"เอกนิติ" ดัน 4 ปีไทยติด TOP20 เศรษฐกิจโลก - 12 ปีเป็น ปท.รายได้สูง
23 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

"เอกนิติ" เดินหน้า กรอ. ชุดใหม่-ปลดล็อก 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ตั้งเป้า ศก.โต 3% - ดัน 4 ปีไทยติด TOP20 เศรษฐกิจโลก - เป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี
ข่าว
23 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

"เอกนิติ" เดินหน้า กรอ. ชุดใหม่-ปลดล็อก 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ตั้งเป้า ศก.โต 3% - ดัน 4 ปีไทยติด TOP20 เศรษฐกิจโลก - เป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จาก “เวทีรับฟังข้อเสนอ” ไปสู่ “กลไกร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนและผู้ประกอบการสัมผัสได้ โดยมีการกำหนดเป้าหมาย เจ้าภาพ ตัวชี้วัด และกรอบเวลาที่ชัดเจน โดย กรอ.มีเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจให้ขยายตัวสูงกว่า 3% จาก 2.7% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้เข้าใกล้ 30% ของ GDP และผลักดันขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขึ้นสู่กลุ่ม Top 20 ของโลกในระยะ 4 ปี และทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี พร้อมกำหนดให้มีตัวชี้วัดและการติดตามผลทั้งในระยะ 6 เดือน 12 เดือน และตลอดวาระรัฐบาล
จากการรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน กลุ่มอุตสาหกรรม สภาเอกชนและผู้ประกอบการในภาคส่วนต่าง ๆ สะท้อนปัญหาสำคัญตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้ขาดโอกาส แต่ติดคอขวดหลายด้านพร้อมกัน กรอ.ชุดนี้ จึงจะให้ภาคเอกชนมีบทบาทที่เข้มข้นมากขึ้น เพราะภาคเอกชนคือผู้ลงทุน ผู้สร้างนวัตกรรม ผู้สร้างงาน ผู้เชื่อมไทยกับตลาดโลก และผู้ทำให้ศักยภาพของประเทศกลายเป็นผลลัพธ์จริง และภาครัฐต้องปลดล็อค วางโครงสร้างพื้นฐาน ปรับกติกา และทำให้การทำงานของระบบราชการเร็วขึ้น ชัดขึ้น และสนับสนุนการแข่งขันได้มากขึ้น
กรอ.ชุดใหม่ จึงถูกออกแบบให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 4 เครื่องยนต์หลัก เพื่อให้การแก้ปัญหาไม่แยกส่วน แต่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ
• เครื่องยนต์ที่ 1: New Economy & Infrastructure Engine สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น Smart Electronics, Data Center, AI Infrastructure, Automotive แห่งอนาคต, พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มตัวเลขการลงทุนแต่ต้องทำให้การลงทุนใหม่ยกระดับเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ
• เครื่องยนต์ที่ 2: Trade & Localization Engine คือการเชื่อมเศรษฐกิจไทยกับตลาดโลก พร้อมกระจายโอกาสลงสู่พื้นที่และผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ผ่านการยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพ สินค้าและบริการไทย เกษตรและอาหารแห่งอนาคต Soft Powerการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าใหม่
• เครื่องยนต์ที่ 3: People Engine คือการพัฒนาคนไทยให้พร้อมกับเศรษฐกิจยุคใหม่เพราะปัญหาสำคัญของตลาดแรงงานวันนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการมีงานทำ แต่คือทักษะไม่ตรงกับความต้องการของเศรษฐกิจใหม่ จึงต้องเร่งยกระดับการศึกษา วิจัยและนวัตกรรมUpskill–Reskill และทักษะ AI และดิจิทัล เพื่อให้คนไทยไม่ตกขบวนและมีโอกาสได้งานคุณภาพมากขึ้น
• เครื่องยนต์ที่ 4: Government Engine คือการเปลี่ยนภาครัฐจากคอขวดให้เป็นผู้สนับสนุนการเติบโต ผ่านการลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล เพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และทำให้การอนุมัติ อนุญาต และบริการภาครัฐรวดเร็ว โปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้น
“ถ้ามองเศรษฐกิจเหมือนทีมฟุตบอล กองหลังคือเสถียรภาพการคลัง และเศรษฐกิจมหภาค กองกลาง คือ พลังงาน น้ำ กฎระเบียบ เทคโนโลยี และคน กองหน้า คืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต และภาคเอกชนที่จะทำประตูให้ประเทศ กรอ. คือ เวทีที่ทำให้ทีมเศรษฐกิจไทยเล่นเป็นทีมเดียวกัน” นายเอกนิติกล่าว
ที่ประชุมยังเห็นชอบในการตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะเพื่อขับเคลื่อนงานตาม 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ โดยแต่ละคณะจะต้องกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ Quick Big Win เป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนดำเนินงาน สำหรับระยะ 6 เดือน และ 1 ปี และ 4 ปี พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อ กรอ. ทุก ๆ 2 เดือน
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนหน้าต่างโอกาสครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลก ซึ่งวันนี้โลกกำลังจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนฐานการผลิต และพลังงาน อาหาร ดิจิทัล และภูมิรัฐศาสตร์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญของการลงทุน โอกาสครั้งนี้จะจะไม่มาถึงประเทศที่ยังทำงานแบบเดิม กรอ. ชุดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดทีมประเทศไทย โดยรัฐและเอกชน ต้องร่วมกันทำให้ไทยไม่ใช่เพียงผู้ตามของโลกใบใหม่ แต่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค และสร้างโอกาสใหม่ให้คนไทยทุกคน