กกร. แฉคอร์รัปชันพุ่ง 89% เช็กเลยหน่วยงานไหนแชมป์สินบน
14 พ.ค. 2569

กกร. เปิดโพลวิกฤตคอร์รัปชันไทย 89% ชี้เป็นอุปสรรคธุรกิจ เผยหน่วยงานรับสินบนบ่อยสุด และหน่วยงานที่มียอดจ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยสูงสุดกว่า 1 แสนบาทต่อครั้ง
ข่าว
14 พ.ค. 2569

กกร. เปิดโพลวิกฤตคอร์รัปชันไทย 89% ชี้เป็นอุปสรรคธุรกิจ เผยหน่วยงานรับสินบนบ่อยสุด และหน่วยงานที่มียอดจ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยสูงสุดกว่า 1 แสนบาทต่อครั้ง
14 พฤษภาคม 2569 ผลสำรวจ Zero Corruption โดย กกร. สะท้อนวิกฤต ปัญหาคอร์รัปชัน ในไทยที่รุนแรงขึ้นจนฉุดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างน่ากังวล เผยข้อมูลเชิงลึกหน่วยงานราชการที่มีความเสี่ยงสูงในการเรียกรับ สินบน และข้อเสนอเร่งด่วนในการปฏิรูปกฎหมายเพื่อหยุดยั้งการทุจริตเชิงโครงสร้าง ร่วมเกาะติดสถานการณ์คอร์รัปชันไท ยและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินกา
วันนี้ (14 พ.ค.) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย นายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย ร่วมแถลงผล “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ
โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และ “เพื่อนไม่ทน” นายพจน์ กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้ เพื่อสะท้อนมุมมองภาคเอกชนต่อความโปร่งใสของระบบราชการ และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการในระยะต่อไป เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใส แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม นายพจน์ กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม ประชาชน รัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยนายกฯได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นวาระที่ต้องเร่งผลักดันอย่างจริงจัง
และในวันที่ 15 พฤษภาคม คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน จะเข้าพบ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศ
"ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการเปิดเผยและติดตามข้อมูลด้านคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับรู้ปัญหาอย่างกว้างขวาง เพราะสำคัญต่ออนาคตของประเทศ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่น และคุณภาพสังคมในระยะยาว เมื่อรัฐบาลและนายกฯให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ทางภาคเอกชนพร้อมเดินหน้าผลักดันข้อเสนอร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป" นายพจน์กล่าว
นายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัญหาการทุจริต การเรียกรับสินบน เป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบธุรกิจ การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต้นทุนดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะเอกชน แต่ยังสะท้อนกลับไปสู่ประชาชนผ่านราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น โดยมีผลการศึกษาพบว่า ในบางประเทศ หากสามารถแก้ปัญหาการทุจริตและการเรียกรับสินบนได้อย่างจริงจัง ราคาสินค้าและบริการอาจลดลงได้มากถึง 20-30%
นายรัฐไกร กล่าวว่า สาเหตุสำคัญคือ โครงสร้างกฎหมายและกฎระเบียบมีจำนวนมากเกินไป เปิดช่องให้มีการตีความอย่างกว้างขวาง และการใช้ดุลพินิจ นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่าย ดังนั้นควรปฏิรูปกฎหมาย เพื่อลดช่องว่างที่นำไปสู่การทุจริต ด้านนายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นมีผลโดยตรงต่อการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนั้น การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ต่อมานายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงถึงผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ว่า สำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม -10 เมษายน 2569 พบว่า ปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง โดย 89.1% ของภาคธุรกิจระบุว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรค (ปานกลางถึงมากที่สุด) ต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ 51.2% มองว่าแนวโน้มคอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา และ 51% ระบุว่า ความยุ่งยากในการติดต่อราชการ "เพิ่มขึ้น" ขณะที่มีเพียง 3% ที่บอกว่า "ลดลง"
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เมื่อถามถึงประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจ 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาต "ครั้งล่าสุด" โดย 45.9% ของบริษัทยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก 37.3% ยืนยันว่าอุตสาหกรรมของตนต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ เฉลี่ย 11–15% ของมูลค่าสัญญา สำหรับรูปแบบสินบนที่พบบ่อยที่สุด เงินสด (46.6%) ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง (23.1%) และการบริจาค/สปอนเซอร์ (18.7%)
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด พบสัญญาณน่ากังวล 27.3% มีบุคคลอ้างว่า "ช่วยให้ชนะ" และ 27.3% ได้รับ "ใบ้" ว่าควรใช้ตัวกลาง/ที่ปรึกษาบางรายส่วนสาเหตุหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน ขั้นตอนซับซ้อน (29.1%), กฎหมายเปิดช่องดุลพินิจมากเกินไป (25.0%), แก้ปัญหาจากการทำผิดระเบียบ (18.8%) ที่สำคัญคือ 52.3% ของภาคธุรกิจไม่มีความเชื่อมั่นในช่องทางการแจ้งเบาะแสของรัฐ นอกจากนี้แล้ว 43.7% ระบุว่า "ไม่กล้าร้องเรียนเลย" แม้จะพบการเรียกรับผลประโยชน์ นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สำหรับการจัดอันดับหน่วยงานตามความเสี่ยงสินบน ซึ่งเป็นผลสำรวจครั้งแรกที่เปิดเผยข้อมูลระดับหน่วยงาน
1. ตำรวจทางหลวง/จราจร อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.69 ส่วนจำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.6 คิดเป็น 100%
2. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.06 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 คิดเป็น 94.4%
3. องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.09 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 คิดเป็น 91.7%
4. กรมเจ้าท่า อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.67 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.50 คิดเป็น 90%
5. กรมทางหลวง อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.46 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.20 คิดเป็น 82%
6. กรมโยธาธิการและผังเมือง อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.58 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 คิดเป็น 78.9%
7. ตำรวจท้องที่ อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.60 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.24 คิดเป็น 77.7%
8. กรมทรัพย์สินทางปัญญา อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.32 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 คิดเป็น 76%
9. กรมสรรพากร อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.49 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.06 คิดเป็น 71%
10. กรมการขนส่งทางบก อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ 1.80 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 คิดเป็น 69.4%
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สำหรับหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก (จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง) กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) 102,160 บาท กรมเจ้าท่า 100,000 บาท กรมสรรพสามิต 94,667 บาท กรมสรรพากร 89,498 บาท กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750 บาท สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข 74,643 บาท กรมทางหลวง 70,167 บาท กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000 บาท กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 68,000 บาท กรมป่าไม้ 67,500 บาท
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุดคือ การนำระบบ E-Government/E-Procurement มาใช้ลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับเอกชน การเพิ่มโทษผู้ทุจริตและการปฏิรูประเบียบให้โปร่งใส และสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเพื่อถอนรากถอนโคน ปัญหาสินบนและทุจริต คือ การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เช่น TOR ผลการประมูล และงบประมาณโครงการให้ประชาชนตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร้องขอ
"ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชันมิใช่เป็นเพียงประเด็นด้านธรรมาภิบาลเท่านั้น แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ตัวเลขที่ปรากฏในวันนี้จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรตระหนัก และร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง" นายธนวรรธน์ กล่าว
ข่าวล่าสุด