ส่วนเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเอกสาร 2 ชุดที่มีความสำคัญที่เรายังไม่ได้เห็นรายงานการประชุมตัวเต็ม คือรายงานการประชุมอนุกรรมการประกันสังคม ภายใต้ กมธ.แรงงาน สว. ที่ นายชินโชติ แสงสังข์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ซึ่งมีการประชุม 10 กว่าครั้งเรายังไม่ได้รับรายงานการประชุมแต่อย่างใด
โดยทาง สว.ชินโชติ บอกว่า แยกส่วนกันไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง แต่ท่านเองบอกว่า มีคนมากำชับให้ทำให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.2569 ซึ่ง ได้ตั้งข้อสงสัยไปแล้วว่าทราบได้อย่างไรว่าจะมีการเลือกตั้งบอร์ดใหม่เดือนในเดือน ก.ค.2569 และใครเป็นคนมอบหมายให้ทำ
ส่วนอีกฉบับที่เป็นกุญแจสำคัญ คือรายงานการประชุมในบอร์ดอนุกรรมการร่างระเบียบการเลือกตั้ง เนื่องจาก เราจะได้เห็นสารตั้งต้นของการ ประชุมอนุกรรมการชุดนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น 80% บอกว่า อยากใช้วิธีการเลือกแบบเดิมแต่เหตุใดถึงได้เป็นสูตร 1:1 แทน 1:7 ซึ่งเป็นการลดทอนอำนาจ ของผู้ประกันตน เพราะฉะนั้นตัวนี้เป็นสิ่งที่เราร้องขอ ให้เปิดเผยรายงานการประชุม สรุปแล้วใครเป็นคนชงเรื่องนี้
“เราต้องการเห็นไทม์ไลน์ว่า ระเบียบเลือกตั้งผี ระเบียบเลือกตั้งที่ไม่มีเจ้าภาพเกิดขึ้นได้อย่างไร รายงานการประชุมจะทำให้เราเห็นมากขึ้น“ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
ส่วนประเด็นผลประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งใหม่ บอร์ด สปส. ที่มีการรับความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการสรุปผลชัดเจน
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ได้ตั้งข้อสังเกตไปเหมือนกัน ซึ่ง กมธ.สว. ได้มีมติให้ สำนักประกันสังคมทำจดหมายถึงสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA เปิดเผยข้อมูลดิบเบื้องต้นก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นตัวนี้ต้องดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ น่าจะมีข้อมูลดิบออกมาแล้ว แต่อีกประเด็นสำคัญ ที่สำนักงานประกันสังคมพยายามอธิบายกับบอร์ดว่า ไม่ว่าผลประชาพิจารณ์จะออกมาเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้ขาด สำนักงานมีอำนาจในการตีความ ตามหลักวิชาการและหลักเหตุผล ความคิดเห็นแม้จะเป็นส่วนน้อยหลักร้อยคน หลักพันจากล้านคน ก็อาจสำคัญกว่าคนหลักล้านคน ประเด็นนี้ฝากผู้ประกันตนติดตามด้วย
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการเลือกตั้งบอร์ด ซึ่งทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้สอบถามย้ำไปแล้วว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบจากสำนักงาน
ส่วนประเด็นที่ สปส. ชี้แจงว่า ต้องอ่านทุกความเห็นก่อน 1.2 ล้านครั้งว่าเหตุผลการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเพราะอะไร
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ยกตัวอย่าง สูตรบำนาญ Care ที่มีการดำเนินการไปแล้ว มีคนแสดงความคิดเห็นหลักแสนคน ซึ่งมีความซับซ้อนเช่นเดียวกัน มีการถามและตอบหลายข้อ ซึ่งใช้เวลา 4 วัน สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ แต่พบประชาพิจารณ์ผ่านพ้นมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลดิบแต่อย่างใด แล้วแบบนี้เราจะไว้ใจระบบหลังบ้านของสำนักงานประกันสังคมได้อย่างไร ว่าข้อมูลทุกอย่างจะถูกนำเสนออย่างเป็นกลาง และครบถ้วน
"ทั้งนี้ ขอฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่า การเลือกตั้งบอร์ด สปส. ครั้งนี้ น่าจะมีความหมายมากที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ ประชาชนทุกคนจับตาเราอยากให้ฝ่ายบริหารที่ดูแลประเทศนี้ ทำเรื่องดีให้บริสุทธิ์ โปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนไทยและประชาคมโลก" รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า กองทุนนี้ ที่อาจดูไม่ใหญ่โตมากนักในแง่ของโครงสร้างราชการ แต่เป็นกองทุนที่ดูแลคนมากกว่า 25 ล้านคน เพราะฉะนั้นฝากถึงท่านนายกอนุทิน ฝากถึงพรรคที่จะเป็นผู้รัฐบาล ที่กำลังจับจองเก้าอี้กระทรวงแรงงาน โจทย์นี้เป็นโจทย์จากที่ท่านต้องทำคือจัดการการเลือกตั้งบอร์ด สปส. ให้บริสุทธิ์ โปร่งใส และตอบสนองต่อผู้ประกันตนให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งบอร์ดครั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนมองว่าเป็นการประวิงเวลาหรือไม่
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า แน่นอนว่าเป็นการประวิงเวลา เพราะหากเราย้อนกลับไปกระทรวงแรงงานไม่เคยเป็นกระทรวง เกรด A มาก่อน
