เนชั่นทีวี

ข่าว

ปชป. ร่วมลงชื่อ ปชน. ให้ประธานสภาฯส่งศาลฎีกา สอบ ป.ป.ช.

28 เม.ย. 2569

ปชป. ร่วมลงชื่อ ปชน. ให้ประธานสภาฯส่งศาลฎีกา สอบ ป.ป.ช.

ปชป. ร่วมลงชื่อกับ ปชน. ให้ประธานสภาฯ ส่งศาลฎีกา ตรวจสอบ ป.ป.ช. ปมยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” ชี้จงใจมองข้ามบางประเด็น และหยิบยกบางประเด็น พร้อมยก 2 ประเด็นใหม่จี้ ป.ป.ช.ทบทวน

28 เมษายน 2569 ที่ ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการประชุม สส.ของพรรค โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ เป็นประธานในการประชุม โดยภายหลังการประชุม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมได้หยิบยกเรื่องผลคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมของ สส.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางฝ่ายกฎหมายของพรรคที่ได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาประเด็นรายละเอียด โดยพบว่า มีประเด็นใหม่ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจในการดำเนินการของพรรค โดยในที่ประชุมได้มีมติสำคัญใน 2 เรื่องคือ

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

 

1. พรรคเห็นว่า การวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ยังมีประเด็นที่น่าสงสัย และมีหลักฐานใหม่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่ได้มีมติยกคำร้องคดี นายศักดิ์สยาม ที่สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยในประเด็นรายละเอียดยังมีความพยายามที่จะจงใจมองข้ามบางประเด็น และหยิบประเด็นเฉพาะ ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์กับผู้ถูกร้องมาเป็นประเด็นวินิจฉัย ดังนั้นเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดพรรคประชาธิปัตย์จึงร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ ม.236 ที่จะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนอิสระ

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า 2. ในประเด็นที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้ชี้ว่า ประเด็นซึ่งเห็นว่าเป็นเจตนาบางประการที่อาจจะถือว่าเป็นเจตนาพิเศษที่ ป.ป.ช. ได้จงใจที่จะมองข้ามบางประเด็น แล้วหยิบเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกร้อง เบื้องต้นพรรคจะมีการตั้งคณะทำงานยกร่างโดยมีตนเองและ นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรค ร่วมยกร่างคำร้องร่วมกับทางพรรคประชาชน

 

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนประเด็นที่ยังไม่มีใครพูดถึงคือ การวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ยังมีอยู่ 2 ประเด็น

 

1. ถือว่าเป็นหลักฐานใหม่ คือหลักฐานที่มีการเผยแพร่ผ่านทางสำนักข่าวบางสำนักในช่วงเวลาที่ นายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม ได้มีการออกหนังสือฉบับหนึ่งว่า “ภายใต้หน่วยงานที่ตนเองกำกับดูแล หากมีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างประการใดก่อนที่จะมีการดำเนินการจะต้องแจ้งต่อรัฐมนตรีให้ทราบก่อน” ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเข้าข่ายการใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงหรือการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยว่า ไม่มีการใช้อำนาจรัฐมนตรีแทรกแซง โดยดูจากพฤติกรรมที่ไม่มีการไปสั่งการ แต่หนังสือฉบับดังกล่าวถือว่าเป็นหลักฐานใหม่

 

2. ประเด็นที่ ป.ป.ช. จงใจมองข้ามคือ เรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ คือ บริษัทที่ไปรับงานในกระทรวง ที่นายศักดิ์สยาม กำกับดูแล นั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนว่า มีผู้ถือหุ้นแทนหรือมีนอมินี แต่เจ้าของที่แท้จริงยังคงเป็นนายศักดิ์สยาม ฉะนั้นเมื่อเจ้าของที่แท้จริงคือนายศักดิ์สยาม บริษัทนี้ไปรับงาน ในหน่วยงานที่ตนเองกำกับดูแล ย่อมเป็นการขัดกันของผลประโยชน์อย่างชัดเจน ซึ่งประเด็นนี้ทางป.ป.ช.ไม่ได้วินิจฉัยให้ชัดเจน โดยจงใจที่จะมองข้ามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

เพราะฉะนั้น ทางพรรคประชาธิปัตย์จะยื่น 2 เรื่องนี้ถึง ป.ป.ช.เนื่องจากมีหลักฐานใหม่เพื่อให้มีการทบทวนคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ที่มีอยู่เดิม

 

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข้อกังวล ว่า หากยื่นเรื่องตามมาตรา 236 ต่อ****ประธานรัฐสภา ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุว่า เป็นดุลยพินิจของประธานสภา ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยถึงจะยื่นประเด็นนี้อาจจะกระทบต่อการคานอำนาจระหว่างรัฐสภากับองค์กรอิสระตามกลไกของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ ก็เคยแสดงความคิดเห็นว่า ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้พรรคประชาชนมีการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ไปแล้ว ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนให้มีการดำเนินการแก้ไขในมาตราดังกล่าวต่อไป เพราะต่อไปการตรวจสอบองค์กรอิสระจะได้ไม่ต้องให้ประธานสภาใช้ดุลยพินิจ เพราะขณะนี้หลายฝ่ายกังวลว่าหาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา มีความไม่เป็นกลาง เป็นฝักเป็นฝ่ายเข้าด้วยกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็อาจจะชะลอเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดขึ้นแล้ว

 

เมื่อถามว่า การวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ในครั้งนี้ มองว่าเป็นการฟอกขาวให้กับ นายศักดิ์สยาม หรือไม่ นายสาทิตย์กล่าวว่า คงเป็นข้อสงสัยของสังคม

 

“พรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดการเมืองสุจริต เราถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้เกิดความกระจ่างชัด เมื่อมีช่องทางตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญที่ทำได้เราก็ดำเนินการได้เลย”นายสาทิตย์ กล่าว