ภารกิจชนตอ! "นายกฯ อนุทิน" ล่องใต้สางคดียิง สส.กมลศักดิ์
16 เม.ย. 2569

17 เม.ย. นายกฯ อนุทิน เยือนนราธิวาสท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น กอ.รมน. หลังทีมสังหาร สส. ใช้ "รถหลวง" ก่อเหตุ เปิดเบื้องหลังทำไมต้องเปลี่ยนจุดนัดพบ หนีเกม "ปิดห้องคุย"
ข่าว
16 เม.ย. 2569

17 เม.ย. นายกฯ อนุทิน เยือนนราธิวาสท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น กอ.รมน. หลังทีมสังหาร สส. ใช้ "รถหลวง" ก่อเหตุ เปิดเบื้องหลังทำไมต้องเปลี่ยนจุดนัดพบ หนีเกม "ปิดห้องคุย"
16 เมษายน 2569 การลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ในวันที่ 17 เมษายนนี้ ถูกขีดเส้นใต้ว่าเป็นภารกิจที่หนีความรับผิดชอบไม่พ้น ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและ ผอ.รมน. โดยตำแหน่ง เนื่องจากหลักฐานในคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ มัดแน่นว่าทีมสังหารใช้ "รถในราชการ กอ.รมน." และมีนายทหารระดับสัญญาบัตรเข้าไปเกี่ยวข้อง
ยิง สส. - รถ กอ.รมน. ภารกิจชนตอ “นายกฯอนุทิน”
ทำไมการลงใต้ 17 เม.ย.จึงถูกจับจ้อง? เพราะ อนุทิน คือนายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล และเป็น ผอ.รมน.โดยตำแหน่ง
1.มีคดียิง สส.ที่รอสะสาง
2.สส.กมลศักดิ์ จากพรรคประชาชาติ เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
3.โหวตหนุน อนุทิน เป็นนายกฯ กลับบ้านโดนยิงถล่มทันที
4.รถที่ทีมสังหารใช้ เป็นรถในราชการ กอ.รมน.
5.ทีมสังหาร 3 ใน 5 เป็นอดีตทหารเรือ ยืมรถจาก น.อ.ทหารเรือ ในสายบังคับบัญชา กอ.รมน.นราธิวาส
6.นายกฯกำกับ รมว.กลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรับผิดชอบกลุ่มภารกิจ คลัสเตอร์ 1
**ทั้งหมดนี้ทำให้หนีความรับผิดชอบไม่พ้น และต้องสะสางคดี ตอบสังคมให้ได้
ทีมสังหารไม่ใช่ธรรมดา ต้องใช้อำนาจระดับนายกฯสั่งการ
คำถาม : ใช้รถ กอ.รมน.ทุกครั้งหรือไม่ , ครั้งอื่นยืมไปทำอะไร ,ที่อ้างว่ายืมไปติดต่อธุรกิจ คือธุรกิจอะไร
คำถาม : ให้ยืมรถวันไหนกันแน่ 16 มี.ค. หรือ 19 มี.ค.
คำถาม : แปลว่ารู้สาเหตุที่เป็นชนวนสังหารแล้วใช่หรือไม่ และใครคือผู้บงการ
คำถาม : ไม่กลัวถูกจับ สามารถผ่านด่านตรวจได้อย่างเสรีด้วยหรือไม่
คำถาม : รู้เห็นกับกำลังพลในหน่วยงานรัฐบางหน่วยด้วยหรือไม่
**สมควรระบุตัวผู้บงการ และชนวนสังหารได้แล้วใช่หรือไม่
**17 เม.ย. นายกฯจึงหนีไม่พ้นที่จะต้องให้ความกระจ่างเรื่องนี้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงในการจัดการปัญหาภาคใต้ต่อไป มิฉะนั้นองค์กร กอ.รมน. และกองทัพ จะทำงานยากขึ้นมาก
วาทะนายกฯที่ฮือฮาอย่างมากก่อนสิ้นสุดหยุดยาวสงกรานต์
"ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องมีการย้าย มีการเปลี่ยน วันนี้ไม่ใช่รัฐบาล 4 เดือนแล้ว วันนี้เป็นรัฐบาล 4 ปี…"
“งานนี้ถ้ายังมีเกียร์ว่าง หรือแทนที่จะใส่เกียร์ 5 แต่กลับใส่เกียร์ 2 ผมจะดำเนินการให้ดู นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ไม่ใช่คนนี้ ซี 10 ซี 11 คนนี้ผู้บัญชาการ คนนี้ใครจะย้ายไม่ได้ นายกรัฐมนตรีย้ายได้ จะย้ายให้ดู”
นายกฯอนุทิน พูดประเด็นนี้ในบริบทปัญหาภาคใต้ หลังจากเกิดเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ โดยทีมสังหารส่วนหนึ่งเป็นอดีตทหาร และใช้รถของทางราชการไปก่อเหตุ ส่วนปืนก็สงสัยว่าเป็นของราชการด้วยหรือไม่ เพราะไม่มีประวัติในทำเนียบคดีความมั่นคง
คำถามคือ ที่นายกฯขู่จะย้าย ท่านจะย้ายใคร หรือ พูดเท่ๆ เท่านั้น
เหตุผล
คำถาม : ยังเหลือใครที่ควรต้องย้าย?
