจ้ง ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช รวมถึง ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง) จึงควรดูแลสุขภาพและป้องกันอันตรายจากความร้อนอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้ 

  1. ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ และค่าดัชนีความร้อน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะช่วง 13.00-16.00 น. 
  2. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ 
  3. งดดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม เป็นต้น 
  4. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สวมหมวก และใช้ร่มกันแดด 
  5. ผู้รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้คัดจมูก ยาขับปัสสาวะ ยารักษาจิตเวช ควรสังเกตอาการตนเอง เพราะยาอาจมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย 
  6. ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยสังเกตอาการผิดปกติ 
  7. ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำบ่อย ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด