ปลุกผี "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" เปิดตำนาน แคมเปญ เชิงยุทธศาสตร์
30 ม.ค. 2569 | natthanan_chu

ปลุกผี "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" เปิดตำนาน แคมเปญ เชิงยุทธศาสตร์
ข่าว
30 ม.ค. 2569 | natthanan_chu

ปลุกผี "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" เปิดตำนาน แคมเปญ เชิงยุทธศาสตร์
30 มกราคม 2569 สำหรับแคมเปญ “โหวตเชิงยุทธศาสตร์ - ไม่เลือกเรา เขามาแน่” หลายคนอาจจะจำได้ว่าเคยเกิดขึ้นเฉพาะการเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯกทม." เมื่อปี 2556 ที่พลิกเกมทำให้ “คุณชายหมู” หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ฉีกโพลทุกโพล เอาชนะ “บิ๊กจูดี้” พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ จากพรรคเพื่อไทย ไปได้ โดยทั้งคู่ได้คะแนนเกินล้าน
แต่หลายคนอาจจะจำไม่ได้แล้วว่า ต้นตำรับแคมเปญ ”ไม่เลือกเรา เขามาแน่” เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นนานมาก คือตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2548
ยุคที่ นายทักษิณ ชินวัตร กำลังรุ่ง คะแนนนิยมพุ่งถึงขีดสุด หลังประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ 4 ปีแรก แต่ในสายตาของคนอีกจำนวนไม่น้อย นายทักษิณก็มีพฤติกรรม “เผด็จการรัฐสภา” ใช้เสียงข้างมากเด็ดขาดปิดกั้นการตรวจสอบ และพยายามส่งคนเข้าไปครอบงำองค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ
แต่คุณทักษิณ ก็ยังเดินหน้าควบรวมพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ได้เสียงข้างมากมากขึ้นไปอีก เรียกว่า “แบบเบ็ดเสร็จ” โดยยึดต้นแบบสิงคโปร์กันเลยทีเดียว คือมีฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายค้านทำหน้าที่ไม่ได้ เสียงไม่พอยื่นตรวจสอบ (เมื่อก่อนต้องได้ สส. 1 ใน 5 จึงจะยื่นซักฟอกได้)
นอกจากนั้นยังมีการใช้อำนาจของ ปปง. ดีเอสไอ ตรวจสอบเส้นทางเงิน และการเสียภาษีของศัตรูทางการเมือง / มีนโยบายปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดขั้นรุนแรง จนเกิดปรากฏการณ์ “ฆ่าตัดตอน” มากถึง 2,500 ศพ
เหตุนี้เอง แม้นายทักษิณ จะมีเสียงข้างมาก และมีคะแนนนิยมสูง แต่ก็ถูกมองแง่ลบจากอีกฝ่าย โดยเฉพาะด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้เสียงข้างมากให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง และบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
โดยผู้ที่ใช้ม็อตโต้นี้เป็นคนแรก คือ นายสัญญา สถิรบุตร อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (เคยอยู่พรรคประชากรไทย มาก่อน) โดยป้ายหาเสียงที่ใช้จริง ใช้คำว่า “ถ้าท่านไม่เลือกเรา..เขามาแน่” คล้ายๆ ขู่หรือกดดันคนลงคะแนน ว่าถ้าไม่เลือกประชาธิปัตย์ ฝ่ายที่ใช้อำนาจรัฐแบบ “เผด็จการรัฐสภา” จะกลับมา
แคมเปญนี้ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งยุคนั้น แต่โดนใจคนจำนวนมาก โดยเฉพาะฝ่ายที่ต่อต้านระบอบทักษิณ ที่เหมือนเป็นเสียงส่วนน้อย เพราะเลือกตั้งกี่ครั้งก็แพ้ทุกครั้ง จึงถูกใช้เป็นแคมเปญรณรงค์หาเสียงในเวลาต่อมา
โดยเฉพาะในสนาม กทม. ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จ กวาดที่นั่ง สส.กทม. และผู้ว่าฯกทม.ได้ทุกครั้ง เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับรัฐบาลคุณทักษิณ และรัฐบาลชุดอื่นๆ ที่เป็นเครือข่ายของคุณทักษิณในยุคต่อๆ มา หลังจากคุณทักษิณถูกปฏิวัติ และถูกดำเนินคดี จนไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้
โดย “สีน้ำเงิน” นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ แม่ทัพหาเสียง กทม.ของภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า
“รอบนี้จริงๆ มีแค่ 2 ฝั่ง มีแค่เรามุมน้ำเงิน กับอีกมุมหนึ่ง ไม่เลือกเรา เขามาแน่ ก็ขอร้องพี่น้องทุกคนว่าถ้าอยู่ฝั่งเรา ซึ่งก็คงประกอบด้วยหลายๆ สี แต่แน่นอนว่าคงรู้ว่า เลือกสีอื่นไปก็คะแนนแตก เสียงหาย คะแนนทิ้งน้ำแน่นอน ก็ขอให้ทุกๆ ท่านที่อยู่ฝั่งเรามาเลือกภูมิใจไทย เพื่อให้ภูมิใจไทยได้เป็นหัวหน้ามุมน้ำเงิน”
ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพเลือกตั้งภาคใต้ ค่าย “สีน้ำเงิน” ย้ำอีกรอบว่า
“ขอฝากเพื่อนๆ ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ว่าพวกเราควรจะเลือก หรือต้องเลือก หรือต้องตัดสินใจว่าต้องเลือกใครกันแน่ ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ใช่มีทหารไว้ทำอะไร”