เนชั่นทีวี

ข่าว

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร!

25 พ.ค. 2569 | natthanan_chu

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร!

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร! แกล้งฟ้อง-สร้างภาระเจอดี! ศาลสั่งยกฟ้องได้ทันที

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร! แกล้งฟ้อง-สร้างภาระเจอดี! ศาลสั่งยกฟ้องได้ทันที

KEY

POINTS

สกัดฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP): นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ลงนามคำแนะนำดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 ป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือนเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งหรือคุกคามเสรีภาพประชาชน

ให้อำนาจศาลยกฟ้องได้ทันที: ศาลสามารถใช้ดุลพินิจตรวจสอบและใช้อำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา 161/1 ยกฟ้องได้ตั้งแต่ "ชั้นตรวจฟ้อง" หรือระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง หากพบพฤติการณ์ฟ้องไม่สุจริต เช่น ฟ้องไกลภูมิลำเนา แกล้งฟ้องหลายคดี หรือฟ้องผู้แสดงความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ

คุมเข้มทั้งสองฝ่ายป้องกันถ่วงเวลา: นอกจากปกป้องจำเลยและผู้เปิดเผยข้อมูลทุจริต/สิ่งแวดล้อมแล้ว คำแนะนำนี้ยังคุ้มครองโจทก์ด้วย โดยหากจำเลยยกอ้างประเด็นนี้เพื่อถ่วงเวลา ศาลสามารถสั่งยุติและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อได้ทันที

 

 

 

25 พฤษภาคม 2569 นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบและกลั่นกรองการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาให้เป็นไปโดยสุจริตและป้องกันมิให้กระบวนการทางศาลถูกนำไปบิดเบือน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งหรือจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

 

 

คำแนะนำดังกล่าวมีสาระสำคัญในการวางแนวทางให้ศาลสามารถพิจารณาและตรวจสอบการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่อาจมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือมุ่งสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร

และยืนยันหลักการสำคัญว่ากระบวนการยุติธรรมจะต้องไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะบิดเบือนจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย หรือใช้เป็นเครื่องมือในการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

 

 

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร! นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา 

 

 

 

 

โดยให้แนวทางเกี่ยวกับลักษณะของการฟ้องคดีที่อาจเข้าข่ายเป็นการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตไว้ เช่น การฟ้องคดีที่มีลักษณะก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างความเดือดร้อนแก่จำเลยเกินสมควร การใช้การดำเนินคดีเพื่อกดดันให้คู่ความกระทำการหรือละเว้นกระทำการเพื่อผลประโยชน์อันมิชอบ ตลอดจนกรณีที่มีการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญต่อศาล

 

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร!

 

 

นอกจากนี้ คำแนะนำยังได้กำหนดพฤติการณ์ที่พึงถือเป็นเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต

เพื่อให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบได้อย่างรอบคอบ เช่น การยื่นฟ้องคดีในศาลที่อยู่ห่างไกลจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำงานของจำเลยโดยไม่มีเหตุจำเป็นอันเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี การฟ้องคดีหลายคดีจากข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างภาระในการต่อสู้คดี

รวมถึงการฟ้องบุคคลที่ใช้สิทธิตามกฎหมายหรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การปกป้องสิทธิมนุษยชนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน หรือการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

 

ในการดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าว ศาลสามารถใช้อำนาจตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าการฟ้องคดีเป็นไปโดยไม่สุจริต

ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้อง หรือดำเนินการไปพร้อมกับการไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม อีกทั้งศาลยังอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีหรือเจ้าพนักงานศาลช่วยตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการไต่สวนและวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสวงหาข้อเท็จจริง

ทำให้กระบวนการพิจารณามีความครบถ้วน รอบคอบ และสามารถตอบสนองต่อข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมโดยรวม และยังคุ้มครองสิทธิของโจทก์

 

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร!

 

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร!

 

 

 


โดยหากศาลเห็นว่าจำเลยยกข้ออ้างดังกล่าวขึ้น โดยมีพฤติการณ์มุ่งถ่วงเวลาหรือก่อความรำคาญแก่กระบวนพิจารณา ศาลสามารถสั่งยุติการดำเนินการในประเด็นดังกล่าวและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยไม่ชักช้า รวมทั้งอาจออกข้อกำหนดหรือคำสั่งเพื่อป้องกันการใช้กระบวนพิจารณาในทางที่ไม่เหมาะสมได้อีกด้วย

คำแนะนำดังกล่าว สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการคุ้มครองการมีส่วนร่วมของประชาชนในสังคมประชาธิปไตย โดยเฉพาะในกรณีที่การดำเนินคดีอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น หรือสร้างแรงกดดันแก่ผู้ใช้สิทธิโดยสุจริตของศาลยุติธรรม โดยยังคงยึดหลักความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย สิทธิของจำเลย และประโยชน์สาธารณะโดยรวม

การออกคำแนะนำของประธานศาลฎีกาในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของศาลยุติธรรมในการพัฒนากระบวนพิจารณาคดีอาญาให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคมในปัจจุบัน โดยยืนยันหลักการสำคัญว่าการใช้สิทธิทางศาลจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตและไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งผู้อื่น ทั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมจะได้นำคำแนะนำดังกล่าวไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันต่อไป

 

ปธ.ศาลฎีกา แนะนำสกัด "ฟ้องปิดปาก" (Anti-SLAPP) กระบวนการยุติธรรม ต้องไม่ใช่เครื่องมือรังแกใคร!

 

 

 

#ฟ้องปิดปาก #AntiSLAPP #ประธานศาลฎีกา #ศาลยุติธรรม #กฎหมายอาญา #มาตรา161_1 #คุ้มครองประชาชน #สิทธิมนุษยชน #ข่าวสารกฎหมาย