เทียบผลเอ็กซิทโพล 3 สำนักดัง “ชัชชาติ” คะแนนทุบสถิติ 1.5 – 2 ล้าน
28 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

เทียบผลเอ็กซิทโพล 3 สำนักดัง เนชั่นโพล , KPI โพล , นิด้าโพล “ชัชชาติ” คะแนนทุบสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ 1.5 – 2 ล้านคะแนน
ข่าว
28 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

เทียบผลเอ็กซิทโพล 3 สำนักดัง เนชั่นโพล , KPI โพล , นิด้าโพล “ชัชชาติ” คะแนนทุบสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ 1.5 – 2 ล้านคะแนน
KEY
POINTS
28 มิถุนายน 2569 หลังปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.2569 ในเวลา 17.00 น. เนชั่นโพล , KPI โพล และนิด้าโพล เปิดเผยผลเอ็กซิทโพล พบว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. และผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 9 ได้คะแนนสูงสุด สร้างสถิติใหม่ 1.5 - 2 ล้านคะแนน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 9 ทำลายสถิติครั้งที่แล้ว กลุ่มคนทำงานครองสภากรุงเทพฯ” สมมติฐานการวิเคราะห์ หากคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 60%
ผู้ว่าฯ กทม.
ส่วน ส.ก. ประมาณการณ์ ดังนี้
(หมายเหตุ ค่าคลาดเคลื่อนร้อยละ 2 ในการวิเคราะห์)
กรณีผู้มาใช้สิทธิ 60.73% (เท่ากับปี 65) = 2,689,517 คน
ทั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69 โค้งสุดท้าย : ทิศทางการเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. คนใหม่ (ครั้งที่ 3)” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 26 ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,150 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. โค้งสุดท้ายคะแนนเริ่มนิ่ง ชัชชาติ ทะลุครึ่ง — คนลังเลลดฮวบ
สนามผู้ว่าฯ กทม. เข้าสู่ภาวะ “คะแนนตกผลึก” มากขึ้นอย่างชัดเจน ในโค้งสุดท้าย แต่ในทางการเมือง การนำในโพลยังไม่เท่ากับผลเลือกตั้งจริง เพราะตัวแปรสำคัญในช่วงท้ายคือ “การออกมาใช้สิทธิของฐานสนับสนุนแต่ละฝ่าย”
2. “สภา ส.ก. หลายขั้ว” - ผู้สมัคร “พรรคประชาชน” จ่อเป็นกลุ่มใหญ่สุด แต่ยังไม่ถึงเสียงข้างมาก
3. ฐานเดิมแน่น ฐานข้ามพรรคกว้าง: “ชัชชาติ” นำทุกวัย-ทุกเขตชั้น - “ดร.โจ” มีแรงส่งในฐานส้มและคนรุ่นใหม่
สะท้อนว่า ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ” มีความได้เปรียบจากการเป็นผู้สมัครที่มี “ฐานเสียงกว้าง” ทั้งในแง่ฐานเสียงเดิม ฐานข้ามพรรค ช่วงอายุ และพื้นที่เขตชั้นของ กทม. กล่าวคือ คะแนนไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระจายตัวอยู่ในหลายฐานพร้อมกัน แต่สนามนี้ยังมีจุดแข่งขันสำคัญ โดยเฉพาะฐาน “ผู้เลือกวิโรจน์/ก้าวไกลเดิม ฐานผู้เลือกพรรคประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ส. ล่าสุด และกลุ่มคนรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ “ดร.โจ” มีแรงส่งชัดเจนกว่าในฐานอื่น ๆ สนามนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อสร้างการรับรู้แล้ว แต่เป็นการแข่งขันเพื่อ “รักษาคะแนนเดิม–เร่งคนสนับสนุนให้ออกมาใช้สิทธิ” มากกว่าเดิม ขณะที่ผู้ท้าชิงต้องเร่งเปลี่ยนคะแนนนิยมเฉพาะกลุ่มให้กลายเป็นคะแนนจริงในวันเลือกตั้ง พร้อมทั้ง ขยายคะแนนออกนอกฐานเดิมให้ได้ในช่วงเวลาที่เหลือ
ผลโพลครั้งนี้สะท้อนว่า สนามผู้ว่าฯ กทม. ใกล้เข้าสู่ภาวะคะแนนตกผลึก โดยผู้สมัครนำมีคะแนนเกินครึ่ง และกลุ่มยังไม่ตัดสินใจลดลงอย่างมาก
ขณะเดียวกัน สนาม ส.ก. กลับเป็นโจทย์ที่น่าจับตาไม่น้อยกว่าสนามผู้ว่าฯ เพราะมีแนวโน้มเป็นสภาหลายขั้ว นั่นหมายความว่า หลังเลือกตั้ง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงใครชนะผู้ว่าฯ แต่คือ “ผู้ว่าฯ คนใหม่จะบริหารเมืองร่วมกับสภา กทม. ที่หลากหลายได้อย่างไร” และ “จะเปลี่ยนคะแนนนิยมในวันเลือกตั้งให้เป็นความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายจริงได้มากน้อยเพียงใด”
หากมีคนมาใช้สิทธิ 60-64%
โดยนิด้าโพล ระบุว่า จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พบว่า