“คนมักมองว่าผู้ว่าฯ กทม. ก็คือแม่บ้าน แต่ยามนี้เราไม่ได้ต้องการแม่บ้าน เราต้องการแม่ทัพ วันนี้เรากำลังอยู่ในศึกสงคราม ไม่ได้อยู่ในความสงบ ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่พูดกันจนชินชาแต่ไม่มีใครลงมือแก้อย่างจริงจัง คนที่จะเข้ามาแก้ต้องมีคุณลักษณะไม่เกรงกลัวผู้มีอิทธิพลที่มีแบ็กอัปดี แต่ตัวผมไม่มีแบ็กอัป วันนี้ผมอาสามาเป็นแม่ทัพ ไม่ใช่เป็นแม่บ้าน และจะสร้าง กทม. ให้เป็นป้อมปราการดาบสุดท้ายสำหรับคนไทยทุกคน” ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว
🏛️ กาง 6 ยุทธศาสตร์พลิกโฉมกรุงเทพฯ
ม.ล.กรกสิวัฒน์ ได้แถลงถึง 6 แนวทางยุทธศาสตร์หลักที่จะขับเคลื่อนเพื่อคนกรุงเทพฯ ประกอบด้วย:
1.กรุงเทพฯ ต้องเป็นเซฟโซนสำหรับทุกคน (BKK SAFE): สร้างเมืองให้ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบัน กทม. มีกล้องวงจรปิด (CCTV) เพียง 60,000 ตัว ซึ่งไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศจีนที่มีเป็นล้านตัว ตนมีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงระบบกล้องวงจรปิดจากพื้นที่สาธารณะของเอกชน เช่น สถานีรถไฟฟ้า และหน้าคอนโดมิเนียม เข้ามาสู่ระบบส่วนกลาง ซึ่งจะทำให้ กทม. มีกล้องดูแลเมืองเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 ตัวทันที โดยที่ กทม. ไม่ต้องเสียเงินลงทุนเพิ่ม จากนั้นจะนำระบบ AI เทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Face Recognition) และฐานข้อมูลหมายจับอาชญากรใส่เข้าไปเพื่อป้องปรามเหตุร้าย
2.เมืองพร้อมรับมือภัยพิบัติ: ไม่รอรายงานจากสถานีโทรทัศน์ แต่จะติดตั้งระบบ AI และ Sensor ตั่วกรุงเทพฯ ร่วมกับรัฐบาลเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนทันที พร้อมตรวจเช็กความพร้อมของอาคารในการรับมือแผ่นดินไหว จัดทำแก้มลิงและจุดพักน้ำใต้ดินในสวนสาธารณะเพื่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการดับเพลิงบนตึกสูงด้วยโดรนและทีมกู้ภัยทางอากาศ
3.ลดรายจ่าย เพิ่มโอกาส ด้วยระบบ Cyber City: บรรเทาปัญหาจราจรโดยการควบคุมสัญญาณไฟด้วยระบบ AI พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน 24 ชั่วโมง สนับสนุนมาตรการ Local Economy Booster ส่งเสริม "พื้นที่การค้าเสรีระดับชุมชน" ทั้งกลางวันและกลางคืน (Night Economy) สร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนอย่างยั่งยืน
4.ปฏิวัติขยะ (Waste to Wealth): รื้อระบบการจัดการขยะ เปลี่ยนจากขยะที่ถูกทิ้งและสร้างรายจ่ายให้เมือง กลายมาเป็นกำไรจากการผลิตพลังงานและคาร์บอนเครดิต เพื่อนำรายได้เหล่านั้นกลับมาจัดสรรเป็นสวัสดิการให้แก่คนกรุงเทพฯ
5.กทม. โปร่งใส (Anti-Corruption & Transparency): การรีดไถคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ในฐานะผู้ว่าฯ ตนจะกวาดล้างระบบ "ผู้มีอิทธิพล" ที่เคลมสิทธิพื้นที่สาธารณะไปเก็บส่วยจากพ่อค้าแม่ขายในชุมชน
6.พัฒนาคุณภาพชีวิต คน และสัตว์เลี้ยง: ยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. ให้มีมาตรฐานระดับสากล ปฏิรูประบบสุขภาพเมืองสมัยใหม่โดยไม่เน้นเพียงการรักษาในโรงพยาบาล แต่จะสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิผ่านอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) เชื่อมโยงชุมชนและครอบครัวด้วยเทคโนโลยี Tele-Medicine พร้อมยกระดับสถานพยาบาลสังกัด กทม. ทั้งระบบ นอกจากนี้จะจัดตั้งโรงพยาบาลสัตว์ที่มีที่พักฟื้นสำหรับสัตว์ป่วยและสามารถผ่าตัดใหญ่ได้ โดยเปิดให้บริการถึงเวลา 24.00 น. รวมถึงปฏิรูปการใช้ประโยชน์ที่ดินว่างเปล่า จากเดิมที่เจ้าของที่ดินมักปลูกพืชเพื่อลดหย่อนภาษี ให้เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่กิจกรรมและลานกีฬาเพื่อประชาชน ให้เยาวชนและคนเมืองมีพื้นที่ออกกำลังกายฟรีใกล้บ้าน
ม.ล.กรกสิวัฒน์ ย้ำว่า ผู้ว่าฯ กทม. ในยามวิกฤตไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่คอยดูแลข้าราชการประจำทำงานไปวันๆ แต่ต้องเป็นนักยุทธศาสตร์ เป็นผู้ปกป้องประชาชนที่เที่ยงธรรม เป็นสถาปนิกแห่งความยั่งยืน และที่สำคัญต้องเป็น "ผู้ประสานสิบทิศ" ที่สามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมยืนยันว่าตนลงสมัครในนามอิสระ จึงสามารถพูดคุยและทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้
🗳️ เผย "บิ๊กป้อม" ให้พรคลุมหัว – มั่นใจท้าชน "ชัชชาติ"
หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ม.ล.กรกสิวัฒน์ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม โดยยืนยันหนักแน่นว่าการลงสมัครครั้งนี้ลงในนามอิสระอย่างแท้จริง ส่วนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นั้น ตนสามารถทำงานร่วมกับ สก. ได้ทุกสีและทุกกลุ่มอิสระอย่างไร้รอยต่อ การเป็นผู้สมัครอิสระมีข้อดีคือ นโยบายต่างๆ ตนสามารถตอบได้อย่างเต็มที่ตามความตั้งใจจริง โดยไม่มีบทที่พรรคการเมืองสั่งมาว่าต้องพูดหรือไม่พูดอะไร สิ่งที่แสดงออกบนเวทีล้วนมาจากใจที่อยากแก้ไขปัญหาให้ กทม. และทีมงานทุกคนก็ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นความมั่นใจในการลงแข่งกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบันที่มีกระแสนิยมสูงมาก
ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุว่า นายชัชชาติมีโอกาสทำงานมา 4 ปี ซึ่งตนมองว่าในระยะเวลา 4 ปีนี้ ตนสามารถเข้ามาทำเพิ่มเติมและต่อยอดให้ดีขึ้นได้อีกหลายเรื่อง หลายสิ่งที่ประชาชนคิดว่าเป็นผลงานเด่นในปัจจุบัน เช่น ระบบรับเรื่องร้องเรียน Traffy Fondue ความจริงแล้วเป็นผลงานที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ได้ทำระบบริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 เพียงแต่มามีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยของนายชัชชาติ ซึ่งตนคิดว่าระบบนี้ยังสามารถนำมาต่อยอดได้อีกมาก
"คุณชัชชาติทำงานมาก่อน แต่อยากให้ประชาชนตระหนักว่า วันนี้เรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ทั้งมิติพลังงาน สงคราม และเศรษฐกิจ วันนี้เราต้องการคนที่ทำงานมากกว่าเป็นแค่แม่บ้าน ซึ่งงานส่วนนั้นผู้อำนวยการเขตทำอยู่แล้ว แต่เราต้องการแม่ทัพที่จะนำพาเมืองฝ่าวิกฤตไปได้ และตนเชื่อว่าขณะนี้วิกฤตยังมาไม่เต็มที่ หลังจากนี้ปัญหาจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงต้องให้โอกาสคนที่มองเห็นปัญหา ซึ่งตนมองเห็นปัญหาเหล่านี้อย่างทะลุปรุโปร่ง และมีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน พร้อมที่จะทำงานรับใช้คน กทม. อย่างเต็มกำลัง" ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
#มลกรกสิวัฒน์ #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #ประวิตรวงษ์สุวรรณ #ผู้ว่ากทม #SAVEBKK #ธีระชัยภูวนาถนรานุบาล #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #ข่าวการเมือง #กรุงเทพมหานคร
เพจเฟซบุ๊ก คุยกับหม่อมกร