4 สส.กล้าธรรมใต้ ยื่น จม.เปิดผนึก ถึงนายกฯ เร่งล่าคนบงการยิง สส.
17 เม.ย. 2569

4 สส.กล้าธรรม ชายแดนใต้ เตรียมยื่นจดหมายเปิดผนึก นายกฯ ระหว่างลงพื้นที่นราธิวาส แต่ฝนทำยกเลิกกำหนดการ จี้เร่งจับผู้บงการยิง สส.กมลศักดิ์
ข่าว
17 เม.ย. 2569

4 สส.กล้าธรรม ชายแดนใต้ เตรียมยื่นจดหมายเปิดผนึก นายกฯ ระหว่างลงพื้นที่นราธิวาส แต่ฝนทำยกเลิกกำหนดการ จี้เร่งจับผู้บงการยิง สส.กมลศักดิ์
17 เมษายน 2569 มีรายงานว่าระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น 4 สส.กล้าธรรม ชายแดนใต้ ประกอบด้วย 3 สส.นราธิวาส นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ , นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ , นายลุตฟี หะยีอีแต และ สส.ปัตตานี นายยูนัยดี วาบา จะไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงมือนายกฯ เรียกร้องให้จับผู้บงการยิง สส.กมลศักดิ์ ให้ได้ ระหว่างนายกฯลงพื้นที่ด่านศุลกากรบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส แต่เกิดฝนตก จึงยกเลิกกำหนดการ ต้องส่งจดหมายเปิดผนึกตามไปแทน
ทั้งนี้ จดหมายเปิดผนึก ระบุว่า ขอให้เร่งรัดติดตามกลุ่มผู้บงการลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส
คณะกระผมประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกล้าธรรม จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี จำนวน 4 คน ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนั้น มิใช่ “ปัญหาความมั่นคง” แต่คือ “บททดสอบความจริงใจทางการเมืองของรัฐ” ว่าจะเลือกอยู่ข้างความยุติธรรม หรือปล่อยให้ความคลุมเครือดำรงอยู่ต่อไป
คณะกระผม ขอเสนอข้อเรียกร้อง เพื่อนำพาความสันติสุขกลับสู่ชายแดนใต้ ดังนี้
1. ขอให้ท่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการคลี่คลายคดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ต้องสามารถนำตัวผู้กระทำความผิด และผู้บงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพราะ “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความอยุติธรรมรูปแบบหนึ่ง”
2. ความจริงต้องถูกเปิดเผยไม่ใช่ถูกปิดบัง ขอให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการอิสระที่มีอำนาจเต็ม” ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกกรณีที่สังคมมีข้อกังขา โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน ต้องไม่ถูกแทรกแซงโดยฝ่ายการเมือง คณะกรรมการดังกล่าวต้องประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน
3. ต้องยุติความรุนแรงด้วยการเมือง ไม่ใช่อำนาจกำลัง ขอให้รัฐบาลประกาศแนวทางการเมือง ด้วยนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” อย่างแท้จริง โดยต้องลดบทบาทของการใช้กำลังและเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับประชาชนอย่างแท้จริง
4. ความเชื่อมั่นของประชาชน คือ เส้นแบ่งระหว่างสันติภาพ กับความขัดแย้ง ขอให้รัฐบาลกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน และกำหนดตัวชี้วัดที่สามารถตรวจสอบได้และรายงานต่อสาธารณะ เพราะสันติภาพจะไม่เกิดขึ้นจากคำประกาศของรัฐ หากแต่ต้องเกิดจากความรู้สึกของประชาชนว่าพวกเขา “ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง”
ทั้งนี้ พวกกระผมหวังว่า การลงพื้นที่ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 17 เมษายน 2569 ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมเชิงสัญลักษณ์ แต่ในฐานะ จุดชี้วัด ว่ารัฐบาลนี้จะเลือกเดินไปในทิศทางใดระหว่าง การแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หรือ การบริหารสถานการณ์เพื่อให้คงอยู่ต่อไป หากยังไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้ ความรับผิดชอบทางการเมืองย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ข่าวล่าสุด