ทวี” ชำแหละ “แลนด์บริดจ์” หวั่นซ้ำซ้อน ECRL มาเลย์เตรียมเปิดปี 70
04 พ.ค. 2569

“ทวี” เปิดวงชำแหละ “แลนด์บริดจ์” หวั่นซ้ำรอย “อีอีซี” และยังซ้ำซ้อนกับโครงการ ECRL ของมาเลย์ ที่สร้างเกือบเสร็จแล้ว เตรียมเปิดใช้ปี 70 ด้วยงบฯที่น้อยกว่าเพียง 6 แสนล้าน
ข่าว
04 พ.ค. 2569

“ทวี” เปิดวงชำแหละ “แลนด์บริดจ์” หวั่นซ้ำรอย “อีอีซี” และยังซ้ำซ้อนกับโครงการ ECRL ของมาเลย์ ที่สร้างเกือบเสร็จแล้ว เตรียมเปิดใช้ปี 70 ด้วยงบฯที่น้อยกว่าเพียง 6 แสนล้าน
4 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวเปิดวงสนทนา โดยตั้งคำถามถึง "เจตจำนงที่แท้จริง” ของรัฐบาลว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์เพื่อชาติจริงๆ หรือเป็นเพียงการ “เพลย์เซฟ” เพื่อประคองตัวเองให้อยู่ครบวาระ 4 ปี โดยขายฝัน “เมกะโปรเจ็กต์” หรือโครงการลงทุนขนาดใหญ่
แต่ พ.ต.อ.ทวี ได้หยิบยกบทเรียนราคาแพงจากโครงการ EEC หรือ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเปรียบเทียบ เพราะผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถเดินหน้าได้
"เราเห็นวิธีคิดของรัฐบาลก่อนที่หยิบเรื่องใหญ่เรื่อง EEC เข้ามา โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นที่ฮือฮามาก นำที่ดินมักกะสันที่แพงที่สุดประเคนให้ผู้ที่เสนอรายได้ล่อใจ แต่วันนี้ 3 สนามบินก็นิ่งอยู่ ส่วนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ก็ยกให้เอกชนไป แถมยังมีปัญหาที่น่าจะผิดกฎหมายด้วย"
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังแสดงความกังวลใน 3 ประเด็นหลัก คือ
1.สิทธิสภาพนอกอาณาเขต เพราะเกรงว่าเงื่อนไขให้เอกชนรับสัมปทานระยะยาว จะซ้ำรอยกรณีเกาะฮ่องกงที่ให้อังกฤษเช่าหรือไม่
2.กลุ่มทุนผูกขาด โดยตั้งข้อสังเกตว่า เงินลงทุนหลักแสนล้าน หรือล้านล้าน มักตกอยู่ในมือบริษัทรับเหมาเพียง 1-2 ราย ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับรัฐบาล เอ่ยชื่อมาต้องร้องอ๋อทันที
3.เป็นมรดกบาปหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะเป็นโครงการที่เน้นเพียงการก่อสร้างเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับเหมา แต่ทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง
นางสาวรุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ หรือ "ดร.โรส" นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยมลายา ประเทศมาเลเซีย วิเคราะห์เปรียบเทียบโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย กับโครงการ East Coast Rail Link หรือ ECRL ของมาเลเซีย ซึ่งมีระยะทาง 665 กิโลเมตร ปรากฏว่าใช้เงินลงทุนน้อยกว่าไทย และกำลังจะเปิดให้บริการต้นปีหน้า เชื่อมระบบรางกับท่าเรือ และโซนอุตสาหกรรมอย่างเบ็ดเสร็จ
ดร.โรส ขยายความว่า โครงการ ECRL ของมาเลเซีย ใช้ระบบรางเป็นหัวใจหลัก เชื่อมจากโกตาบารู รัฐกลันตัน ทางตอนเหนือของมาเลเซีย ติดกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นฝั่งทะเลจีนใต้ เชื่อมกับอ่าวไทย ผ่าน “เมืองกอมบัก” ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ ต่อเนื่องไปถึงท่าเรือแคลง หรือ Port Klang ซึ่งเป็นฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เหนือช่องแคบมะละกา ใช้งบประมาณราว 6 แสนล้านบาท
ความคืบหน้าปัจจุบันมีการทดลองวิ่งรถไฟทั้งระบบแล้ว โดยจะเปิดให้บริการสำหรับรถไฟโดยสารต้นปีหน้า และเริ่มขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ช่วงปลายปี 2570
