“บัตรเขย่ง” กกต.ทำเอง สอบเอง “จบข่าว” ข้อโต้แย้งจาก คน กกต. เลือกตั้งโมฆะ : ชนะได้แค่กระแส?
24 ก.พ. 2569
“บัตรเขย่ง” กกต.ทำเอง สอบเอง “จบข่าว” กฎหมายไม่ได้ออกแบบให้เอาผิด กกต.ได้ ข้อโต้แย้งจาก คน กกต. เลือกตั้งโมฆะ : ชนะได้แค่กระแส?
ข่าว
24 ก.พ. 2569
“บัตรเขย่ง” กกต.ทำเอง สอบเอง “จบข่าว” กฎหมายไม่ได้ออกแบบให้เอาผิด กกต.ได้ ข้อโต้แย้งจาก คน กกต. เลือกตั้งโมฆะ : ชนะได้แค่กระแส?
24 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้งโมฆะ : ชนะได้แค่กระแส? การขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจศาล เพื่อสั่งให้การเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 เป็นโมฆะ ดูจะยังไม่ใกล้ความจริง หนำซ้ำยังมีความเป็นไปได้ว่า กกต.อาจชิงรับรอง สส.เขต ภายในสัปดาห์นี้ และรับรอง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ช่วงสัปดาห์ต้นเดือน มี.ค.
เมื่อประกาศรับรอง สส. โมเมนตัมการเมืองก็จะเปลี่ยนไปที่การจัดตั้งรัฐบาล มากกว่าการฟื้นฝอยหาตะเข็บเพื่อเลือกตั้งใหม่
1. ศาลรัฐธรรมนูญ
- ส่งคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ต่ำกว่า 20 คำร้อง
- เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินกลั่นกรองหลักฐานเบื้องต้น หากมีมูลก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
** ขณะนี้ผู้ตรวจการฯ ต่อเวลาชี้แจงให้ กกต.ถึง 27 ก.พ. (ยังไม่ผ่านขั้นตอนที่ 1)
2. ศาลปกครองสูงสุด หรือศาลปกครองกลาง
- ยื่นฟ้องว่าบัตรเลือกตั้งมีลักษณะเป็น “บัตรเสีย” เพราะมีการทำเครื่องหมายลงบนบัตรเลือกตั้ง
- หากบัตรเลือกตั้งทั้งหมดในวันที่ 1 และ 8 ก.พ.69 เป็น “บัตรเสีย” ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะไปโดยปริยาย
**แต่จนถึงขณะนี้ ศาลปกครองก็ยังไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา มีแต่ลงเลขรับคดีทางธุรการ
3. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
- ฟ้องร้องกล่าวโทษ กกต.กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- พรรคประชาชนเป็นหัวหอก
- ไม่ชัดว่าฟ้องไปบ้างหรือยัง เพราะ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เคยบอกว่ายื่นฟ้องไปแล้ว แต่พรรคประชาชนบอกว่า กำลังร่างฟ้อง และบรรจุหลักฐานเพิ่มจากการตรวจสอบการเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ.จากนั้นจะยื่นฟ้องภายในสัปดาห์นี้
**กระบวนการยาวถึง 3 ศาล
อาจารย์ คมสัน โพธิ์คง อดีตคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายสืบสวนของ กกต. ตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งของ กกต. ในการเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. ไม่ใช่สาระสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้ง “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” หรือ “ไม่สุจริตเที่ยงธรรม”
เช่นเดียวกับการกล่าวหาว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 “ไม่ลับจริง” ก็ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ข้อมูลของผู้ลงคะแนนรั่วออกมาจนตรวจสอบได้ว่าเลือกใคร พรรคใด จริงหรือไม่
ฉะนั้นความผิดของ กกต.ที่จะดำเนินคดีอาญา หรือการสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จึงเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เพราะหลักฐานเชิงประจักษ์ไม่ชัดเจนว่าเป็นความบกพร่องของ กกต. หรือความเสียหายเกิดจาก กกต.โดยตรง
ในความเห็นของ อาจารย์คมสัน มองว่า กรณี “บัตรเขย่ง” เป็นความผิดพลาดที่ชัดเจนกว่า ว่าเกี่ยวข้องกับการทำงานของ กกต.แน่นอน แต่ปัญหาคือ กฎหมายไม่ได้ออกแบบให้เอาผิด กกต.ได้ / ยกตัวอย่างเช่น
- คำตอบคือ ผู้เสียหาย เช่น ผู้ที่แพ้เลือกตั้ง หรือประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในหน่วยเลือกตั้งนั้น ไปร้องต่อ กกต.ได้
- เป็นคำร้อง “คัดค้านผลการเลือกตั้ง”
- อำนาจพิจารณาและชี้ขาดอยู่ที่ กกต. ซึ่งเป็นคนจัดเลือกตั้ง และทำบัตรเขย่งเอง
- เท่าที่ตรวจสอบข้อกฎหมายดู ไม่พบช่องทางอื่นในการฟ้องร้องหรือเอาผิด กกต.เรื่อง “บัตรเขย่ง” นอกจากร้อง กกต.เท่านั้น
- นี่คือปัญหาการออกแบบกฎหมายที่ไม่สามารถนำมาปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพได้
- ไม่มีระบบแยกระหว่าง “ผู้จัดการเลือกตั้ง” กับ “ผู้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้ง”
**ไม่ได้แยก operator ออกจาก regulator นั่นเอง
- บัตรเลือกตั้งสำหรับการ “เลือกตั้งใหม่” ต้องสั่งพิมพ์ใหม่
**การใช้บัตรสั่งพิมพ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
**ใช้บัตรที่พิมพ์เกินไว้ไม่ได้ เนื่องจากส่งไปเป็น “บัตรสำรอง” ในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว
**ใช้ “บัตรสำรอง” ในหน่วยที่สั่งเลือกตั้งใหม่ ก็ไม่เพียงพอ
- รายละเอียดมาตรการป้องกันการทุจริต ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกล็อต
**กฎหมายให้อำนาจ กกต. เพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนมาตรการได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า (ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.)
- การเลือกตั้งใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีบาร์โค้ด เพราะเป็นการเลือกตั้งในหน่วยเดียว รู้อยู่แล้วว่าหน่วยไหน
**ไม่ต้องมีบาร์โค้ดเพื่อตรวจสอบย้อนกลับว่านำบัตรจากหน่วยอื่นมายัดหรือไม่
- เมื่อมีคนจับตามาก จ้องพิสูจน์หรือทำลายมาตรการป้องกันการทุจริต ย่อมสามารถปรับเปลี่ยนมาตรการได้
**ย้ำคำเดิม การปรับมาตรการ กฎหมายเปิดช่องให้ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
