เนชั่นทีวี

ข่าว

“อนุทิน” คุมเข้มงบปี 70 ห้ามฟุ่มเฟือย เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด

20 เม.ย. 2569

“อนุทิน” คุมเข้มงบปี 70 ห้ามฟุ่มเฟือย เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด

"งบปี 70 มาแล้ว! “อนุทิน” สั่งคุมเข้มรัดเข็มขัด ห้ามใช้งบฟุ่มเฟือย เน้นซ่อมมากกว่าสร้าง เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด! ไม่สนฐานงบเก่า เน้นความจำเป็นหน้างานจริง!"

20 เมษายน 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2570 มีคณะรัฐมนตรี (ครม. ) และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมด้วยว่า วันนี้เป็นวาระการมอบนโยบายจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งในครั้งนี้อาจจะแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้เราอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ของโลกที่มีความผันผวนสูง มีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงาน และเศรษฐกิจไทย รวมถึงโลกด้วย


สถานการณ์เช่นนี้ ภาครัฐจะต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำ ในการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยจะต้องปรับปรุงและปรับวิธีการทำงาน ให้เป็นเอกภาพและสูงขึ้น ในทรัพยากรที่ใช้น้อยลง โดยเริ่มจากการปรับลดงบประมาณ ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีคิด ในการวางแผนงบประมาณให้ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชน เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริงให้กับประเทศของเรา 


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  


นายอนุทิน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 ต้องตรงเป้า แม่นยำ และสามารถตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ของรัฐบาลในการนำพาประเทศพ้นภาวะวิกฤต ควบคู่กับการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคง และยั่งยืน หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางโดยเร็ว ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่การสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความสามารถแข่งขันที่สูงขึ้น ด้วยนโยบาย 5 ด้าน 1.ด้านเศรษฐกิจ 2.นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3.นโยบายด้านสังคม  4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ 5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย 


“อนุทิน” คุมเข้มงบปี 70 ห้ามฟุ่มเฟือย เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด

นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามแผนการคลังระยะปานกลาง ปี 2570 – 2573 ได้กำหนดกรอบไว้จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2569 เพียง 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น ในขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิ ตามกฎหมาย ตามข้อผูกพัน และสวัสดิการต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณปี 2570 และความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

 

การใช้จ่ายงบประมาณจะต้องคำนึงถึงหลักความคุ้มค่า และหลักงบประมาณฐานศูนย์ โดยไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณ ที่เคยได้รับจัดสรรในปีที่ผ่านมา แต่เน้นเรื่องความจำเป็น ความเร่งด่วนและความเหมาะสมของสถานการณ์ ต้องปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศให้มากที่สุด
 


การขอรับจัดสรรงบประมาณในปีนี้จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณปี 2569 โดยส่วนที่เพิ่มขึ้น จะต้องเป็นรายจ่ายลงทุน นี่เป็นกฎเหล็กของปีงบประมาณ 2570 เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตในขณะนี้  และเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยรับงบประมาณ ปรับลดคำขอตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการศึกษาดูงาน และปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน 


“อนุทิน” คุมเข้มงบปี 70 ห้ามฟุ่มเฟือย เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้เน้นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องมีการก่อสร้าง ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม ให้มุ่งเน้นการซ่อมบำรุงเส้นทางเดิม มากกว่าการขยายเส้นทางใหม่ รวมถึงงบประมาณของกลุ่มจังหวัด ขอให้งดการตั้งงบประมาณ เพื่อการพัฒนาถนนและแหล่งน้ำ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของพื้นที่ในการดำเนินการ สำหรับงบประมาณของจังหวัด จะมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมาย เท่าที่จำเป็นเท่านั้น 


นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเรามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง



โดยทุกหน่วยงานที่จะทำสัญญาเช่าหรือซื้อรถยนต์มาใช้ในราชการ ให้ดำเนินการเช่ารถยนต์ EV หรือรถยนต์ Hybrid สำหรับรายการที่ลงนามสัญญาเช่าไว้แล้ว ให้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ในการพิจารณาปรับแก้ไขสัญญาเช่ารถราชการ จากเดิมที่เป็นรถยนต์สันดาป ให้สามารถเปลี่ยนเป็นรถยนต์ EV หรือ Hybrid ได้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางธุรกิจ ต้นทุน ภารกิจของหน่วยงาน และความเป็นไปได้รวมทั้งขอให้หน่วยงานติดตั้ง Solar Rooftop ในทุกพื้นที่ที่สามารถทำได้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการฝ่าวิกฤตพลังงานเชื้อเพลิงในครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอเน้นย้ำว่ารัฐบาล ยึดหลักการสำคัญ 3 ประการในการทำงาน คือ 1.พิทักษ์ รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ 2.ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดิน บนหลักธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน ขอให้พวกเราได้ร่วมมือกัน ทำภารกิจสำคัญนี้ ให้สำเร็จลุล่วงเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยของเรา ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป 


“อนุทิน” คุมเข้มงบปี 70 ห้ามฟุ่มเฟือย เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด

 

ในส่วนเรื่องการดูแลความมั่นคงในประเทศ ในเรื่องการดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องมีความพร้อม ต้องไม่ให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามเรา คิดว่าเขาสามารถจะมารุกรานประเทศของเราเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งการเตรียมความพร้อมทางด้านนี้ขอให้ทางกองทัพและสำนักงบประมาณได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี เพราะหากมีเรื่องการสู้รบแต่ละครั้ง สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องสร้างความมั่นใจคือเรามีศักยภาพ มีแสนยานุภาพเพียงพอที่จะปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินไทยของเรา รวมถึงศักดิ์ศรีของประเทศไทย แผ่นดินที่เป็นของคนไทย ที่เป็นของประเทศไทย จะต้องปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทยเท่านั้น ฉะนั้นขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการปกป้องดินแดนของพวกเรา 


“อนุทิน” คุมเข้มงบปี 70 ห้ามฟุ่มเฟือย เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด

“อนุทิน” คุมเข้มงบปี 70 ห้ามฟุ่มเฟือย เปลี่ยนรถหลวงเป็น EV ทั้งหมด


นายกฯ กล่าวว่า สำหรับในช่วงแรกก่อนการกล่าวมอบนโยบายงบประมาณ ตนได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) และสำนักงาน ป.ป.ท. ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกหลานของเราต่อไป