"พักโทษทักษิณ” ติด EM ผิดเงื่อนไขแม้ครั้งเดียว เสี่ยงกลับเรือนจำ
03 พ.ค. 2569

แวดวงยุติธรรมชี้ 11 พ.ค.นี้ “พักโทษทักษิณ” ติดกำไล EM แต่ยังเจอเงื่อนไขสุดหิน คุมเข้ม 4 เดือน ฝ่าฝืนเสี่ยงถูกเพิกถอนการพักโทษ กลับเรือนจำและนับโทษใหม่ย้อนหลัง 4 เดือน
ข่าว
03 พ.ค. 2569

แวดวงยุติธรรมชี้ 11 พ.ค.นี้ “พักโทษทักษิณ” ติดกำไล EM แต่ยังเจอเงื่อนไขสุดหิน คุมเข้ม 4 เดือน ฝ่าฝืนเสี่ยงถูกเพิกถอนการพักโทษ กลับเรือนจำและนับโทษใหม่ย้อนหลัง 4 เดือน
KEY
POINTS
ความคืบหน้ากรณีการพักโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นี้ โดยมีเงื่อนไขคุมประพฤติและต้องติดกำไล EM อีก 4 เดือน จนกว่าจะถึงวันพ้นโทษจริงในวันที่ 9 กันยายน 2569 นั้น
โดย ขณะนี้นับถอยหลังเหลืออีกเพียง 8 วัน นายทักษิณ ก็จะได้รับการพักโทษและปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม แล้ว
3 พฤษภาคม 2569 แหล่งข่าว ในกระบวนการยุติธรรม จากอัยการ ศาล ราชทัณฑ์ และคุมประพฤติ กล่าวถึงกรณีการพักโทษ นายทักษิณ สรุปว่า
สำหรับกรณีของ นายทักษิณ ได้รับการพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เนื่องจากจำขังมาแล้ว 2 ใน 3 โดยคณะกรรมการฯได้กำหนดเงื่อนไข ให้มีการติดกำไล EM และเงื่อนไขอื่นๆ เช่น ต้องมารายงานตัว หรือห้ามก่อเหตุฯ
จะต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่า “พัก” ไม่ได้แปลว่า “พ้น” นายทักษิณยังต้องปฏิบัติตามระเบียบเงื่อนไข ซึ่งในการยื่นคำขอพักการลงโทษนั้น จะต้องยื่นบัญชีรายชื่อผู้อุปการะ และระบุสถานที่ควบคุมในกรณีนี้มีข่าวว่า เป็นที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ซึ่งเป็นบ้านพักของอดีตนายกฯ
แหล่งข่าว ระบุว่า ในระหว่างช่วงพักโทษ นายทักษิณ จะถูกกำหนดให้อยู่ในบริเวณบ้าน และต้องมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามเงื่อนไข กรณีที่พักที่บ้านจันทร์ส่องหล้า จะต้องเข้ารายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 หากจะเดินทางออกไปไหนจะต้องขออนุญาตล่วงหน้าโดยอ้างเหตุจำเป็น เว้นแต่กรณีเหตุฉุกเฉินฯ เช่น ป่วยฉุกเฉินหรือเหตุภยันตราย โดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด
ในกรณีที่ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น มีการออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือติดต่อไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะมีการเตือนไปยังผู้อุปการะ ในกรณีนี้เชื่อว่าจะเป็นญาติสนิท เช่น ภรรยาหรือบุตร เพื่อให้ควบคุม กรณีที่เตือนแล้วยังไม่ปฏิบัติตาม ยังมีการฝ่าฝืนเงื่อนไข เจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะรายงานไปยัง กรมราชทัณฑ์ส่งไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณายกเลิกการพักการลงโทษ
เมื่อมีคำสั่งยกเลิกการพักโทษแล้ว จะให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปควบคุมตัวมาเพื่อกลับมาคุมขังยังเรือนจำโดยไม่จำเป็นต้องไปขอหมายจับจากศาล ตรงนี้มีกฎหมายเขียนไว้ว่า อำนาจการจับกุมตัวเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และตำรวจ
ในกรณีที่มีการผิดเงื่อนไขและอธิบดีกรมราชทัณฑ์มีการเพิกถอนพักโทษ จะไม่ให้นับจำนวนวันที่ออกมานอกเรือนจำเป็นวันต้องโทษ คือ จะเปรียบเสมือนไม่ได้รับการพักการลงโทษมาก่อน อย่างเช่น นายทักษิณ พักการลงโทษมาจนจะครบ เหลือเพียง 1 วันจะพ้นโทษ แต่ก่อนวันสุดท้ายไปทำผิดเงื่อนไข ถูกเพิกถอนการพักโทษ นายทักษิณจะต้องกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีกกว่า 4 เดือน ไม่ใช่ 1 วันตามที่ขอ
แหล่งข่าวอัยการระดับสูง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการพักโทษนั้นจะเห็นว่า เงื่อนไขแต่ละรอบทางคณะกรรมการการพักโทษจะกำหนดไม่เหมือนกัน อย่างก่อนหน้านี้ กรณีพักการลงโทษ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คดีก่อความไม่สงบปิดล้อมบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็กำหนดเงื่อนไขติดกำไลอีเอ็ม และห้ามออกนอกพื้นที่จังหวัดนนทบุรี
แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรม เปิดเผยว่าขั้นตอนการพักการลงโทษเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร โดยในคณะกรรมการพิจารณาการพักโทษจะมีตัวแทนจากสำนักงานศาลยุติธรรมไปเข้าร่วม แต่ระยะหลังเท่าที่สังเกตไม่ปรากฏว่ามีตัวแทนจากศาลไปร่วมประชุม มีความเป็นไปได้ว่าทางฝ่ายศาลเองก็ไม่อยากไปรับรองการพักโทษใคร
ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีของนายทักษิณ แต่หมายถึงทุกกรณี ขั้นตอนในส่วนนี้ศาลจะมีหน้าที่ในการพิจารณาออกหมายปล่อยตัว ตามที่ราชทัณฑ์เสนอมา โดยจะมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ว่าจะอนุญาตหรือไม่ เนื่องจากเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร หมายปล่อยจะถูกออกโดยศาลในพื้นที่พำนักของนายทักษิณ ไม่ได้ออกจากศาลฎีกาฯนักการเมืองที่เป็นคนสั่งลงโทษ ศาลจะเกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องการออกหมาย “ขัง” และหมาย “ปล่อยตัว” เท่านั้น
ข่าวล่าสุด