แต่พอมีการสมทบเงินบำนาญเข้าไปตั้งแต่ปี 2542 นานๆเข้าไป ปรากฏว่าก่อนถึงประกันสังคมเป็นกองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุด และงบประมาณการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม ใกล้เคียงกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศด้วยซ้ำ
มีงบบริหารสำนักงานมากกว่ากระทรวงพาณิชย์ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นกระทรวงนี้จะเป็นที่หมายปอง ของว่าที่รัฐมนตรีหลายท่าน
“เหนือสิ่งอื่นใดผมขอส่งสัญญาณไปถึงว่าที่รัฐบาลที่กำลังจัดตั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ขอสำนักงานนี้และกองทุนนี้ไว้สักกองทุนหนึ่ง ให้เป็นหลังพิง ให้เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ทำให้บริสุทธิ์ โปร่งใส ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น เพราะเป็นเงินของประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ เป็นเงินของคนธรรมดา ผมขอความเห็นใจ ให้พวกเขาได้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้อย่างยุติธรรมและโปร่งใสที่สุด” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ เผย
ทั้งนี้ หากในอนาคต สรุปแล้วว่ามีการเห็นด้วยกับระเบียบเลือกตั้งแบบใหม่ โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้าเรามีข้อสงสัยมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วตั้งแต่การร่างระเบียบ รวมถึง ตอนนี้จะเห็นได้ว่ามีฝ่ายตัวแทนที่นิติบัญญัติจำนวนมากทั้ง สส. และ สว. ให้ความเห็นจำนวนมากเรื่องระเบียบที่ไม่มีเจ้าภาพ เป็นสิ่งที่เราตั้งข้อสังเกตว่าทำได้หรือไม่, ไม่ได้ริเริ่มมาจากรัฐมนตรีทำได้หรือไม่ ซึ่งยังนับรวมว่า อาจมีการให้อำนาจ กกต.สำนักงานประกันสังคม หลากหลายเงื่อนไข ที่อาจไปขัดกับสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราอาจจะมี กระบวนการทางกฎหมายต่อไปนั่นคือการร้องศาลปกครองสูงสุด เพราะไม่ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานการเลือกตั้งต่อไป
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ยืนยันด้วยว่า การที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเข้ามาเป็นทีม ทำให้พอต่อสู้ ขัดง้าง กับรัฐราชการได้, แต่ขอย้ำว่า เราจะอยู่กันไม่ถึง 2 สมัย อย่างตัวเองขอประกาศว่าจะลงเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตนจะไม่อยู่ 30 ปี แบบอดีตบอร์ดหลายท่าน ถ้าอยู่ 30 ปี คงต้องอยู่ถึงปี 2600 มันยาวนานเกินไป
ขณะเดียวกันบางส่วนบอกว่าระเบียบดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อทีมประกันสังคมก้าวหน้า
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาแม้ว่าเราจะได้รับเลือกตั้งคะแนนเยอะแบบมีนัยสำคัญ แต่เราก็ได้รับเสียงอยู่ที่ 40-45% เท่านั้นเอง นั่นหมายความว่ามีช่องว่างในการให้แข่งขันได้อีกมากมาย เราไม่ได้ผูกขาด เราเปิดกว้างให้กับทุกทีมเข้ามาแข่งขันเชิงนโยบายและการตรวจสอบเพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกันตน
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงประเด็นที่ก่อนหน้านี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเคยเปิดเผยว่าจะเสนอ น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายสหัสวัต คุ้มคง ว่าที่ สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน เป็นที่ปรึกษา คณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูป สำนักงานประกันสังคม แต่ล่าสุดบอร์ดไม่มีการเสนอที่ปรึกษาแล้ว จากนี้ ทั้ง 2 จะยังจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนเรื่องประกันสังคมหรือไม่
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ทุกคนสามารถเข้าช่วยประเด็นประกันสังคมได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นแค่ต้องคุณไอซ์ คุณเนม แต่เป็นพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย แต่ทุกพรรคการเมืองสามารถช่วยกันได้
“ฝากถึงว่าที่ สส.ทั้ง 500 ท่านว่า การแก้ไขประกันสังคม ไม่มีสี ไม่มีสีแดง, น้ำเงิน หรือส้ม แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน ที่สามารถเข้าถึงได้เพราะฉะนั้นอยากให้เป็นฉันทามติเหมือนกับทุกท่านรับปากไว้ ในช่วงก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 อยากให้ทุกประการเหมือนเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ เผย
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ยอมรับด้วยว่า ส่วนตัวกังวลระเบียบใหม่ ที่มีเงื่อนไขการเกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะตอนนี้มีพลเมืองดีได้นำ Hard Copy มาให้ พออ่านดูปรากฏว่าเป็น “ผังล้ม ษัษฐรัมย์ และทีม”
ซึ่งรายละเอียดจี้ชัดว่าบอร์ดคนนี้มีคุณสมบัติแบบไหน เคยไปขึ้นปราศรัยหาเสียงกับใคร เคยดึงใครเข้ามาช่วย ทั้งหมดนี้เป็นการสะท้อนว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง