ผ่า พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน” นายกฯรับชอบ - ใครรับผิด? ส่องไส้ในกรรมการกลั่นกรองฯ
10 พ.ค. 2569

ผ่า พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน “นายกฯ รับชอบ - ใครรับผิด?” ส่องไส้ในกรรมการกลั่นกรองฯ "มาตรา 7" เปิดช่อง "ข้าราชการ" รับจบ หากงบพลังงานรั่วไหล!
ข่าว
10 พ.ค. 2569

ผ่า พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน “นายกฯ รับชอบ - ใครรับผิด?” ส่องไส้ในกรรมการกลั่นกรองฯ "มาตรา 7" เปิดช่อง "ข้าราชการ" รับจบ หากงบพลังงานรั่วไหล!
10 พฤษภาคม 2569 ตามที่ นายกฯอนุทิน บอกว่า “ผมรับผิดชอบเอง” ในเรื่องของการ “ใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน” ต้องไม่มีรั่วไหลแม้แต่สตางค์แดงเดียว
แต่เมื่อย้อนดูโครงสร้างของเงินกู้ 4 แสนล้าน และเนื้อหาของพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก. ที่ออกมาแล้ว จะพบความจริงว่า นายกฯอนุทิน “รับผิดชอบเอง” จริงๆ หรือ “รับเฉพาะชอบ” ส่วนการ “รับผิด” ได้ส่งต่อให้คนอื่นไปเรียบร้อยแล้ว
เรื่องนี้ไม่ได้บอกว่าท่านผิด แต่เป็น “สไตล์การบริหาร” ในแบบ “เหยียบหิมะไร้รอย” ตัวจริง
และแม้นายกฯอนุทิน จะเป็นผู้นำที่เดินตามรอย “ลุงตู่” สายอนุรักษ์นิยม ขวัญใจ “คนรักชาติ” แต่เรื่องลีลาทางการเมือง ต้องบอกว่า นายกฯอนุทิน “พลิ้วกว่าเยอะ”
เริ่มจาก “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านการพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน” ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา สดๆ ร้อนๆ วันนี้เลย
เราเจาะไปที่ “ความรับผิดชอบ” ที่จะทำให้เงินกู้ไปถึงมือประชาชนแบบ “ไม่ตกหล่น” เราไปดู “มาตรา 7” ของพระราชกำหนด จะพบว่า การพิจารณากลั่นกรองและอนุมัติการใช้จ่ายเงินกู้ ให้มี “คณะกรรมการกลั่นกรอง” คณะหนึ่ง องค์ประกอบคือ
1. ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
2. เลขาฯสภาพัฒน์
3. ผอ.สำนักงบประมาณ
4. อธิบดีกรมบัญชีกลาง
5. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
6.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง รมว.คลัง แต่งตั้ง ไม่เกิน 3 คน
**ทั้งหมดนี้เป็นกรรมการ
7.ผู้อำนวยการการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เป็นกรรมการและเลขานุการ
ถ้าตั้งเต็มแม็กซ์ คณะกรรมการชุดนี้จะมี 9 คน เป็นผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นข้าราชการถึง 5 คน ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 คน ตั้งโดยรัฐมนตรีคลัง คือ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
อาจารย์ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ตั้งข้อสังเกตว่า แบบนี้ “นายกฯอนุทิน” ลอยตัวหรือไม่ เพราะหากกลั่นกรองโครงการแล้วมีปัญหา ฝ่ายราชการและบุคคลที่รัฐมนตรีคลังแต่งตั้งขึ้น ต้องรับผิดชอบไป เนื่องจากเป็น “เสียงส่วนใหญ่” ในคณะกรรมการกลั่นกรองฯ
นอกจากนั้น ไปดูที่มาตรา 8 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ แม้จะต้องเสนอแผนงานและโครงการให้ ครม.อนุมัติ แต่นั่นก็เป็นการ “อนุมัติหลักการก่อนใช้จ่าย” ซึ่ง ครม.ก็ต้องอนุมัติอยู่แล้ว
แต่การติดตามความก้าวหน้า / พระราชกำหนดเขียนเอาไว้แค่ “รายงานต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยทุก 3 เดือน” สรุปคือแค่รายงานเพื่อทราบเท่านั้น / หากเกิดปัญหาอะไร ครม. ซึ่งนายกฯเป็นประธาน ย่อมไม่ผิด…ใช่หรือไม่
ความน่าสนใจก็คือ โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าจากฟอสซิล ไปใช้พลังงานสะอาดนั้น / เมืองไทยมักคิดอะไรไม่ออก นอกจาก “โซลาร์เซลล์” หรือพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอโครงการเข้ามาจำนวนมาก
โครงการเหล่านี้มีความเสี่ยง เพราะที่ผ่านมาถูก “องค์กรตรวจสอบ” และ “องค์กรอิสระ” ตรวจสอบความไม่โปร่งใสเยอะมาก โดยเฉพาะ
- โครงการเสาไฟฟ้า หรือเสาไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น เสาไฟกินรี ซึ่งไม่มีราคากลาง
- โครงการเสาไฟโซลาร์เซลล์ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ติดตั้งไปไม่นาน ชำรุดเสียหายกว่า 70% ค่าจัดซื้ออุปกรณ์ ติดตั้ง ต้นละ 63,000 บาท สุดท้ายเจ้าของโครงการโดนศาลสั่งจำคุก
- โครงการเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ กอ.รมน. ก็ถูกตรวจสอบความไม่โปร่งใสเยอะมาก
โครงการเหล่านี้ ความเสี่ยงในการพิจารณาจะไปอยู่ที่ “คณะกรรมการกลั่นกรองฯ” ทั้งหมด โดยที่นายกฯ อนุทิน ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงเลย
สิ่งที่นายกฯเกี่ยวข้อง คือ “เงินกู้ก้อนแรก” 2 แสนล้านบาท ที่นำไปใช้ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เงินกู้ส่วนนี้ ถึงมือประชาชนแน่ ไม่มีรั่วไหล เพราะโอนเข้าบัญชี หรือ “เป๋าตัง” ที่ประชาชนลงทะเบียนเอง
#พรกกู้เงิน4แสนล้าน #อนุทินชาญวีรกูล #งบพลังงานสะอาด #ไทยช่วยไทยพลัส #การเมืองไทย2569 #เสาไฟกินรี #ตรวจสอบรัฐบาล #ธนพรศรียากูล #งบประมาณแผ่นดิน #อนุทินรับผิดชอบเอง
ข่าวล่าสุด