เนชั่นทีวี

ข่าว

‘ปกรณ์’ ดันปราบโกงวาระแห่งชาติ รื้อกฎหมาย 7 อุตสาหกรรม

15 พ.ค. 2569

‘ปกรณ์’ ดันปราบโกงวาระแห่งชาติ รื้อกฎหมาย 7 อุตสาหกรรม

ปกรณ์ ขานรับ กกร. ยกระดับปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ นำร่อง 4 หน่วยงานใสสะอาด เร่งรื้อกฎหมายอุปสรรค 7 อุตสาหกรรม เปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล ตัดวงจรสินบน

15 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลขยับรับข้อเสนอร่วมทุนเอกชน ยกระดับแนวคิด ปราบปรามทุจริต สู่การเป็นวาระแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม เร่งผลักดันกลไก Open Government นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้โปร่งใสตรวจสอบได้ ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมสั่งเดินหน้า ปฏิรูปกฎหมาย รื้อระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย 


ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ว่า ตรงกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการการปราบปรามทุจริตอยู่แล้ว ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ซึ่งทาง กกร.จะเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการผลักดันเรื่องนี้ และอีกประเด็นที่ตรงกับนโยบายของรัฐบาล คือ เรื่องการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรองต่างๆ ซึ่งกำหนดขั้นตอนรายละเอียด การดำเนินการต่างๆ ไว้ และใช้ดุลยพินิจได้มาก โดยให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะเป็น Open Government ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ถ้าเป็นดิจิทัลก็จะโปร่งใสตรวจสอบได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อเสนอของ กกร.

 

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

 

ขณะเดียวกัน กกร.จะเสนออีกคือ ให้มีหน่วยงานนำร่อง 4 หน่วยงาน เพื่อให้เป็นหน่วยงานโปร่งใสต้นแบบ และขยายไปที่อื่นๆ อีกประเด็นที่มีการพูดคุยกันคือเรื่องการพัฒนาปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจะพยายามช่วยกันทำ เบื้องต้นขอให้ทาง กกร.ไปประชุมพิจารณากันว่า กฎหมายลำดับรองอะไรบ้าง กฎกระทรวง ระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ จะได้มีการปรับปรุงแก้ไข ให้เสนอมาว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จะปรับปรุงแก้ไขอะไรอย่างไร ให้เสนอมาที่รัฐบาล แล้วรัฐบาลจะนำไปดำเนินการต่อ

ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานที่มีการทุจริต นายปกรณ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกันเมื่อช่วงเช้า ซึ่งได้มีการไปทำวิจัยมาว่ามีหน่วยงานไหนบ้าง ก็เป็นผลการวิจัย จาก 2 ถึง 3 สำนัก นำมารวมกัน ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ก็เข้าใจกันดีว่า ไม่ต้องโต้แย้งอะไร เพียงแต่ถ้ารู้ว่าตรงไหนที่มีข่าว ก็ไปไล่ดูว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็ปรับปรุงแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรก็จัดการกับคนไม่ดีเสีย ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปโต้แย้งอะไรกัน 


ขณะเดียวกันจะต้องลงไปตรวจสอบหน่วยงานเหล่านั้นหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงรับไปดำเนินการ เพราะมีความห่วงใยมาอย่างนี้ ก็คงปล่อยไว้ไม่ได้