svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"โสภณ" ไม่ได้ตลก ขอจบดราม่า ปมเสนอ "ตัดงบอาหารกลางวัน สส." แจงผู้อภิปรายพูดผิดเวลา

17 มี.ค. 2569

"โสภณ" ไม่ได้ตลก ขอจบดราม่า ปมเสนอ "ตัดงบอาหารกลางวัน สส." แจงผู้อภิปรายพูดผิดเวลา ย้ำ ในสมัยตน สิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็ทำ เชื่อ โหวตนายกฯ 19 มี.ค. ไม่วุ่นวายซ้ำรอยเลือกประธานสภา

17 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการทำพิธีทำบุญหลังได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า วันนี้ถือเป็นวันที่เข้าทำงานวันแรกในการทำงาน โดยได้เชิญสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรฯ มาเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล แต่ข้าราชการและสถานที่ ถ้าเริ่มต้นดี ทุกอย่างก็จะราบรื่น ตนถือเคล็ดเพราะตนใช้หลักธรรม นำชีวิตทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานราชการและตนได้คุยกับข้าราชการรัฐสภา แล้ววันนี้ได้กินข้าวร่วมกัน ของกินง่ายๆ ก๋วยเตี๋ยว กระเพาะปลา เป็นงบประมาณส่วนตน

 

"โสภณ" ไม่ได้ตลก ขอจบดราม่า ปมเสนอ "ตัดงบอาหารกลางวัน สส." แจงผู้อภิปรายพูดผิดเวลา

 

"โสภณ" ไม่ได้ตลก ขอจบดราม่า ปมเสนอ "ตัดงบอาหารกลางวัน สส." แจงผู้อภิปรายพูดผิดเวลา

 

"โสภณ" ไม่ได้ตลก ขอจบดราม่า ปมเสนอ "ตัดงบอาหารกลางวัน สส." แจงผู้อภิปรายพูดผิดเวลา

 

"โสภณ" ไม่ได้ตลก ขอจบดราม่า ปมเสนอ "ตัดงบอาหารกลางวัน สส." แจงผู้อภิปรายพูดผิดเวลา

 

 

 

 

 

 

 

“ถ้าอยากให้พ่อ อยากให้ลูกดี พ่อก็ต้องดีด้วย อยากให้หน่วยงานดี หัวหน้าหน่วยงานก็ต้องดีด้วย ฉะนั้นสิ่งที่ตนทำไปต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ” นายโสภณ กล่าว

 

 

 

 

 

 

 

นายโสภณ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ที่ตนมีการให้สัมภาษณ์ และสื่อเขียนข่าวเอาคำพูดไปไม่จบ ที่ตนบอกว่า ตลกและอมยิ้ม แต่ไม่ได้ตลกในเรื่องเสนอให้ตัดงบอาหารกลางวัน สส. แต่ตลกคนที่อภิปรายเพราะใช้เวลาไม่ถูกกาลเทศะ ตนเองทำงานเอาผลไม่ใช่เอาภาพ แต่ในสังคมเมื่อมีเรื่องเอาแต่ภาพมีข้อมูลจริงบ้างไม่จริงบ้างเอาไปลงเพื่อให้สะใจ ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก สังคมขาดความรัก การพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสมมันไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องนี้มีการพูดกันมานานแล้ว สมัยที่แล้วหลายพรรคก็พูดแต่ไม่ได้รับการแก้ไข  

 

นายโสภณ กล่าวต่อว่า เมื่อตนมาทำงานก็ตระหนักเรื่องนี้ ที่ตลกคือมองว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ และยังใช้เวลาที่ไม่เหมาะสม ตนจึงพูดอธิบายต่อไปว่า สุดแล้วแต่สมาชิก ถ้าสมาชิกเอาอย่างไรตนก็เอาอย่างนั้น วันนี้ไม่ใช่มาแก้ข่าวแต่มาขยายความตามข้อเท็จจริง เพราะประชาชนอาจจะมองไม่เห็น 2 มุมในเรื่องนี้ คือ 1. สภามีสวัสดิการให้สมาชิกหรือไม่ ถ้ามีเหมาะสมหรือไม่ 2.ไม่มีสวัสดิการเมื่ออาสาเข้ามาแล้วก็ไม่ต้องเอาสวัสดิการ ดังนั้นจึงต้องชั่งน้ำหนักว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ในยุคสมัยของตนต้องได้รับการแก้ไข ด้วยเหตุด้วยผลและความเหมาะสม

 

