ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า รูปแบบบัตรเลือกตั้งในรอบนี้ ไม่มี คิวอาร์โค้ด (QR Code) แน่นอน เนื่องจากระเบียบการเลือกตั้งท้องถิ่นกำหนดให้ใช้การประทับตราแบบตีตรายาง ซึ่งเป็นระเบียบคนละฉบับกับการเลือกตั้งระดับชาติ ตรงนี้มีความชัดเจน
⚠️ ข้อจำกัดผู้มีสิทธิเลือกตั้งข้ามเขต & แผนรับมือฤดูฝน
ผอ.กกต.กทม. ระบุว่า ในส่วนของกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Vote) โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านข้ามเขตแต่ยังอาศัยอยู่ไม่ถึง 1 ปีนั้น ทาง กกต. จะประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 25 วันก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อ
โดยผู้ที่ย้ายข้ามเขตและอยู่ในทะเบียนบ้านไม่ครบ 1 ปี จะยังไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่กำหนดระยะเวลาการย้ายทะเบียนบ้านไว้เพียง 90 วันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถยื่นคำร้องเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อได้ตามขั้นตอนก่อนวันเลือกตั้ง
นอกจากนี้ เนื่องจากจัดการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน กกต.กทม. ได้พยายามลดการใช้เต็นท์สนามเป็นหน่วยเลือกตั้งให้น้อยที่สุด โดยอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อย้ายหน่วยเลือกตั้งเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคาร เช่น โรงเรียน วัด หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อความสะดวกของประชาชน แต่ในส่วนของห้างสรรพสินค้ายังต้องมีการหารือเพิ่มเติมเรื่องเวลาการเปิดสถานที่ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เพื่อรองรับการลงคะแนน
📊 กฎเหล็กเรื่อง "โพลเลือกตั้ง"
ผอ.กกต.กทม. เผย สำหรับการทำโพลสำรวจความคิดเห็น จะต้องเป็นโพลทางวิชาการที่มีหลักเกณฑ์และวิธีการที่ชัดเจน ไม่ใช่การจัดทำขึ้นมาลอย ๆ โดยไม่มีหลักวิชาการรองรับ และตามกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง (วันที่ 28 มิถุนายน 2569) หากพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายจูงใจ หลอกลวง หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 ซึ่ง กกต. จะพิจารณาจากพฤติการณ์และเจตนาเป็นสำคัญ
📱 ดึง "อินฟลูฯ-ยูทูบเบอร์" ช่วยเชียร์ฟรี ก็ต้องคิดเงิน!
ผอ.กกต.กทม. ย้ำว่า สำหรับเรื่องผู้ช่วยหาเสียง กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้กำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงไว้ แต่ผู้สมัครต้องระวังไม่ให้เข้าข่ายการซื้อเสียงหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทน ในกรณีของอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) หรือยูทูบเบอร์ (Youtuber) ที่ออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัคร ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการช่วยหาเสียง หากมีการว่าจ้างจะต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง
และถึงแม้จะไม่มีการจ่ายเงินจริง (ช่วยรีวิว/ช่วยเชียร์ให้ฟรี) ก็ยังถือเป็น “การรับให้” ที่ต้องประเมินมูลค่าตามราคาตลาดและแจ้งต่อ กกต. เช่นเดียวกับการใช้รถแห่หรือรถโฆษณาหาเสียง แม้เจ้าของรถจะช่วยฟรี แต่หากราคาประเมินปกติอยู่ที่วันละ 1,500 ถึง 3,000 บาท ก็ต้องนำตัวเลขนี้มาคิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครด้วย
"นอกจากนี้ การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, LINE, Instagram และ TikTok รวมถึงการจัดเวทีปราศรัยและการโฆษณาทุกประเภท ผู้สมัครจะต้องแจ้งบัญชีที่จะใช้หาเสียงต่อ กกต. ล่วงหน้าก่อนดำเนินการ หากผู้สมัครยินยอมให้อินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์สดเชียร์อย่างต่อเนื่องแต่ไม่แจ้งในบัญชีรายรับรายจ่าย อาจเข้าข่ายความผิดฐานรับประโยชน์โดยไม่แจ้งตามกฎหมายเลือกตั้ง" ผอ.กกต.กทม. ย้ำอีก
🚫 เปิดข้อห้ามสำคัญ 5 ประการที่ผู้สมัครต้องระวัง
1.ห้ามซื้อเสียง: ห้ามจัดทำ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้ลงคะแนน
2.ห้ามจัดรถรับส่ง: ห้ามจัดยานพาหนะนำหรือรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนน (ยกเว้นหน่วยงานของ กกต. จัดการเอง)
3.ห้ามใส่ร้ายป้ายสี: ห้ามหลอกลวง บังคับ ข่มขู่ ใช้อิทธิพล หรือใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จเพื่อดิสเครดิตคะแนนนิยม
4.ห้ามจ้างล้มผลโพล/โหวตโน: ห้ามให้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อจูงใจไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ หรือจูงใจให้ไปลงคะแนนไม่เลือกใคร (Vote No)
5.ห้ามผู้ขาดคุณสมบัติลงสมัคร: ห้ามผู้ที่รู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติ เช่น เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เคยถูกถอดถอน หรือพ้นโทษจำคุกมาไม่ถึง 5 ปี ลงสมัครรับเลือกตั้งเด็ดขาด
#เลือกผู้ว่ากทม #เลือกตั้งผู้ว่า69 #ชัชชาติลาออก #กกต #อินฟลูเอนเซอร์ #กฎเหล็กหาเสียง #ข่าวกรุงเทพ #ตรวจโพลเลือกตั้ง