เนชั่นทีวี

ข่าว

คมนาคมย้ำ ‘แลนด์บริดจ์’ มาถูกเวลา! ช่วยข้ามฝั่งประหยัด 5 วัน

30 เม.ย. 2569

คมนาคมย้ำ ‘แลนด์บริดจ์’ มาถูกเวลา! ช่วยข้ามฝั่งประหยัด 5 วัน

“สิริพงศ์” มั่นใจแลนด์บริดจ์คือทางออกวิกฤตเดินเรือมะละกา ชูจุดแข็งประหยัดเวลา 5 วัน พร้อมรับมือภูมิรัฐศาสตร์โลก ยันลุย EIA-EHIA ครบถ้วน กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ไม่กระทบชุมชน

30 เมษายน 2569 ประเด็นร้อนสำหรับเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาล ในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้และเศรษฐกิจไทย อย่าง โครงการแลนด์บริดจ์ Landbridge ที่รัฐบาลชูว่าช่วย ประหยัด 5 วัน ในการเดินทางข้ามช่องแคบมะละกา โดยวันนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามของนางอรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม


ถึงหลักเกณฑ์ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.ที่ยังขาดความชัดเจนในโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งกลุ่มเป้าหมายลูกค้า การช่วงชิงเศรษฐกิจจากช่องแคบมะละกา และหากการลงทุนไม่คุ้มค่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบว่า ตามสถิติในแต่ละปี จะมีการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา ปีละ 90,000 ลำ และมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2573 จะมีเรือผ่านช่องแคบกว่า 120,000 ลำ ซึ่งจะทำให้เกิดความแออัด
 

สาเหตุที่ทำให้รัฐบาลนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณานั้น เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกล่าวถึง และเห็นว่า มีความจำเป็นจะต้องมีเส้นทางคมนาคม ที่เป็นเส้นทางทางเลือก ซึ่งประเทศไทย เคยมีการพูดถึงทั้งการขุดคลองไทย และแลนด์บริดจ์ แต่หากพิจารณาความเป็นไปได้แล้ว แลนด์บริดจ์น่าจะคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด



พร้อมมั่นใจว่า เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะดำเนินการ เพราะความแออัดของช่องแคบมะละกา ที่จะเต็มความจุใน 10 ปีข้างหน้า จึงควรมีทางเลือกเพื่อระบายความแออัด รวมถึงความตรึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังไม่มีผู้ใดสามารถคาดการณ์ได้

 

จากการพัฒนาทางเทคโนโลยี จะช่วยทำให้การขนย้ายยกของทางเรือ ไปทางรางแล้ว แลนด์บริดจ์จะช่วยประหยัดเวลาการเดินเรือจากอ่าวไทยไปอันดามัน ได้มากกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาได้ถึง 5 วัน

ส่วนการดำเนินโครงการนั้น นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า จะเป็นการดำเนินการแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการสาธารณะ หรือ PPP ดังนั้น จึงไม่น่าจะเป็นภาระทางงบประมาณรัฐบาลมาก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม



ส่วนจะดำเนินการสำรวจการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA อย่างไร เพื่อให้ประชาชนเกิดการยอมรับ และการดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ และสามารถอยู่คู่กับชุมชนในพื้นที่ได้นั้น นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ และผลกระทบต่อชุมชนนั้น การดำเนินการตาม EIA และ EHIA นั้น จะต้องครบถ้วน รวมถึงสร้างความเข้าใจ และรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัด หรือพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC เพื่อให้เกิดความสบายใจ


และในอนาคตจะต้องทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ โดยจะมีการตราร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ กฎหมาย SEC เหมือนกฎหมายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งข้อกังวลที่ต่างชาติจะมาถือครองที่ดินนั้น ในสภาพความเป็นจริง ก็มีการจัดสรรพื้นที่ เพื่อให้ทั้งคนไทย และต่างชาติได้ลงทุน สร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานรูปแบบใหม่

 

มั่นใจว่า หากภาคใต้มีทางออกทะเลอันดามันและอ่าวไทย ก็จะเกิดอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจใหม่ ๆ เพื่อความสะดวกในการส่งออกของทั้ง 2 ฝั่งมหาสมุทร พร้อมทั้งจะต้องมีการสงวนอาชีพบางอย่างให้เฉพาะคนไทยในพื้นที่ ให้สามารถประกอบกิจการได้ 

ส่วนการรับมือของรัฐบาลต่อการป้องกันไม่ให้แลนด์บริดจ์ ตกเป็นพื้นที่การแข่งขันของมหาอำนาจ หรือภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์นั้น นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า จุดแข็งของประเทศไทยปัจจุบัน สามารถรักษาสถานการณ์ความเป็นกลาง ระหว่างการต่อสู้ทางเศรษฐกิจของ 2 ขั้วอำนาจ แม้จะมีความพยายามดึงประเทศไทยเข้าไปมีส่วนร่วม แต่ประเทศไทย ก็ยังคงรักษาสถานะความเป็นกลางไว้ได้ 
 


คมนาคมย้ำ ‘แลนด์บริดจ์’ มาถูกเวลา! ช่วยข้ามฝั่งประหยัด 5 วัน