svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

วิเคราะห์ Love Actually สไตล์ประชาธิปัตย์ "มาร์ค อภิสิทธิ์" เปิดใจผ่านป้ายกระดาษ ดีหรือดับ?

04 ก.พ. 2569

เจาะลึกแคมเปญหาเสียงล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ "มาร์ค อภิสิทธิ์" หยิบฉากในตำนานจากหนัง Love Actually มาสื่อสารใจถึงใจกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง งานนี้จะเป็นการเปิดใจเพื่อขอโอกาส หรือเป็นการลาจากอย่างสวยงาม?

คลิปหาเสียงล่าสุดที่พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยออกมา ถือว่าฮือฮาไม่น้อย เป็นภาพ “หัวหน้ามาร์ค” เคาะประตูบ้านหญิงสาว ซึ่งไม่ใช่สาวละอ่อน แต่เป็นสาวทรงภูมิ ดูมีฐานะ มีการศึกษา ไม่ใช่สาวใหญ่ใกล้ชรา แต่ก็ไม่ใช่วัยทีน เมื่อหญิงสาวเปิดประตูบ้าน “หัวหน้ามาร์ค” ที่ยืนรออยู่แล้ว ก็เปิดแผ่นป้ายที่เขียนข้อความบอกความในใจทีละป้าย สุดท้ายขอเป็น “ตัวเลือก” ในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ถือว่าสร้างความฮือฮาพอสมควร

แรงบันดาลใจจากหนังรักระดับตำนาน Love Actually

ด้านหนึ่งเพราะไอเดียของคลิปนี้ น่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แนว “ดราม่าใจฟู” ที่โด่งดังระดับโลก นั่นก็คือ Love Actually ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 หรือ พ.ศ. 2546 ซึ่งก็คือ 23 ปีมาแล้ว กำกับและเขียนบทโดย Richard Curtis มือเขียนบทระดับตำนานจากภาพยนตร์รักบานฉ่ำ Notting Hill และ About Time

ตัวหนังประสบความสำเร็จอย่างสูง กวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 246 ล้านดอลลาร์ เนื้อหาเป็นการร้อยเรียงเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบ ทั้งสุขและเศร้าของคู่รักหลายๆ คู่ หลายๆ บริบท เช่น นักร้องเพลงร็อกวัยเก๋ากับผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นยิ่งกว่าเพื่อน คู่รักที่พูดกันคนละภาษา สื่อสารด้วยวาจาไม่รู้เรื่อง แต่รักกันด้วยภาษาใจ เป็นต้น

ฉากสารภาพรักในตำนาน: To me, you are perfect

ส่วนเรื่องราวความรักที่พรรคประชาธิปัตย์หยิบมาเป็นไอเดียในการทำคลิปหาเสียง มาจากฉาก "ป้ายกระดาษ" ในตำนาน  เป็นเรื่องราวของ Mark ที่แสดงโดย Andrew Lincoln กับ Juliet แสดงโดย Keira Knightley โดย จูเลียต เพิ่งแต่งงานกับ ปีเตอร์ เพื่อนสนิทของมาร์ค ทั้งๆ ที่เขาหลงรักเธอมาเนิ่นนาน

รายละเอียดของฉากซึ่งกลายเป็นที่จดจำไปทั่วโลก คือ ในคืนคริสต์มาสอีฟ มาร์คไปเคาะประตูบ้านของจูเลียตกับปีเตอร์ เมื่อ จูเลียต เปิดประตู เขาขอให้เธอเงียบ แล้วให้อ้างกับสามีของเธอว่ามีคนมาร้องเพลงคริสต์มาส จากนั้นเขาเปิดวิทยุที่หิ้วมา เพื่อบรรเลงเพลง "Silent Night" แล้วค่อยๆ เปิดแผ่นกระดาษแข็งที่เขียนข้อความสารภาพความในใจทีละแผ่น โดยมีประโยคที่เป็นอมตะคือ "To me, you are perfect." แปลว่า สำหรับฉัน คุณสมบูรณ์แบบที่สุด

หลังจากเปิดข้อความบนกระดาษที่เตรียมมาจนจบแผ่นสุดท้าย มาร์คก็เดินจากไป พร้อมพูดกับตัวเองว่า "Enough. Enough now." แปลว่า “พอแล้วล่ะ แค่นี้พอแล้ว” เพื่อเป็นการปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน ความหมายของเรื่องราวในฉากนี้คือ ความรักที่ไม่ต้องการการครอบครอง เป็นการสารภาพเพื่อให้ตัวเองได้ "มูฟออน" มากกว่าการสารภาพเพื่อหวังจะแย่งชิง จุดเด่น คือ ความสุภาพและการให้เกียรติ ไม่ใช้เสียงพูด เพื่อป้องกันไม่ให้สามีที่อยู่ในบ้านได้ยิน และใช้การสื่อสารผ่านตัวอักษร ทำให้ดูจริงใจ เรียบง่าย แต่ทรงพลัง

จาก “มาร์ค บนแผ่นฟิล์ม” ถึงชีวิตจริง “มาร์ค ปชป.”

