พรรคประชาชน เปิดชื่อ ทีมบริหาร กทม. ส่ง "วิโรจน์" ดูงานปราบโกง
05 พ.ค. 2569

พรรคประชาชนเปิดตัว "ดร.โจ ชัยวัฒน์" ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมดึง "วิโรจน์-วรภพ" นำทัพทีมบริหารฟูลทีม หวังปราบคอร์รัปชันและยกระดับสวัสดิการคนเมือง
ข่าว
05 พ.ค. 2569

พรรคประชาชนเปิดตัว "ดร.โจ ชัยวัฒน์" ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมดึง "วิโรจน์-วรภพ" นำทัพทีมบริหารฟูลทีม หวังปราบคอร์รัปชันและยกระดับสวัสดิการคนเมือง
5 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาชนรุกหนักเปิดตัว ผู้สมัครผู้ว่ากทม ภายใต้แคมเปญ กรุงเทพง่ายๆ หวังเปลี่ยนเมืองหลวงด้วยทีมบริหารมือโปร นำโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่จะเข้ามาสะสางปัญหา ปราบคอร์รัปชัน พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญครบทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง
มีรายงานว่า นอกจากในวันนี้ที่พรรคประชาชน จะเปิดตัว ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาชน และทีมผู้สมัคร สก.ภายใต้แคมเปญเลือกตั้ง กทม.ภายใต้แคมเปญ “กรุงเทพง่ายๆ by ผู้ว่าประชาชน” แล้ว ยังมีการเปิดรายชื่อทีมบริหารกรุงเทพมหานคร ด้วย โดยมีรายชื่อ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ดูแลงานด้านปราบคอร์รัปชัน นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ดูแลงานด้านสวัสดิการ ศ.อมร พิมานมาศ ดูแลงานด้านโยธา และ นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ดูแลงานด้านสาธารณสุข
ส่วนทีมที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม. ประกอบไปด้วย นายเดชรัต สุขกำเนิด ด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม และนางเพียงพนอ บุญกลา ด้านปฏิรูประบบราชการ
ทั้งนี้วันนี้ พรรคประชาชน เปิดแคมเปญเลือกตั้ง กทม. “กรุงเทพง่าย ๆ by ผู้ว่าประชาชน” เปิดตัว “ดร.โจ” นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงเปิดตัวผู้สมัคร สก.ของพรรค
นายณัฐพงษ์ กล่าวบนเวทีว่า พวกเรามีจุดร่วมเหมือนกันคือ อาสาเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง วันนี้ต้องรู้สึกขอบคุณและกราบขออภัยที่ฮอลล์แห่งนี้เล็ก มองอีกมุมหนึ่งรู้สึกดีใจที่ชาวกรุงเทพฯ หลายคน พร้อมแล้วที่จะมาร่วมเปลี่ยนกรุงเทพฯ ที่ยาก ให้เป็นกรุงเทพฯ ที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
ตนเข้ามาทำงานในฐานะนักการเมืองจนมาถึงวันนี้ สวมหมวก 3 ใบ 3 สถานะ สถานะแรกคือหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ตนภาคภูมิใจและเชื่อมั่นผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต ทั้งแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ทั้งทีมบริหาร และคณะที่ปรึกษา พร้อมกับ สส.กทม.ทั้ง 33 เขต ที่ประชาชนมอบความไว้ใจให้กับพวกเราถึง 2 สมัยในการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา
