svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

กลุ่ม สว.สำรอง ยื่น กกต.ค้านคำวินิจฉัย 229 คน ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

17 มี.ค. 2569

กลุ่ม สว.สำรอง ยื่น กกต.ค้านคำวินิจฉัยคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ที่ชี้ 229 คน ไม่ผิดคดีฮั้ว สว. พร้อมมองหาก 7 กกต.เร่งรัดดำเนินการ เป็นการขานรับทางการเมืองแน่นอน

17 มีนาคม 2569 กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และสมาชิก เดินทางมายื่นหนังสือถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านผลการไต่สวนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย คดีฮั้ว สว.ที่ให้ผู้ถูกกล่าวหาหา 229 ราย ไม่มีมูลความผิดในคดีฮั้ว สว. กับ คณะกรรมการ กกต. 7 คน ก่อนมีมติส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
 

โดยกลุ่ม สว.สำรอง ระบุว่า ที่ผ่านมาได้มายื่นหนังสือที่ กกต. หลายครั้งแล้วในช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมา วันนี้จึงมาเพื่อคัดค้านคำวินิจฉัยของอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งเป็นคณะที่ กกต.สมัย นายอิทธิพล บุญประคอง ประธาน กกต.แต่งตั้งขึ้นมา เพราะตอนนั้นให้เหตุผลว่า ถ้าเห็นว่าสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 เป็นคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความรัดกุมสมบูรณ์หนาแน่น ก็ไม่ต้องมีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยก็ได้ แต่เมื่อมีรายงานข่าวออกมาว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ มีมติ 5 ต่อ 2 จึงไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว 
 

กลุ่ม สว.สำรอง ยื่น กกต.ค้านคำวินิจฉัย 229 คน ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

เพราะจากการติดตามและการดำเนินการของทาง สว. สำรอง ในฐานะที่เข้าร่วมคัดเลือก สว. นั้น พบว่า ในวันคัดเลือก มีการล็อกและทุจริต ทั้งการพบโพยในวันเลือกและหลักฐานอื่นๆ ทำให้คณะ สว.สำรอง ได้มีการร้องคัดค้านมาโดยตลอด และ กกต. ได้เรียกกลุ่มตนเองในฐานะ สว.สำรองไปสอบปากคำ และนำหลักฐานไปให้กกต. จำนวนมาก
 

แต่กกต.ไม่ได้ดำเนินการในลักษณะที่มีความคืบหน้า จนได้ไปร้องดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนเรื่องขบวนการฮั้ว จนดีเอสไอมีการสืบสวนคดีและรับเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2568 และชุดสืบสวนสอบสวนคณะที่ 26 ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่เป็นที่น่าสงสัยข้อมูลของ กกต. ว่า ทำไมดีเอสไอส่งข้อมูลมาแล้วไม่รับ

รวมถึงยังขณะนี้กำลังมีการฟอร์มทีมรัฐบาลใหม่ มีผู้ถูกกล่าวหา ในกลุ่มนี้น่าจะมีคนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี 13 คน และมีกระแสข่าวของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ออกมาว่า จะยกคำร้อง ทำให้มีข้อกังวลใจเป็นอย่างยิ่งว่า ในพฤติกรรมที่เป็นมาทั้งหมด กกต. จะลู่ลมหรือไหลไปตามคำกดดัน ของผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพล ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาหาหรือไม่
 

ทำให้ต้องมายื่นหนังสือถึง กกต. ทั้ง 7 คน ให้ใช้ความรู้ความสามารถ ที่เติบโตมาด้วยตนเอง ในการรักษาและธำรงไว้ซึ่งชื่อเสียงของท่านเอง จึงอยากให้ กกต.วินิจฉัยเรื่องนี้ให้เป็นไปตามหลักฐาน ที่ปรากฏข้อเท็จจริงของคณะที่ 26 และหวังว่า อนาคตของประเทศไทย และการเป็นตัวอย่างที่ดีต้องอยู่ในมือท่าน
 

พล.ต.ท.คำรบ ยังกล่าวช่วงท้ายด้วยว่า ถ้า กกต. ทั้ง 7 คน จะขานรับฝ่ายการเมือง จะตัดสินเรื่องนี้ในวันสองวันจริงๆ ก็คงต้องจับตามอง เพราะคณะอนุกรรมการวินิจฉัยเพิ่งจะส่งเรื่องเข้ามา หาก กกต.จะวินิจฉัยด้วยความรวดเร็ว ก็แสดงว่าท่านขานรับทางการเมืองแน่นอน