“ราเชน – ชูวิทย์” ใช้สิทธิเลือกตั้ง2569 หวังคนใช้สิทธิ 80%
08 ก.พ. 2569
"ราเชน - ชูวิทย์" ใช้สิทธิเลือกตั้ง2569 เตือนซื้อเสียง - ปลุกปั่น หวังคนใช้สิทธิ 80% ลั่น “การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา”
ข่าว
08 ก.พ. 2569
"ราเชน - ชูวิทย์" ใช้สิทธิเลือกตั้ง2569 เตือนซื้อเสียง - ปลุกปั่น หวังคนใช้สิทธิ 80% ลั่น “การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา”
8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้ง2569 โดยแกนนำพรรคการเมืองและคนดัง ต่างตบเท้าเข้าคูหาลงคะแนนเลือกผู้แทนในดวงใจกันอย่างคึกคัก
โดยช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และลงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งวัดโตนด อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยก่อนหน้านี้นายราเชน มีอาการป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากหาเสียงอย่างหนัก และเดินสายหลายพื้นที่จนทรุด
สำหรับพรรคทางเลือกใหม่ มีแกนนำสำคัญ คือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หรือ "เต้ พระราม 7" และ นายสรสินธุ ไตรจักรภพ ประธานอาวุโสของ "กลุ่มศรีเทพไทย" ร่วมเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรค
ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่ช่วงสาย ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 39 เขตออกเสียงที่ 6 กรุงเทพฯ ในลำดับที่ 101 โดยระหว่างเดินเข้าหน่วยเลือกตั้ง นายชูวิทย์ ได้ชูกำปั้นขวา พร้อมกล่าวกับประชาชนที่ทักทายให้กำลังใจว่า ไม่ใช่นักการเมืองแล้ว พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยให้ตั้งสมาธิและระลึกถึงประเทศชาติและประชาธิปไตย “ใน 5 วินาที” พร้อมย้ำว่า “เป็นการใช้เสียงผ่านบัตรใบเดียวตามสิทธิของแต่ละคน”
ภายหลังใช้สิทธิเลือกตั้งเสร็จสิ้น นายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศวันนี้ปลอดโปร่ง ประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างคึกคัก และการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากต้องกาบัตร 3 ใบ ได้แก่ บัตร สส.เขตสีชมพู บัตรเลือกพรรค และบัตรแสดงความเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นครั้งแรก พร้อมขอให้ประชาชนทำความเข้าใจขั้นตอนการลงคะแนน
นายชูวิทย์ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางอากาศร้อน พร้อมระบุว่า การเลือกตั้งระดับหลายล้านคน ย่อมมีโอกาสผิดพลาด ไม่ควรตำหนิ โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนอารมณ์ถึงความเห็นใจต่อผู้ที่อาสามาทำหน้าที่ พร้อมระบุว่ารู้สึกปลาบปลื้มใจในฐานะประชาชนที่เห็นการเสียสละดังกล่าว
ทั้งนี้ ยังได้เตือนประชาชนไม่ให้กาผิด เพราะจะทำให้เสียคะแนน และกล่าวถึงบรรยากาศที่มีผู้คนร้องไห้จำนวนมาก โดยเชื่อว่าอัตราการใช้สิทธิเลือกตั้งอาจสูงถึงร้อยละ 80
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวซื้อเสียง นายชูวิทย์ กล่าวว่า ย้ำให้ประชาชนเลือกพรรคที่ชอบ โดยคำนึงถึงประเทศชาติเป็นหลัก ตนจบภารกิจทางการเมืองแล้วและเพียงติดตามสถานการณ์ หวังว่าปีหน้าจะไม่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่บ่อยครั้ง
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา ไม่ควรเร่งจนถึงทางตัน พร้อมสะท้อนมุมมองต่อวัฏจักรการเมืองว่าเป็นกระบวนการที่หมุนเวียนไม่จบสิ้น
เมื่อถามว่า หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ประชาชนควรจับตาอย่างไร นายชูวิทย์ ระบุว่า ตนเข้าใจกระแสและบริบทการเมือง มองว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศต้องใช้เวลามากกว่าระยะสั้น เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกพรรคที่ชื่นชอบ
