svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ญี่ปุ่นเลือกตั้ง 2026 โพลชี้ทาคาอิจิจ่อแลนด์สไลด์ทลายสถิติ 300 ที่นั่ง

08 ก.พ. 2569

ญี่ปุ่นเปิดคูหาเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 2569 ท่ามกลางพายุหิมะ โพลชี้ "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" นายกฯ หญิงคนแรกจ่อคว้าชัยถล่มทลายกว่า 300 ที่นั่ง ชูนโยบายแก้ค่าครองชีพ-ระงับภาษีอาหาร 8% มัดใจเยาวชนและคนรุ่นใหม่กำหนดอนาคตแดนอาทิตย์อุทัย

การเลือกตั้งญี่ปุ่น 2026 ครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกที่ประกาศยุบสภาเพื่อขอฉันทามติจากประชาชนในการขับเคลื่อนนโยบายอนุรักษนิยมเชิงรุก ท่ามกลางบรรยากาศการลงคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ต้องเผชิญกับพายุหิมะพัดถล่มในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงโตเกียว อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวญี่ปุ่นยังคงออกมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่องเพื่อสะท้อนความต้องการในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งครั้งนี้

วิเคราะห์ที่นั่งและความมั่นคงทางการเมือง

ผลสำรวจความคิดเห็นจากสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Kyodo News และ Asahi Shimbun บ่งชี้ว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของทาคาอิจิ และพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Ishin) มีโอกาสคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้มากกว่า 300 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งเกินกว่าจำนวน 233 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น ชัยชนะในระดับ "แลนด์สไลด์" นี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณและนโยบายความมั่นคงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเพิ่มงบประมาณกลาโหมและการปรับโครงสร้างภาษีที่เคยสร้างความกังวลให้กับตลาดทุนในช่วงก่อนหน้านี้

ข้อมูลเพิ่มเติมและความท้าทายของรัฐบาลใหม่

นโยบายที่โดดเด่นของทาคาอิจิคือการประกาศระงับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Consumption Tax) ในหมวดอาหาร 8% เป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาภาระของครัวเรือน ซึ่งถือเป็นไพ่ตายที่มัดใจกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ (Gen Z และ Alpha) ที่ชื่นชอบในบุคลิกที่กล้าตัดสินใจของเธอ นอกจากนี้ ทาคาอิจิยังให้คำมั่นว่าจะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ และมีท่าทีที่แข็งกร้าวต่อประเด็นช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นจุดยืนที่ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมากจากกลุ่มอนุรักษนิยม

สรุปยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลทาคาอิจิ

  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: อัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือค่าครองชีพ 21.3 ล้านล้านเยน
  • ความมั่นคงเชิงรุก: เพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 2% ของ GDP และปลดล็อกการส่งออกอาวุธ
  • พลังงานแห่งอนาคต: เร่งรัดการกลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์และพัฒนา AI/Semiconductors
  • นโยบายต่างชาติ: เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองแรงงานต่างด้าวและการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยชาวต่างชาติ