โดยเมื่อวานนี้ตนยังพูดอีกว่า สิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบประชาชนเบื่อก็อย่าทำ ถ้าอย่างนั้นเราจะสร้างศรัทธาไม่ได้ และตนก็ขยายความต่อไปอีกว่าการทำงานต้องสามัคคี ตนทั้ง 3 คนจะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี เพียงแต่ตนไม่ได้พูดว่าประเทศไทยในยุคนี้ไม่มีฮีโร่ไหนจะเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศได้ นอกจากความร่วมมือของคนในชาติ ฉะนั้นตนพูดชัดเจนว่าต้องการจะสื่อความหมายถึงประชาชนว่า เรื่องใดที่เป็นอุปสรรค เรื่องใดที่ทำให้สภาไม่สง่างาม ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข อย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาประเทศไม่ใช่วาทกรรม แต่อยู่ที่การกระทำ 

 

”ขอใช้เวลาหน่อยเพราะเพิ่งทำงาน ผมจะไม่ใช่คนทำงานหิวแสง  ไมค์จ่อปากไม่ได้เพ้อไปเรื่อย ช่วงนี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเข้ามาทำงานก็ต้องอธิบาย และใช้เวทีของสื่ออธิบายให้ประชาชนรู้ว่าเราจะทำอะไร อย่างไร เพื่อความเข้าใจ ถ้าประชาชนขาดศรัทธาตั้งแต่แรก ก็ยากที่เขาจะให้ความร่วมมือ เพราะตอนนี้คนก็เข้าใจผิดว่า โสภณ ล้านปี ไม่ยอมแก้ไข ซึ่ง100ปีก็แก้ไขได้ เรื่องจริงตอนสภาอู่ทองเขาก็เลี้ยงอย่างนี้ แต่ไม่ใช่ว่าสภาอู่ทองเลี้ยงแล้ววันนี้จะเลิกไม่ได้ถ้าเป็นสถานการณ์ที่เหมาะสม แต่ต้องขอเวลา ดราม่าคำว่าตลกพอแล้วไม่ต้องมาถามผมอีก แล้วต่อไปประเด็นเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ต้องมาถามผมอีก เพราะผมบอกแล้วว่าสิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ ไม่ติด” นายโสภณ กล่าว 

 

 

แจงปมอาหาร สส.

 

นายโสภณ กล่าวต่อว่า โครงการอาหารกลางวันไม่ใช่นโยบายของประธาน เป็นงบประมาณที่ฝ่ายเลขาจัดเป็นสวัสดิการ ซึ่งเป็นการขอ งบประมาณ ไว้ที่การจัดทำงบประมาณประจำปี ถ้าไม่อยากมีก็ตัดงบนี้ออก ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการพิจารณาเพราะเป็นการทำงานตามอำนาจหน้าที่ ถ้าเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายเลขาเสนอ อำนาจไหนที่ตนตัดสินใจได้ตนก็จะตัดสินใจ แต่อย่าลืมว่าการทำงานร่วมกันต้องฟังความเห็นของคนทำงานร่วมกันผู้ปฏิบัติด้วยเพราะฉะนั้นต้องอยู่ด้วยความสมเหตุสมผล 

 

ดังนั้นเรื่องสวัสดิการยุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพง บ่ายนี้ตนก็ประชุมมาตรการการประหยัดพลังงาน ซึ่งในยุคนี้ก็ควรจะเตรียมการ สวัสดิการไหนควรลด สวัสดิการไหนที่ยังคงอยู่ก็แก้ไข ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แบบไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน 

 

“ประเด็นแบบนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองแล้วทำให้บางคนเบื่อการเมือง และทำให้คนที่ตั้งใจทำการเมืองหมดกำลังใจ ไม่อยากเข้ามา นิ้วไหนมันไม่ดีก็ตัดทิ้งก็แค่นั้น ไม่ใช่ฆ่าหนูก็เผาบ้านตัวเอง ก็ทำแค่จับหนู“ นายโสภณ กล่าว

 

"โสภณ" ไม่ได้ตลก ขอจบดราม่า ปมเสนอ "ตัดงบอาหารกลางวัน สส." แจงผู้อภิปรายพูดผิดเวลา

 

 

 

