svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

“หม่อมกร” แฉ “5 ทิพย์” บิดเบือนราคาน้ำมันไทย ทำประชาชนล่มจม

11 มี.ค. 2569

“หม่อมกร” แฉ “5 ทิพย์” บิดเบือนราคาน้ำมัน ทำ “น้ำมันแพง” คนไทยจ่ายในราคาสูงเกินจริง “ขูดรีดแบบเลือดซิบๆ” จน คนไทยล่มจม

11 มีนาคม 2569 ไม่ได้มีแต่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติเท่านั้น ที่ออกมาตั้งคำถามเรื่อง “น้ำมันแพง”  ที่คนไทยจ่ายในราคาสูงเกินจริง จากระบบคิดแบบ “ราคาทิพย์” แต่ “ขูดรีดแบบเลือดซิบๆ”

 

อีกคนหนึ่งที่มีข้อมูลเรื่องนี้ คือ ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือ “หม่อมกร” นักเคลื่อนไหวอิสระด้านพลังงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 

1. “ราคาน้ำมันทิพย์" เพราะต้นทุนที่บวกเพิ่มเกินจริง

 

โดย “หม่อมกร” อธิบายว่า ประเทศไทยใช้ราคาจำลองเสมือนว่า ไทยไม่มีโรงกลั่น ทั้งที่ความจริงไทยมีโรงกลั่นล้นเกิน และเป็นประเทศส่งออกน้ำมัน

 

ข้อมูลที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบก็คือ โรงกลั่นเกือบทั้งหมดเคยเป็นของรัฐ หรือเอกชนได้สัมปทานจากรัฐ แล้วมีบางรัฐบาลนำไปขาย

 

ราคาน้ำมันที่คนไทยใช้ ถูกคำนวณจากราคาที่อ้างอิงสิงคโปร์ บวก ค่าขนส่งทิพย์ หมายถึง บวกค่าขนส่งเรือจากสิงคโปร์มาไทย ทั้งที่น้ำมันเหล่านั้นกลั่นในไทย

 

นอกจากนั้นยังมี “ค่าใช้จ่ายทิพย์” อื่นๆ เช่น ค่าประกันภัยทิพย์, ค่าสูญเสียระหว่างขนส่งทิพย์ ซึ่งรวมๆ แล้วทำให้คนไทยต้องจ่ายแพงขึ้นประมาณ 1 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 36,000 ล้านบาทต่อปี 
 

ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือ “หม่อมกร” นักเคลื่อนไหวอิสระด้านพลังงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

2.ค่าการกลั่นทิพย์และค่าการตลาดที่พุ่งสูง

 

หม่อมกร อธิบายว่า ค่าการกลั่นปัจจุบันพุ่งไปถึงกว่า 5 บาทต่อลิตร จากเดือนที่แล้ว 2 บาทกว่า และความจริงไม่ควรเกิน 2 บาท ซึ่งก็ถือว่ามีกำไรแล้ว หากเป็นต่างประเทศ เช่น อังกฤษ จะมีการเก็บ "ภาษีลาภลอย" เมื่อผู้ประกอบการได้กำไรเกินควร แต่สำหรับประเทศไทยไม่มีการกำกับดูแลส่วนนี้เลย

 

เช่นเดียวกับ “ค่าการตลาด” ปัจจุบันพุ่งไปถึง 3 บาทกว่าต่อลิตร ทั้งที่ควรอยู่ที่ประมาณ 1.6 - 1.8 บาทต่อลิตรเท่านั้น โดยทุกๆ 1 บาทที่เกินไป คือเงินที่ประชาชนต้องจ่ายเกินจริงรวม 36,000 ล้านบาทต่อปี 
 

 

 3. ขายน้ำมันให้ต่างชาติถูกกว่าขายคนไทย

 

หม่อมกร อธิบายว่า "ราคาเนื้อน้ำมันก่อนบวกภาษี" ที่ไทยส่งออกไปขายต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย ถูกกว่าราคาที่ขายให้คนไทยในประเทศเสียอีก เพราะราคาส่งออกไม่ต้องบวก "ค่าขนส่งทิพย์" และค่าใช้จ่ายจำลองต่างๆ ที่รัฐอนุญาตให้โรงกลั่นเก็บจากคนไทยได้

 

4. ปัญหาธรรมาภิบาลและผลประโยชน์ทับซ้อน

 

สาเหตุที่ไม่มีการแก้ไขโครงสร้างนี้มาเกือบ 30 ปี หม่อมกรตั้งข้อสังเกตว่า เกิดจากข้าราชการสวมหมวกหลายใบ

 

 - มีข้าราชการระดับสูงไปนั่งเป็นกรรมการ หรือ บอร์ด ในบริษัทพลังงานและโรงกลั่น รวมถึงบริษัทลูก

 

 - ข้าราชการเหล่านี้ได้รับโบนัสและเงินตอบแทนสูงกว่าเงินเดือนข้าราชการหลายเท่า

 

 - ส่งผลให้การรายงานข้อมูลต่อรัฐมนตรีหรือนายกฯ อาจไม่สะท้อนปัญหาที่แท้จริง

 

5. ประเด็นก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ที่บิดเบือน

 

“หม่อมกร” บอกว่า ไทยขุดก๊าซได้เองเพียงพอต่อการใช้ของคนไทย คือ ขุดได้ 3 ล้านตัน คนไทยใช้ 2 ล้านตัน แต่รัฐกลับให้ภาคปิโตรเคมีใช้ก่อน แล้วบังคับให้ประชาชนไปใช้ก๊าซจากโรงกลั่น ที่อิงราคาตลาดโลก คือ ซาอุดีอาระเบียแทน ทำให้คนไทยต้องใช้ก๊าซหุงต้มราคาแพงกว่ามาเลเซียเกือบ 3 เท่า โดยอิงราคาจากซาอุฯ ทั้งๆ ที่ไทยขุดเอง

 

หม่อมกร สรุปว่า รัฐบาลต้องเลิกใช้ "สูตรราคาทิพย์" และกำกับดูแลให้บริษัทพลังงานมีกำไรจากการแข่งขันที่แท้จริง ไม่ใช่กำไรจากสูตรที่รัฐกำหนดให้โดยไม่ต้องแข่งกับใคร เพื่อลดราคาน้ำมันลงได้ทันที 2-3 บาทต่อลิตร ไม่ต้องกู้เงินไปโปะกองทุนน้ำมัน หรือลดภาษีสรรพสามิตเลยด้วยซ้ำ

 

ฟังหม่อมกรพูดเรื่องนี้เต็มๆ ที่ เนชั่นวิเคราะห์ข่าว