ฐานะที่ 2 คือในฐานะเป็นอดีต สส.เขตบางแค กทม. สมัยพรรคอนาคตใหม่ ในวันนั้นพอเข้ามาเส้นทางการเมือง มีโอกาสได้เข้าไปรับฟังปัญหาหน้าบ้าน ปัญหาใกล้ตัว ปัญหาของคน กทม.ทุกคน ไม่ว่าถนนเป็นหลุมบ่อ น้ำท่วม ไฟไม่สว่าง การจัดการขยะไม่ดีพอ ทราบหรือไม่ว่า พอได้ทำหน้าที่เป็น สส.เขต สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้ตระหนักรู้คืออะไร ปัญหาหน้าบ้าน เรื่องเล็ก ๆ หลายคนมองว่าแก้ไม่ได้ ทำให้รู้ว่า สส.คนใดคนหนึ่ง สก.คนใดคนหนึ่ง หรือแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.คนใด ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จแก้ปัญหาให้ กทม.ได้
ฐานะที่ 3 คือในฐานะคนกรุงเทพฯ แท้ ๆ ก่อนที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางการเมือง แต่ก่อนเกิดและเติบโตและทำงานใน กทม. ครอบครัวตนในอดีตตอนยังเด็ก เป็นครอบครัวฐานะปกติ จำได้เลยคืออยู่กัน 30-40 คน ครอบครัวใหญ่มาก มีญาติพี่น้อง มีลูกพี่ลูกน้องอยู่กันในห้องแถวตึกแถวห้องหนึ่งที่สี่แยกท่าพระ ตอนนี้โดนเวนคืนทำรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สิ่งที่ได้รับการปลูกฝังจากครอบครัว ไม่ต่างจากพี่น้องชาว กทม.ส่วนใหญ่ว่า ตัวเรา ครอบครัวเรา จะดีจะอยู่สุขสบาย ชีวิตจะง่ายขึ้น เราต้องปากกัดตีนถีบ ต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเราเอง
“แต่หลังจากเข้ามาทำงานการเมือง มุมมองผมต่อ กทม.เปลี่ยนไปอีกแบบ หลังจากทำหน้าที่ สส.เขต หลังจากศึกษาดูงานในต่างประเทศ ที่เมื่อสักครู่ นายชัยวัฒน์ เล่าให้ฟังแล้วว่า ปรัชญาการบริหารเมืองในต่างประเทศเป็นอย่างไร ให้ความสำคัญกับคนใช่หรือไม่” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นายกฯ ที่บริหารเมืองในต่างประเทศนั้น เขามีอำนาจ สามารถผลักดันเรื่องยาก ๆ หลายเรื่องให้กลายเป็นเรื่องง่ายในเมืองของเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการ การเดินทางขนส่ง หรือการติดโซลาร์รูฟท็อป เทศบาลเมืองให้เงินอุดหนุนติดโซลาร์รูฟท็อปให้คนในเมืองเขาได้ คำถามทำไมในไทยไม่เคยเห็นการดำเนินงานแบบนั้นในระดับท้องถิ่นเลย
กทม.แต่ละปีมีงบราวแสนล้านบาท ทุกท่านทราบดีว่าเมืองแห่งเดียวในประเทศนี้ ที่ประชาชนมีอำนาจในการเลือกผู้ว่าฯโดยตรงคือ กทม. แต่ทำไมที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดจนโต ตนและหลายท่านที่เป็นคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ ถึงรู้สึกว่าชีวิตเราที่ยากอยู่ ต่อสู้ด้วยลำแข้งไม่ดีเพียงพอ เราเรียกร้องกับเมืองกรุงเทพฯ น้อยไปหรือไม่ ทั้งที่มีงบประมาณแสนล้านบาท ผู้ว่าฯ ถูกเลือกจากคนเป็นล้านคน ทำไม กทม.ไม่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเลย นี่คือเหตุผลว่าทำไม ปชน.ส่งแคนดิเดตผู้ว่าฯ และ สก. 50 เขต ลงชิงชัยในสนามเลือกตั้งครั้งนี้
