"ปรีติ" เชื่อ องค์การค้าฯ มาถูกทาง หลังเปิดซองพิมพ์แบบเรียนปี 69
13 มี.ค. 2569
"ปรีติ" เชื่อ องค์การค้าฯ มาถูกทาง หลังเปิดซองพิมพ์แบบเรียนปี 69 ยอดจ้างรวมต่ำกว่างบฯ 255 ล้าน ฝากการบ้าน "รมว.ศธ.คนใหม่" สางหนี้-ล้างทุจริต ตั้งสอบฟันคนผิดปีก่อน ๆ
ข่าว
13 มี.ค. 2569
"ปรีติ" เชื่อ องค์การค้าฯ มาถูกทาง หลังเปิดซองพิมพ์แบบเรียนปี 69 ยอดจ้างรวมต่ำกว่างบฯ 255 ล้าน ฝากการบ้าน "รมว.ศธ.คนใหม่" สางหนี้-ล้างทุจริต ตั้งสอบฟันคนผิดปีก่อน ๆ
นายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงการติดตามผลการประกวดราคาโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 150 รายการ วงเงินงบประมาณ 1,010 ล้านบาท ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) หรือ e-bidding ของ องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการว่า จากผลการประกวดราคาที่ประกาศเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ถือว่า การดำเนินโครงการในปีนี้ซึ่งใช้วิธี e-bidding เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ควรยึดถือเป็นแนวทางในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อมูลค่ารวมที่จัดหาได้อยู่ที่ 754.3 ล้านบาทเศษ ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ 1,010 ล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 25
“หากดำเนินการลุล่วงตามนี้ จะประหยัดงบประมาณได้มากถึง 255.6 ล้านบาท อีกทั้งไม่เกิดข้อพิรุธเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ที่มักมีเหตุให้ยกเลิกกระบวนการ e-bidding แล้วไปใช้วิธีอื่นในการจัดจ้างแทน จนถูกกรมบัญชีกลางวินิจฉัยว่ามีการกระทำขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) ในหลายกรณี” นายปรีติ กล่าว
นายปรีติ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนประกวดราคาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังต้องติดตามตรวจสอบหลังการลงนามสัญญา ทั้งกระบวนการผลิตที่ต้องได้แบบเรียนคุณภาพ และต้องส่งถึงมือนักเรียนทั่วประเทศตามกำหนดก่อนเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม โดยต้องโปร่งใสในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการมาถึงขณะนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของผู้บริหารองค์การค้าฯ ซึ่งตามข่าวระบุว่า นายพีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ลงมากำกับด้วยตัวเอง หรือร่างขอบเขตงาน (TOR) ที่มีชื่อ นางสาวชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานคณะทำงานร่าง TOR ที่ได้ปรับแก้ประเด็นปัญหา ซึ่งหลายๆประเด็นก็ตรงกับตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่แล้ว ที่ตนร่วมทำหน้าที่
“จากรายชื่อผู้รับผิดชอบปีนี้ ดูเหมือนขบวนการที่เคยครอบงำงบประมาณพิมพ์แบบเรียนจะถูกตัดออกจากวงจร พร้อมทั้งมีข้อตกลงคุณธรรมและผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานภายนอกมากำกับใกล้ชิดทุกขั้นตอน จนเข้ารูปเข้ารอย ก็หวังว่าจะยึดถือเป็นมาตรฐานในปีต่อ ๆ ไป พร้อมกับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งกติกาที่ยุติธรรม เปิดรับข้อเสนอราคาอย่างโปร่งใส เปิดกว้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมแข่ง เพื่อให้ได้แบบเรียนที่มีคุณภาพ ด้วยงบประมาณที่เชื่อว่าลดลงได้อีก” นายปรีติ กล่าว
นายปรีติ ยืนยันว่า จะติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป โดยหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ สส.จะเร่งประสานส่งรายงานสรุปการตรวจสอบโครงการปีการศึกษา 2567-2568 พร้อมข้อสังเกตของ กมธ.ป.ป.ช. ของสภาฯสมัยที่แล้ว ให้แก่ สกสค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำส่ง รมว.ศึกษาธิการ ท่านใหม่ เพื่อพิจารณาสั่งการตรวจสอบสะสางปัญหาทุจริต ภาวะขาดทุนเรื้อรัง รวมถึงปัญหาหนี้สินสะสม เช่น ค่าลิขสิทธิ์ที่ค้างจ่าย สพฐ. กว่า 200 ล้านบาท ที่สำคัญต้องตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ กรมบัญชีกลาง วินิจฉัยว่า มีการดำเนินการขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ หลายกรณี หากพบผู้กระทำผิดโดยทุจริตต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด หลังจากที่รัฐมนตรี 2 คนก่อนหน้านี้ไม่ดำเนินการใด ๆ
“นอกจากนี้ ตัวเลขจากการประมูล ร้อยละ 25 หรือกว่า 255 ล้านบาทที่ต่ำกว่างบประมาณในปีนี้ เป็นประเด็นน่าสนใจว่าในปีก่อน ๆ ที่ตั้งงบไว้สูงถึง 1.1-1.2 พันล้านบาท โดยยอดจัดจ้างจริงต่ำลงมาเพียงเล็กน้อย ทั้งที่รายวิชาและยอดพิมพ์จำนวนเล่มใกล้เคียงกันนั้น เข้าข่ายใช้งบประมาณแพงเกินจริง หรือมีส่วนต่างกลายเป็นเงินทอนเข้ากระเป๋าใครหรือไม่” นายปรีติ ระบุ
