จึงอยากให้ กกต. ได้ชี้แจง ว่าพฤติการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งหรือไม่ ที่ได้ตั้งข้อหากับประชาชน เป็นการตีความตามกฎหมายหรือ ตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเป็นการละเมิดจริง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมากหลังจากที่กกต.ได้ออกมาตั้งข้อกล่าวหาฟ้องประชาชนทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวที่จะตรวจสอบ หลายครั้ง
ดังนั้นถ้าประชาชนกลัวที่จะตรวจสอบ จะทำให้เกิดการฟ้องปิดปาก วันนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ทั้งสองฝั่งได้ชี้แจง ฝั่งประชาชนชี้แจงถึงเจตนารมณ์ในการกระทำ ที่ได้ทำไปวันนั้น กกต. เองก็ได้ชี้แจง ด้วยว่า สิ่งที่กกต.มองว่าผิด แล้วฟ้องประชาชนด้วยสาเหตุอะไร
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า กกต.ไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตนเองแต่จะมีการชี้แจงผ่านระบบซูม ส่วนหีบบัตรที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงปัญหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเก็บไปแล้วนั้นก็จะต้องให้ทาง กกต. ชี้แจงกระบวนการจัดเก็บหีบ ว่าแต่ละหน่วยมีกระบวนการมาตรฐานหรือไม่ มีความแตกต่างอาจทำให้เกิดความสงสัยต่อสังคม ว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฏหมายหรือไม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า แนวทางการพิจารณาดำเนินการต่อของกรรมาธิการ อ้างอิงเรื่องการจัดทำรายงานกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม อยู่ระหว่างการนำเสนอต่อวุฒิสภา ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังไม่แน่ใจว่ารายงานจะมีประโยชน์หรือไม่
“เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกตั้งคำถามเยอะมาก และยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องตาม เช่น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กัมธิการทำหนังสือไปยัง กกต.เรื่องของTOR เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง การทำบัตรเลือกตั้งทั้งปี 69 และปี 66 เพื่อเปรียบเทียบและดูสเปคบัตรเลือกตั้งว่ามีการระบุเฉพาะเจาะจงหรือไม่ หรือระบุบาร์โค้ด สเปกบัตรเลือกตั้ง” นายนรเศรษฐ์ กล่าว
กรณีที่ กกต. ประชุมด่วนเกี่ยวกับการต่อต้านเฟคนิวส์ จะสร้างแรงสะท้านระหว่างประชาชนกับ กกต. หรือไม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า คำถามต่างๆ ที่ประชาชนมีต่อ กกต. สิ่งที่จะทำได้คือการชี้แจงความจริงอย่างโปร่งใส รวมถึงแสดงขั้นตอนต่าง ๆ ให้โปร่งใสที่สุด การที่มาพูดว่าเป็นเฟคนิวส์ เชื่อว่าข้อมูลบางเรื่องไม่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่บางครั้งเรื่องเป็นข้อสงสัยที่เกิดจากประชาชนจริง ๆ การออกมาดำเนินการเช่นนี้ทำให้ประชาชนไม่คลายข้อสงสัย แต่การคลายข้อสงสัยคือการอธิบาย ว่าขั้นตอนกระบวนการเป็นอย่างไร หรือการเก็บหีบบัตร หรือกรณีคะแนนรวมไม่ได้ ปรับขึ้นปรับลงตลอด เกิดจากสาเหตุกระบวนการอะไร และกระบวนการนับคะแนนในห้องลับของ กกต. ไม่มีใครทราบ ว่าการนับคะแนนเป็นอย่างไร
ส่วนการเข้าชื่อ ของ สว. ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีบาร์โค้ดจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว. แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่อยู่ในขั้นที่ กกต. ต้องอธิบายต่อประชาชนว่าการทำงานและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมจะอธิบายอย่างไร หากประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการชี้แจงและการทำงานอาจไม่ได้ส่งผลเพียงความเชื่อมั่นต่อผลเลือกตั้งครั้งนี้แต่จะส่งผลต่อระบบประชาธิปไตยในไทย
กรณีที่ทนายอั๋นจะมาขอรายชื่อ สว. เพื่อยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเลือกตั้ง
นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ยังทราบจากนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. ซึ่งหากจะต้องมีกระบวนการนี้จะต้องพูดคุยกันในกลุุ่ม สว. และส่วนตัวเห็นว่ามีความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนน การกาบัตรเลือกตั้ง ทำให้เกิดความสงสัยเพราะทุกหน่วยทำเหมือนกันหมดว่าจะมีการได้รับการอบรมมาในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ซึ่งในกฎหมายประกอบการเลือกตั้งกำหนดว่าการนับคะแนนจะต้องทำอย่างโปร่งใสเปิดเผย แต่การมุดเข้าไปกาจะตีความ แบบเดียวกันหรือไม่ และในกระบวนการมีข้อสงสัยมากมาย และก่อนการเลือกตั้งได้ นำกรรมาธิการได้พูดคุยกับ กกต.แล้ว และผลการเลือกตั้งครั้งนี้มองว่ายังมีปัญหาอะไรหลายอย่าง กกต. ต้องแก้ไขและเปิดเผยโดยเร็วที่สุด
ด้าน นางสาวเบญจพร สุขสว่าง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ชลบุรีเขต 1 คำร้องที่ยื่นไปถูกปัดตกทั้งหมด และในวันที่ตนได้ทำการเปิดหีบ แถลงการณ์ของ กกต. ไม่ตรงความเป็นจริงและพูดไม่หมด กกต. ไม่ได้พูดถึงหลักฐานที่เราพบเจอ ไม่ได้พูดถึงสาเหตุไม่ได้ที่ไม่ได้ปิดหีบ และคิดว่าร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงกับทางเลขาธิการ กกต. เชื่อว่ารายงานหลักฐานไม่ครบและไม่เพียงพอ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนยังคาใจจึงคิดว่าต้องดำเนินเรื่องต่อ ตนไม่ได้หมดหวังแต่ก็ไม่ได้กังวลเรื่องอะไรแล้วกับการมาประชุม กมธ.ครั้งนี้น่าจะช่วยในเรื่องความโปร่งใสได้มากขึ้น
นอกจากเรื่องที่ชลบุรีเขต 1 แล้วยังพบเรื่องของ การมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มีการฟ้องกลับ นายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผอ.กกต.ชลบุรี เขต 1 ที่ได้ฟ้องตนในข้อหาบุกรุก ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจบ
แต่แทนที่จะชี้แจงข้อมูลด้วยเหตุผลกลับใช้กฎหมายโต้ตอบประชาชน จึงจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายตอบโต้กลับไป และคิดว่าการฟ้องตนเองครั้งนี้เป็นการฟ้องปิดปาก