“เหตุผลไม่ใช่ป้องกันแชมป์ หรือปกป้องศักดิ์ศรีที่เราชนะการเลือกตั้ง สส.มายกจังหวัด แต่เหตุผลแท้จริงอยู่ที่แก่นที่นายวิโรจน์บอก แก่นที่เน้นย้ำให้ฟังคือ ไม่ว่าเรามีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหน หน้าที่ตัวแทน ปชน.คือการกำหนดวาระให้กับสังคม สนาม กทม.ครั้งนี้คือการกำหนดวาระของเมือง ต้องการทำให้ กทม.เป็นหลังพิงให้คนที่ล้ม เป็นลมใต้ปีกให้กับคนที่พร้อมออกเดิน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นี่คือวาระของ ปชน.ในอีก 4 ปี หรือ 10 ปีต่อจากนี้ ว่าเราอยากเห็น กทม.เป็นเมืองแบบไหน ผ่านนโยบายจัดกลุ่มออกมาเป็น 4 ง่าย ใช้ชีวิตง่าย ค้าขายง่าย เลี้ยงดูครอบครัวง่าย และเดินทางง่าย ลำพังการเลือกผู้ว่าฯ กทม.อย่างเดียว สำหรับพวกเรา ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ วันนี้ ปชน.จึงประกาศว่า มาฟูลทีม มีทั้งทีม สส. ทีม สก. ตัวผู้ว่าฯ กทม. ทีมบริหาร และคณะที่ปรึกษา พร้อมทำงานร่วมทำงานกับประชาชนชาวกรุงเทพฯทุกคน
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาหลายเรื่องที่ผู้ว่าฯ กทม. และ สก. 50 คนแก้ปัญหาให้ เรามีกฎหมายหลายฉบับ พร้อมเพิ่มอำนาจให้กับผู้ว่าฯ เพิ่มอำนาจให้กับชาวกรุงเทพฯทุกคน ให้ทุกคนแก้ปัญหายาก ๆ ให้เป็นเรื่องง่าย นอกจากทีม สส.ของเราทั้ง 33 คน วันนี้ สก.ของเราทั้ง 50 เขต นอกจากพิจารณางบประมาณปีละแสนล้านบาทให้โปร่งใส ตรงไปตรงมาแล้ว อีกอย่างที่มีแน่นอนคือวาระเขต แบบที่ สก.เนอร์ส ขึ้นมานำเสนอ บางซื่อเมืองสเก็ตบอร์ด ทุกท่านอยากเห็นพื้นที่ทุกเขตใน กทม. มีวาระขับเคลื่อนวาระเขตของตัวเองหรือไม่
1.ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ การคลัง นายวรภพ วิริยะโรจน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.
2.ดูแลงานด้านปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
3.ดูแลงานด้านสวัสดิการ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.
4.ดูแลงานด้านโยธาธิการและผังเมือง นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย
5.ดูแลงานด้านสาธารณสุข นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย
และทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. 2 คน ได้แก่
1.ด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center
2.ด้านบริหารราชการแผ่นดิน นางเพียงพนอ บุญกลา อดีตผู้บริหาร ปตท. ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐ
“บรรดาคนถูกตัดสิทธิทางการเมือง จริง ๆ แล้วมาช่วยบริหารกรุงเทพฯ ได้เหมือนกัน เรามาแบบฟูลทีม เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง ขอขอบคุณความไว้วางใจของประชาชน ที่เคยมอบให้ ปชน.ในการเลือกตั้งใหญ่ 2 ครั้งที่ผ่านมา ยกคะแนนเสียงให้ทั้งจังหวัด แต่ขอโอกาสประชาชนชาว กทม.จากใจจริง ขอโอกาสให้พวกเราแสดงฝีมือ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สก. ทีมบริหาร และทีมที่ปรึกษา แสดงฝีมือให้ท่านเห็น การขับเคลื่อน ทั้งองคาพยพทั้งสภาฯบน สภาฯท้องถิ่น เปลี่ยน กทม.ที่เป็นเมืองยาก ๆ ให้เป็นเมืองง่าย ๆ ได้อย่างไร” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ข่าวล่าสุด