**มีสถานการณ์แทรกซ้อน ณ วันที่ 17 เม.ย. สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ และสถาบันการศึกษาทางศาสนา ทั้งปอเนาะ ตาดีกา จะส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯอนุทิน ผ่าน ศอ.บต. ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 หลังออกมากล่าวหา “ปอเนาะ” และโรงเรียนสอนศาสนาว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะแนวคิดแยกดินแดน
**อีกด้านหนึ่ง สส.พรรคประชาชน จะยื่นหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะ ผอ.รมน. ให้สอบแม่ทัพภาคที่ 4 กรณี “พูดปิดไมค์ ถ้าเป็นผมทำนะ…ไม่ปล่อยให้รอด” เพราะเป็นการสื่อถึงการใช้ความรุนแรงนอกกฎหมาย แม้เจตนาจะพูดเชิงเปรียบเทียบก็ตาม
**คำพูดเดียวกันนี้ ทำให้ถูกกระแสวิจารณ์และต่อต้านอย่างหนักในพื้นที่ชายแดนใต้ มีเสียงเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพท่านนี้ออกจากตำแหน่ง
แต่นายกฯจะกล้าย้ายหรือไม่
ตั้งแต่ไฟใต้ปะทุหลังเหตุการณ์ปล้นปืน เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 นับถึงวันนี้ รวมระยะเวลาถึงกว่า 22 ปีแล้ว
ปัญหาชายแดนใต้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและรับผิดชอบของ “แม่ทัพภาคที่ 4” เพราะเป็นปัญหาความมั่นคง เป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก และยังมีสถานะเป็น ผอ.รมน.ภาค 4 ในหมวกของ กอ.รมน. ที่มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยหลักรับผิดชอบภารกิจดับไฟใต้แบบบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยเข้าด้วยกัน
ตลอดระยะเวลา 22 ปี นับจาก 4 มกราคม 2547 ภาคใต้มีแม่ทัพภาคที่ 4 มาแล้ว 17 คน มีแม่ทัพที่ถูกย้ายด้วยเหตุผลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ไฟใต้ 3 คน คือ
โดยในช่วงที่เป็นแม่ทัพ มีเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งมโหฬาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จนถูกย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2547
หลังถูกย้าย ก็มีการส่ง พลโทพิศาล วัฒนวงษ์คีรี มารักษาการแทน และรับไม้ต่อ เป็นแม่ทัพเต็มตัว ในวันที่ 1 เมษายน 2547
-เหตุการณ์กรือเซะ มีผู้เสียชีวิต 108 ราย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547
-และเหตุการณ์สลายม็อบตากใบ มีผู้เสียชีวิต 85 ราย วันที่ 25 ตุลาคม 2547
จากเหตุการณ์ตากใบ ทำให้ พลโท พิศาล ถูกย้ายไปช่วยราชการที่กองทัพบก ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 โดยมี พลตรีขวัญชาติ กล้าหาญ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น มารักษาการแทน และรับไม้ต่อ เป็นแม่ทัพเต็มตัว เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2548
โดย พลโทขวัญชาติ ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จากกรณีเหตุการณ์สังหาร 2 นาวิกโยธิน ที่ ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2548 และยังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอีกหลายเหตุการณ์เช่น เหตุคนร้ายถล่มที่ว่าการอำเภอและโรงพักบันนังสตา, สังหารหมู่ 9 ศพยกครัว ที่บ้านกะทอง ตำบลบองอ อำเภอระแงะ
นับจากนั้นก็ไม่มีแม่ทัพคนไหนโดนย้ายอีก และไม่มีกระแสเรียกร้องจากคนในพื้นที่ให้ย้ายอย่างเซ็งแซ่ กระทั่งถึงรายของ พลโทนรธิป โพยนอก แม่ทัพคนล่าสุดนี้เอง
ส่วนข่าวการเปลี่ยนตัว โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จาก พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง เป็น พลตรี ชาคริต อุจะรัตน (อุด - จะ - รัด) รองแม่ทัพภาคที่ 4 จนมี สส.พรรคประชาชนออกมาตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการย้ายเพราะสื่อสารล้มเหลว กรณีแม่ทัพภาคที่ 4 แถลงข่าว รวมไปถึงการให้ข่าวในคดียิง สส.กมลศักดิ์ หรือไม่นั้น
จากการตรวจสอบพบว่า การเปลี่ยนตัวโฆษก ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ยิง สส. หรือ การแถลงข่าวของแม่ทัพ เนื่องจาก พันเอก ยุทธนาม ได้ขยับขึ้นเป็น “พลตรี” ในตำแหน่งเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ในการโยกย้ายกลางปีที่ผ่านมา จึงไปรับตำแหน่งใหม่ และมีคำสั่งเปลี่ยนตัวโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็น พลตรีชาคริต ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน
มีรายงานว่า สาเหตุที่ นายกฯอนุทิน เปลี่ยนกำหนดการ โดยไม่เดินทางไปเยี่ยม สส.กมลศักดิ์ ถึงที่บ้าน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุยิงถล่มในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุผลทางการเมือง และการไม่ยอมให้ถูกสร้างภาพจำทางการเมือง เชื่อมโยงกับเหตุรุนแรง ยิง สส.ชายแดนใต้
ข่าวแจ้งว่า ยุทธการ “ปิดห้องคุย” เป็นข้อเสนอของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เพื่อกดดันนายกฯให้เร่งรัดเปิดตัวผู้บงการ และไล่จี้คดีให้ถึงที่สุด ซึ่งหากนายกฯเดินเข้าเกมนี้ จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และเสี่ยงเสียภาพลักษณ์ทางการเมือง
ทั้งหมดนี้คือสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้นายกฯอนุทิน ต้องเปลี่ยนแผน และจัดเวทีเยี่ยมให้กำลังใจ สส.กมลศักดิ์ ที่บ้านของ อาจารย์วันนอร์แทน ซึ่งปัจจุบัน อาจารย์วันนอร์ มีสถานะเป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ จึงน่าจะทำให้ภาพการพบปะดูซอฟต์ลง และไม่เป็นผลร้ายกับนายกฯอนุทิน
ข่าวล่าสุด