พรรคส้ม เสี่ยงโดนยุบ! เหตุข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะขัดกฎหมาย
13 มี.ค. 2569
พรรคส้ม เสี่ยงโดนยุบ! เหตุข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ขัด รธน.มาตรา 32 ผิดกฎหมาย PDPA เสี่ยงถูก กกต.ฟัน พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.92 (4) ฟัน
ข่าว
13 มี.ค. 2569
พรรคส้ม เสี่ยงโดนยุบ! เหตุข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ขัด รธน.มาตรา 32 ผิดกฎหมาย PDPA เสี่ยงถูก กกต.ฟัน พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.92 (4) ฟัน
จากกรณีที่พรรคประชาชน ออกเเถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อแจ้งสมาชิกพรรคฯ ถึงการมีความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต และแนวทางการยกระดับความปลอดภัยของระบบ ที่พรรคดำเนินการไปแล้ว และมาตรการแก้ไขเยียวยาเพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะข้อมูลสมาชิกพรรคที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกจำนวนมากรั่วไหล ซึ่งพรรคฯ ระบุว่า ถูกเจาะระบบข้อมูลจากเเฮกเกอร์ ตั้งเเต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคม 2569 เเละในตอนนี้พรรคมีสมาชิกพรรคกว่าหนึ่งเเสนคน โดยพรรคเเนะนำสมาชิกพรรคฯ ไปลงบันทึกประจวันกับสถานีตำรวจ หรือไปทำบัตรประชาชนใหม่ และไปเเจ้งเปลี่ยนข้อมูล-เปลี่ยนรหัสผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่สมาชิกพรรคได้เชื่อมต่อไว้เเละใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตนนั้น
ทั้งนี้ มีการรายงานว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 หมวด 3 รับรองสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล มาตรา32 บัญญัติว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว
การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ" ซึ่งในกรณีพรรคประชาชนนี้ อาจเข้าข่ายความประมาทเลินเล่อร้ายเเรง ที่ขัดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ กฎหมาย PDPA ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมาย PDPA วางหลักไว้ว่า เจ้าของข้อมูล คือ ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค เป็นบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูล มีสิทธิขอเข้าถึง ลบ ทำลาย หรือถอนความยินยอมได้ เเละข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น เชื้อชาติ, ศาสนา, ความคิดเห็นทางการเมือง, ข้อมูลสุขภาพ-ชีวภาพ, ประวัติอาชญากรรม ต้องได้รับความคุ้มครองเข้มงวด ส่วนพรรคประชาชน มีสถานะองค์กร นิติบุคคล และบุคคลที่ตัดสินใจเก็บ หรือใช้ข้อมูล ที่ต้องรักษาความปลอดภัยและแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนเสมอ
ดังนั้น การที่พรรคประชาชน ออกเเถลงการณ์ครั้งนี้นั้น จึงเสมือนการยอมรับว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ที่เป็นสมาชิกพรรค ถูกเจาะระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำให้ความลับของสมาชิกพรรครั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอกจำนวนมาก เเละอาจถูกนำไปใช้ในเเนวทางสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม และกฎหมาย PDPA หลายมาตราได้กำหนดโทษไว้ ทั้งจำเเละปรับ ทำให้พรรคประชาชน อาจต้อง
ชดใช้หากมีการฟ้องร้องต่อศาล
ส่วนกฎหมายพรรคการเมืองนั้น สำนักงาน กกต.อาจพิจารณาความประมาทเลินเล่อของพรรคประชาชน โดยอาจใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 (4) ที่ระบุว่า “มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด” เพราะกรณีนี้นับว่า ความปรากฏตามเเถลงการณ์ล่าสุดของพรรคประชาชนที่ยอมรับเเล้วว่า ระบบข้อมูลสมาชิกพรรคถูกเเฮกเกอร์เจาะไปเเล้วจริงเเละปรากฏความผิดหลายมาตราตามที่กฎหมาย PDPA ระบุไว้