ไม่รู้เป็นความบังเอิญหรือจงใจ เพราะพระเอกของคลิป กับพระเอกในฉากนี้ของภาพยนตร์ เรื่อง Love Actually มีชื่อเดียวกันคือ “มาร์ค” นัยยะทางการเมืองที่ถอดออกมาได้จากคลิปวีดีโอนี้ ก็คือ

การเจาะกลุ่มเป้าหมาย “คนรุ่นใหญ่” ซึ่งก็คือ Gen X กับ เบบี้บูมเมอร์ ซึ่งน่าจะเป็นฐานแฟนของพรรคประชาธิปัตย์ คนกลุ่มนี้โตมากับหนังเรื่องนี้ การใช้ "มาร์ค - อภิสิทธิ์” มาสื่อสารผ่านแผ่นกระดาษ ให้ความรู้สึกเหมือน "เพื่อนเก่ามาเปิดใจ" มากกว่านักการเมืองมาสั่งหรือกดดันให้เลือกตัวเอง

เป็นการสร้างจุดต่างระหว่างประชาธิปัตย์ที่นำโดย “มาร์ค อภิสิทธิ์” กับการหาเสียงของพรรคอื่นที่เต็มไปด้วยเสียงตะโกน หรือคลิปตัดต่อเร็วๆ

แต่ความย้อนแย้งที่น่าพิจารณาก็คือ ฉากต้นฉบับของหนัง “มาร์ค” “ซึ่งเป็นตัวเอกของฉากนี้ จบเรื่องด้วย “ความผิดหวัง" พูดง่ายๆ คือ เป็นการสารภาพรักกับเมียเพื่อน เพื่อให้ตัวเอง "จบ" และมูฟออน เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรก็สมหวังไม่ได้

เทียบกับในคลิป หากตีความว่า "พรรคประชาธิปัตย์" หรือ "คุณอภิสิทธิ์" กำลังสารภาพรักกับประชาชนที่อาจจะปันใจไปให้พรรคอื่นแล้ว หรือตัดสินใจไปแล้ว เหมือน จูเลียต ที่แต่งงานไปแล้ว การชมคลิปนี้อาจจะถูกมองได้ว่า "เป็นการลาจากอย่างสวยงาม" ของคุณอภิสิทธิ์​กับพรรคประชาธิปัตย์ มากกว่า "การขอโอกาสกลับมาดูแลประชาชน” เพราะรู้ดีว่าถึงอย่างไรก็ไม่สมหวังกับผลการเลือกตั้งหรือเปล่า

แน่นอนว่าสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของประชาธิปัตย์ และกลุ่มคน Gen X ขึ้นไป น่าจะชื่นชอบหรือประทับใจกับคลิปนี้มากกว่าจะไม่ชอบ โดยเฉพาะการตอกย้ำภาพลักษณ์ "สุภาพบุรุษนักการเมือง" ของคุณอภิสิทธิ์อย่างแจ่มชัด และโดดเด่นแถวหน้าในบรรดาแคนดิเดตนายกฯทุกคน

ความเสี่ยงในสายตาคนรุ่นใหม่และฉากจบ Enough now!

แต่อีกด้านก็มีความเสี่ยงต่อกลุ่ม Swing Voter และคนที่ยังไม่ตัดสินใจ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อาจมองว่าเป็น “มุก Old School" หรือ "น้ำเน่า" เกินไปหรือไม่ ที่สำคัญสิ่งที่เขียนบนแผ่นป้ายจะมีน้ำหนักหรือแข็งแรงพอให้คนเปลี่ยนใจมาเลือกประชาธิปัตย์จริงๆ หรือ

งานนี้ต้องระวังฉากจบแบบในหนัง ก็คือ มาร์คพูดว่า Enough now! อาจถูกฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของ “มาร์ค อภิสิทธิ์” นำมาล้อเลียนในเชิงการเมืองว่า "พอแล้วสำหรับคุณอภิสิทธิ์" หรือเปล่า