จุดยืนของผมและพรรคเพื่อไทยคือเคารพ และน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนอย่างที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีบางประเด็นที่ผมอยากบอกกล่าวกับทุกท่านในขณะนี้
1. ผมยังยึดความสุจริตโปร่งใสของการเลือกตั้งสำคัญที่สุด และเห็นว่าเสียงทักท้วงในหลายแง่มุมของพี่น้องประชาชน มีน้ำหนักที่ กกต.ในฐานะผู้รับผิดชอบต้องรับฟังและชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบในทุกกระบวนการเพื่อรักษาความชอบธรรมของการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง และจะติดตามความคืบหน้าจนกว่าจะมีข้อยุติ
2. ผมจะรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนให้ได้ดีที่สุด สิ่งที่ได้พูดคุย ปราศรัยหรือรับปากไว้ทุกพื้นที่ รวมถึงทุกปัญหาจากข้อมูลที่รับฟังจากผู้สมัครมา เราจะร่วมกับคนเก่งๆ ทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรภายในพรรค กลไกรัฐ กลุ่มภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้สุดความสามารถที่สุดจากสถานะทางการเมืองและศักยภาพของเรา ทุกปัญหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่เรา ไม่จบไม่เลิก
หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรามี 2 ทางเลือกที่ต้องตัดสินใจคือการเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาล มีผลงานจากการบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของผู้คนมาอย่างยาวนาน
ผมทราบดีว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นพลังสนับสนุนพรรคมาตลอด ก็มีความเห็นไม่ตรงกันต่อทั้ง 2 แนวทาง เราขบคิด แลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังหลายฝ่ายในพรรค แม้จะมีเวลาพูดคุยกันไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันมาตลอดว่าจะร่วมทางในทุกสถานการณ์ ผมพร้อมจะก้าวเดินร่วมกับทุกคนในเส้นทางที่เราเลือก