เนชั่นทีวี

ข่าว

"อนุชา" เปิด 5 นโยบาหลักสู้ศึกผู้ว่าฯ - ไม่เสียกำลังใจคะแนนตาม

26 พ.ค. 2569 | katchatapong_lee

"อนุชา" เปิด 5 นโยบาหลักสู้ศึกผู้ว่าฯ - ไม่เสียกำลังใจคะแนนตาม

"อนุชา" เปิด 5 นโยบายหลักกรุงเทพฯ สู้ศึกผู้ว่าฯ ยอมรับต้องทำการบ้านให้หนักขึ้นหลังคนกรุงฯ เทใจให้ "ชัชชาติ" - มั่นใจคน กทม.พิจารณาผู้สมัครที่มุ่งมั่น-มีนโยบายเด็ด

นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เปิดนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ของพรรคฯ ภายใต้แนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more" ว่า นโยบายของพรรคฯ เกิดขึ้นจากการนำปัญหาที่ สก.สะท้อนมาวิเคราะห์ ซึ่งตนตระหนักว่า กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต มีปัญหาแตกต่างกันไป เช่น กรุงเทพฯ ชั้นใน ชั้นนอก จึงจะต้องมีการออกแบบให้ครอบคลุมที่สุด แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่นโยบายจะครอบคลุมคนกรุงเทพฯ ทุกคน หรือ ทุกเขต จึงเป็นเหตุผลหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่งว่าที่ผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขตในนามพรรคฯ เพื่อให้มีนโยบายของแต่ละพื้นที่ในเขตให้ตอบโจทย์ นโยบายต่อจากนี้ไม่ใช่หมายความว่า นำเสนอแล้วจะสิ้นสุด แต่จะยังมีนโยบายแต่ละพื้นที่ ซึ่งนโยบายในวันนี้ ถือเป็นนโยบายภาพรวมในการแก้ปัญหา และจะยังมีนโยบายที่ตอบโจทย์แต่ละพื้นที่อีก ซึ่งหากประชาชนให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ จะทำได้มากกว่านี้ and more แน่นอน

"อนุชา" เปิด 5 นโยบาหลักสู้ศึกผู้ว่าฯ - ไม่เสียกำลังใจคะแนนตาม

นายอนุชา เปิดเผยนโยบายเดินทาง "สะดวก" ซึ่งเป็นปัญหาหลัก, เป็นเมือง "สะอาด" ไม่สกปรกในภาพลักษณ์ และการความ "สบาย" ประชาชนมีรายได้เสริมด้านเศรษฐกิจ รวมถึงความโปร่งใสและความถูกต้อง

นายอนุชา ยังเปิดเผยนโยบาย "เดินทางสะดวก" ของพรรคฯ ว่า ในวันนี้ระบบขนส่งไม่ได้มีการเชื่อมต่อกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอรัฐบาลทำให้รถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก.มาอยู่ภายใต้กำกัของ กทม.อย่างแท้จริง เพื่อให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ สามารถกำกับเส้นทางการเดินรถได้ ให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนหลัก และใช้ระบบเทคโนโลยีทำให้รถสามารถหมุนเวียนไปยังเส้นทางอื่นได้ที่มีประชาชนรออยู่จำนวนมากได้ โดยจะใช้ระบบ AI มาจับสัญญาณ เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่การจราจรติดขัด แต่ก็ไม่ทิ้งประชาชนที่ยืนรอตามป้าย และจะแจ้งเวลาให้ทราบว่า เมื่อใดที่รถจะผ่านมา รวมถึงการเปลี่ยนจากรถสันดาบ เป็นรถพลังงานไฟฟ้า เพื่อช่วยลดมลพิษและฝุ่นในกรุงเทพฯ ได้ด้วย

"อนุชา" เปิด 5 นโยบาหลักสู้ศึกผู้ว่าฯ - ไม่เสียกำลังใจคะแนนตาม

นายอนุชา ยังจะนำการขนส่งทางเรือ EV กลับมาในกรุงเทพฯ เพราะอดีตกรุงเทพฯ เคยได้สมญานามว่า เป็นเวนิสตะวันออก แต่ปัจจุบันหลายโครงการที่เคยเริ่มต้นมา ก็ต้องหยุดลง และหลังจากนี้ ตนจะไปติดตามการใช้เรือ EV ที่เคยมีการนำมาใช้ และจอดทิ้งร้าง แต่ตนเองจะนำกลับมาฟื้นใช้ใหม่ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าให้มากขึ้น

 

นโยบายด้านความสะอาดนั้น นายอนุชา ระบุว่า ไซด์งานก่อสร้างต่าง ๆ จะต้องถูกกำกับให้เรียบร้อย เพื่อไม่ก่อความรำคาญ หรือสร้างฝุ่น ที่กรุงเทพฯ จะต้องเข้าไปกำกับดูแล 100% และการจัดการขยะ ปัจจุบันมี 3 แห่ง ที่หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม เพราะกรุงเทพฯ มีขนาดใหญ่เกินที่จะมีโรงำจัดขยะเพียง 3 แห่ง เพื่อให้มีศูนย์กำจัดขยะครอบคลุม รถเก็บขยะจะวิ่งในระยะสั้ย อยู่ในโซนที่กำหนด เพื่อไม่ให้มีกลิ่น หรือภาพลักษณ์ทำให้ประชาชนอึดอัดไม่สบายใจ

 

นายอนุชา ยังเสนอการนำโมเดลการจำกัดขยะต่างประเทศ ที่มีประสิทธิภาพมาใช้ และการนำขยะมูลฝอยมาใช้เป็นพลังงานทดแทน หรือนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิง เพื่อให้ประชาชนในกรุงเทพฯ สามารถเห็นประโยชน์ของขยะ เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานได้ และจะต้องลดการฝังกลับขยะให้เป็นศูนย์ รวมถึงการสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย

 

ส่วนนโยบายเพื่อให้เกิดความสบาย ทั้งกายและใจนั้น นายอนุชา ระบุว่า จะต้องดูแลสุขภาพของคนกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคสังคมสูงอายุ ดังนั้น ตนจะนำงบประมาณของกรุงเทพฯ ไปสร้างที่อยู่อาศัย หรือบ้านพักคนชราให้ผู้สูงอายุ เพราะบ้านพักปัจจุบันมีผู้สูงอายุรอคิวจำนวนมาก และจะต้องไม่ทำให้ผู้สูงอายุเป็นส่วนเกินของกรุงเทพฯ รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญให้ผู้สูงอายุได้รับการบริการสาธารณะ เช่น การรักษาฟันก่อน, การทำวีเนียร์ และการรักษาสุขภาพช่องปาก โดยให้มีโอกาสได้รับการรักษาเร็วขึ้นกว่าคนอื่น ๆ รวมถึงขยายความร่วมมือศูนย์สาธารณสุขกรุงเทพฯ ที่มีทั่วกรุงเทพฯ ให้เชื่อมโยงกับคลินิก เพื่อให้ศูนย์สาธารณสุขขยายหน้าที่ได้ รวมถึงสนับสนุนแพทย์โรงพยาบาลสังกัด กทม.มาเสริมที่ศูนย์สาธารณะสุขด้วย

"อนุชา" เปิด 5 นโยบาหลักสู้ศึกผู้ว่าฯ - ไม่เสียกำลังใจคะแนนตาม

นายอนุชา ยังเสนอการใช้พื้นที่เอกชน หรือพื้นที่ธนารักษ์ ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มาใช้ประโยชน์ เช่น การนำพื้นที่มาใช้สวนหย่อม สวนสาธารณะ สวนกีฬา Co-Working Space, Art Space เหมือนก่อนหน้านี้ ที่พรรคฯ เคยจัดกิจกรรมที่โรงงานยาสูบจัดกิจกรรม เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง AI เป็นต้น

 

ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจนั้น นายอนุชา ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง และไม่ต้องการปิดกั้นการเจริญเติบโต แต่ต้องการมาตรฐานที่ทุกคนมีคุณค่าตรงกัน เช่น ก่อนหน้านี้ พรรคฯ ได้ลงพื้นที่ถนนสุขุมวิท และพบร้านกัญชามากมาย ซึ่งมีการโฆษณาการใช้บริการ หรือสันทนาการ ทั้งที่กัญชาควรถูกควบคุมทางการแพทย์ ดังนั้น แม้ว่า กรุงเทพฯ จะเกิดกว้างด้านเศรษฐกิจ แต่จะต้องไม่เป็นอันตราย รวมถึงกรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่ชั้นนอกที่ประชาชน ประกอบอาชีพเกษตรกรด้วย ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชน นอกเหนือจากการลงพื้นที่ตามตาดเพื่อหาเสียงด้วย และหากประชาชนพบผู้สมัครของพรรคฯ สามารถเดินเข้ามาบอกเพิ่มเติมได้ว่า ประชาชนต้องการเห็นกรุงเทพฯ ไปไหนทิศทางใดต่อไป

 

นายอนุชา ยังย้ำถึงการบริการกรุงเทพฯ ด้วยความโปร่งใส อย่างในระดับชาติ พรรคประชาธิปัตย์มีแพล็ตฟอร์ม "ส่องรัฐ" ซึ่งจะนำมาใช้ในกรุงเทพฯ เพื่อจับตาดู เพื่อความโปร่งใส รวมถึงการแก้ปัญหานอมินี ที่มีการใช้ชื่อบุคคลอื่นมาสวมสิทธิแทนคนต่างชาติ ซึ่งแม้ไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบหลักของกรุงเทพฯ แต่ก็เป็นความกังวลของคนกรุงเทพฯ ซึ่งพรรคฯ จะไม่นิ่งเฉย และจะตรวจสอบ ซึ่งหากพบความผิดก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาจัดการต่อไป ดังนั้น กรุงเทพมหานครในอนาคต หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปบริหารจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบแน่นอน

 

นายอนุชา ยังกล่าวถึงการหาเสียงหลังผลการสำรวจความเห็นประชาชนพบตนเองยังมีคะแนนตามผู้สมัครคนอื่น ๆ และประชาชนส่วนใหญ่กว่า 50% ได้เทใจให้กับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ที่ลงสมัครต่อในสมัยที่ 2 ว่า พรรคประชาธิปัตย์ และตนเองเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน และอาจจะยังเข้าไม่ถึงประชาชนว่า ตนเป็นตัวแทนพรรคในการลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ดังนั้น จึงจะต้องประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ทราบว่า มีตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขตแล้ว รวมจะต้องลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อนำเสนอนโยบาย ดังงนั้น จะต้องทำการบ้าน และทำหน้าที่หนักมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า ในระยะเวลาที่เหลืออีก 30 วัน ตนจะนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพฯ แต่ก็ยังตอบไม่ได้ว่า คนกรุงเทพฯ จะไว้วางใจหรือไม่ เพราะต่างโพลต่างผลลัพทธ์ และจากการสำรวจความเห็น ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งพิจารณา แต่เชื่อว่า คนกรุงเทพฯ จะพิจารณาผู้สมัครที่มีความมุ่งมั่น มีนโยบายที่ดี และไม่ได้พิจารณาเพียงจากโพลเท่านั้น