“จากรายชื่อผู้รับผิดชอบปีนี้ ดูเหมือนขบวนการที่เคยครอบงำงบประมาณพิมพ์แบบเรียนจะถูกตัดออกจากวงจร พร้อมทั้งมีข้อตกลงคุณธรรมและผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานภายนอกมากำกับใกล้ชิดทุกขั้นตอน จนเข้ารูปเข้ารอย ก็หวังว่าจะยึดถือเป็นมาตรฐานในปีต่อ ๆ ไป พร้อมกับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งกติกาที่ยุติธรรม เปิดรับข้อเสนอราคาอย่างโปร่งใส เปิดกว้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมแข่ง เพื่อให้ได้แบบเรียนที่มีคุณภาพ ด้วยงบประมาณที่เชื่อว่าลดลงได้อีก” นายปรีติ กล่าว
นายปรีติ ยืนยันว่า จะติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป โดยหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ สส.จะเร่งประสานส่งรายงานสรุปการตรวจสอบโครงการปีการศึกษา 2567-2568 พร้อมข้อสังเกตของ กมธ.ป.ป.ช. ของสภาฯสมัยที่แล้ว ให้แก่ สกสค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำส่ง รมว.ศึกษาธิการ ท่านใหม่ เพื่อพิจารณาสั่งการตรวจสอบสะสางปัญหาทุจริต ภาวะขาดทุนเรื้อรัง รวมถึงปัญหาหนี้สินสะสม เช่น ค่าลิขสิทธิ์ที่ค้างจ่าย สพฐ. กว่า 200 ล้านบาท ที่สำคัญต้องตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ กรมบัญชีกลาง วินิจฉัยว่า มีการดำเนินการขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ หลายกรณี หากพบผู้กระทำผิดโดยทุจริตต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด หลังจากที่รัฐมนตรี 2 คนก่อนหน้านี้ไม่ดำเนินการใด ๆ
“นอกจากนี้ ตัวเลขจากการประมูล ร้อยละ 25 หรือกว่า 255 ล้านบาทที่ต่ำกว่างบประมาณในปีนี้ เป็นประเด็นน่าสนใจว่าในปีก่อน ๆ ที่ตั้งงบไว้สูงถึง 1.1-1.2 พันล้านบาท โดยยอดจัดจ้างจริงต่ำลงมาเพียงเล็กน้อย ทั้งที่รายวิชาและยอดพิมพ์จำนวนเล่มใกล้เคียงกันนั้น เข้าข่ายใช้งบประมาณแพงเกินจริง หรือมีส่วนต่างกลายเป็นเงินทอนเข้ากระเป๋าใครหรือไม่” นายปรีติ ระบุ