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือBRI ของจีน เชื่อมโยง บก-เรือ-อากาศ เข้าด้วยกัน โดยเชื่อมท่าเรือในรัฐตรังกานู ปาหัง (ฝั่งแปซิฟิก) ไปถึงท่าเรือแคลง เหนือช่องแคบมะละกา และอัพเกรดเมืองรอง คือ “กอมบัก” ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าของมาเลเซีย
โครงการ ECRL จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และโครงการที่มาเลเซียผลักดัน สะท้อนระบบคิด หรือ System Thinking แบบทั้งระบบ มองเห็นภาพชัดเจน แต่ของไทยยังมองไม่เห็นภาพความคุ้มค่าที่ชัดเจนเท่าไรนัก
ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชาติ อดีตที่ปรึกษา รมว.คลัง ในรัฐบาลไทยรักไทย ให้ข้อมูลว่า รายงานการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ของ สนข. หรือ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ที่ถูกนำมาพูดถึงในปัจจุบัน เป็นงานที่จ้างศึกษาต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรายงานฉบับที่ 2
ดร.รุ่งเรือง บอกว่า ผู้ที่ศึกษารายงานอย่างละเอียด จะรู้ทันทีว่าโครงการนี้ไม่คุ้มแน่นอน และจริงๆ แล้ว สนข.ก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเลขไม่คุ้ม แต่การศึกษาเรื่อง Demand ของเรือและตู้สินค้า มีการว่าจ้างให้บริษัทจากเนเธอร์แลนด์เข้ามาศึกษา ซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญากับ สนข.โดยตรง แต่ สนข. บีบให้บริษัทไทยบริษัทหนึ่งต้อง “ซับคอนแทรค” งานให้บริษัทต่างชาติรายนี้ และบริษัทนี้เป็นผู้ที่ตั้งตัวเลขบนสมมติฐานที่เปราะบาง
ดร.รุ่งเรือง อธิบาย 2 เหตุผลที่ทำให้โครงการนี้ไม่คุ้มค่าการลงทุน
1.รายงานการศึกษาตั้งอยู่บนสมมติฐานที่คาดหวังว่า ท่าเรือสิงคโปร์จะเกิดสภาวะ "สินค้าล้น" มายังไทยประมาณ 10-15% แต่ในข้อเท็จจริง ท่าเรือสิงคโปร์ยังไม่ล้น และยังสามารถรองรับ หรือมี capacity ได้อีกอย่างน้อย 10 ปี
2.ธรรมชาติของการขนถ่ายสินค้า หรือ Transshipment ด้วยการนำตู้สินค้าลงจากเรือใหญ่ฝั่งหนึ่ง ขนข้ามบกไปขึ้นเรืออีกฝั่งหนึ่ง มีต้นทุนสูงกว่าการเดินเรืออ้อมช่องแคบมะละกาถึง 2-3 เท่า ข้อมูลนี้อ้างอิงตามตัวเลขของ สนข. เอง และเรือระดับ Super Liner จะไม่ยอมมาจอด หากไม่มีสินค้าปริมาณมหาศาลจากพื้นที่หลังท่ามาเติมให้คุ้มค่าระวาง
ดร.รุ่งเรือง ยังตั้งข้อสังเกตว่า งบลงทุน 1 ล้านล้านบาทที่กระทรวงคมนาคมเสนอมานั้น มหาศาลจนสามารถนำไปบริหารจัดการ "คลองปานามา" ในอายุสัมปทานที่เหลืออยู่ได้ทั้งหมด โดยคลองปานามาเป็นคลองขุด และเป็นเส้นทางผ่านของเรือขนส่งสินค้าเช่นกัน
นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ในฐานะที่เคยร่วมในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ในสภาชุดที่แล้ว (รัฐบาลคุณเศรษฐา ต่อเนื่องถึงรัฐบาลแพทองธาร) และได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการแลนด์บริดจ์ กล่าวว่า ข้อมูลจาก สนข. ย้อนแย้งกับความเป็นจริง โดยเฉพาะเป้าหมาย 20 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ เพราะหาแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือไม่ได้
นอกจากนั้น ประชาชนในพื้นที่ยังมีความกังวลเรื่องสภาพแวดล้อมและทรัพยากร โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียนที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร และกลุ่มประมงพื้นบ้าน มีความหวาดกลัวการเวนคืนที่ดินและการทำลายระบบนิเวศ จนส่งผลกระทบระยะยาว
ข่าวล่าสุด