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ไม่มีเรื่องที่ตนไม่สบายใจ เพียงแต่อยากเห็นสังคมมีเหตุมีผลในการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่วิจารณ์ทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้นเราจะถูกปลูกฝัง เมื่อเห็นข้อมูลที่ยังไม่เป็นข้อเท็จจริงจริงๆ ประชาชนส่วนหนึ่งก็เชื่อความคิดการร่วมไม้ร่วมมือก็ขาดหาย ตนอยากเห็นภาพสังคมวันนี้เป็นการทำงานร่วมกันบนเหตุผลบนข้อเท็จจริง วิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่แต่ต้องอยู่บนข้อมูล 

 

นายโสภณ ยอมรับว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาทำให้ทำให้คนเชื่อและเกิดวิกฤตศรัทธาไปแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาพูดเสียมากกว่าซึ่งเป็นการพูดโดยนำความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบของคนมาพูด และไม่สามารถปฏิบัติได้ เป็นการพูดเพื่อได้ความนิยม ซึ่งการปฏิบัติจริง ๆ กลับเดินไปไม่ได้

 

 

 

ส่วนมองเป็นความท้าทายหรือไม่ที่ตนจะเป็นคนมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับสภาชุดนี้ 


นายโสภณ กล่าวว่า ไม่มองเป็นความท้าทายแต่มองว่าเป็นเรื่องที่จะต้องทุ่มด้วยใจและทำจริง ๆ ส่วนจะชนะหรือไม่ชนะหรือทำได้ตามที่อุดมการณ์วางไว้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตนเองต้องดูทั้งหมด

 

 

 

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้ประธานได้พูดไว้ว่าจะเน้นการกระทำมากกว่าคำพูด 

 

นายโสภณ ยอมรับว่า ใช่  เมื่อถามต่อว่าจะมีการวาง KPI หรือการประเมินหรือการประเมินผลอย่างไรนั้น เห็นว่าเรื่องนี้ถูกต้อง แล้วจะต้องมีการพูดคุย ซึ่งอยากเห็นสภานี้เป็นสภาที่ดีไม่ใช่ว่า จะไม่ให้พูดหรือแสดงความคิดเห็นให้แสดงความคิดเห็นได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ก็ไม่สมควรทั้งนี้

 

"ผมเองเป็นคนดูโซเชียล เพราะจะได้รู้ว่าสังคมคิดอย่างไรซึ่งในโลกโซเชียล ใช้คำว่า "ด่า" ก็ไม่ถูก มีการปรามาสแค่เขียนชื่อกับตัวเลข ก็ใช้เวลากันนานในสภา เรื่องไม่เป็นเรื่องภาพเหล่านี้ทำให้ฉุดสภา เคยทำให้คนไม่เชื่อมั่น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่มี" นายโสภณ กล่าว

 

 

 

 

เมื่อถามว่าวันที่ 19 มีนาคมนี้จะมีการโหวตเรื่องนายกรัฐมนตรีจะเกิดความวุ่นวายซ้ำรอย เหมือนวันเลือกประธานสภาหรือไม่ 

 

นายโสภณ กล่าวว่า ไม่วุ่นวาย 

 

 

 

 

ส่วนฝ่ายค้านสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์จะวุ่นวายหรือไม่ 

 

นายโสภณ ย้ำว่า ไม่วุ่นวาย แต่ภาพที่เกิดขึ้นในสภาจะสะท้อนการทำงานของเรา บางครั้งอาจจะไม่รู้ตัวว่าชาวบ้านด่า แต่สาวกสะใจ ดังนั้นถ้าอยากเห็นประชาธิปไตยเดินได้อย่างสง่างาม สัปปายะสภาสถานจะเป็นตัวอย่าง 1 ใน 5 ข้อของสัปปายะสภาสถาน ก็คือเป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม ขอให้ที่อยู่ตรงนี้เป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่หนักใจใด ๆในการทำหน้าที่ประธานสภา และจะทำอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกอย่างจำเป็นไปตามข้อบังคับพร้อมปฏิบัติตัวอย่างเที่ยงธรรมทุกอย่างก็จะไปได้

 

 

 

 


เมื่อถามว่ากังวลจะมีการ เล่นเกมนับองค์ประชุมให้สภาล่มหรือไม่ 


นายโสภณ ยืนยันว่าไม่กังวล ก่อนจะบอกว่าพอแล้วเพราะบอกให้คนอื่นไม่ต้องพูดมากแต่ตัวเองพูดมากซึ่งตนเองไม่อยากให้ใครเครียด อยากทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข
 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อิ่มหมีพีมัน....ค่าอาหารผู้ทรงเกียรติ สส.1 พ่วงอีก 8 อัตรา สภาพันล้าน!