ต่อข้อซักถามกรณีกระแสข่าวว่าพื้นที่ภาคใต้มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันอย่างรุนแรง จะเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายของพรรคหรือไม่
นายจตุพร กล่าวว่า หากกระแสข่าวดังกล่าวเป็นความจริงถือเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยที่รุนแรงมาก หัวละ 7,500 บาท
คนที่ซื้อต้องใช้เงินมากมายขนาดไหน แล้วคิดหรือว่าเขาจะไม่โกงกินถอนทุนคืน พรรคโอกาสใหม่ขอเรียกร้องประชาชนสั่งสอนผู้ซื้อเสียง โดยการไม่ลงคะแนนให้ และพรรคก็จะไม่ก้มหัวให้คนโกง ขณะเดียวกันเชื่อว่าแนวทางทำการเมืองสร้างสรรค์ นโยบายที่ดี ผู้สมัครที่ทำเพื่อประชาชน สามารถต่อสู้กับการซื้อเสียงได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยโชว์วิสัยทัศน์ที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ว่า ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ที่สามารถพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขประชาชน ตัวอย่างในพื้นที่ลานสกา มีของดีทั้งมังคุด ทุเรียน อากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ และในฐานะที่เคยบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติมาก่อน เห็นปัญหาที่ขวางกั้นอยู่ เช่นวันนี้ ประชาชนมีหนี้สินมาก ขาดที่ดินทำกิน น้ำท่วมน้ำแล้ง สิ่งเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขทันทีหากเลือกพรรคโอกาสใหม่
ด้านผู้สมัครพรรคโอกาสใหม่นครศรีธรรมราชเขต 3 ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง เขต 4 นายสิทธิรัก ทิพย์อักษร เขต 7 นายไสว เลื่องสีนิล แสดงความคิดเห็นตรงกันว่า ขอยืนยันว่าขณะนี้มีกระบวนการซื้อเสียงในพื้นที่รุนแรงมาก จึงอยากให้ กกต. เข้มแข็งในการตรวจสอบป้องกันการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้งอย่างจริงจัง เพราะการซื้อเสียงนอกจากทำลายระบบประชาธิปไตยแล้ว ยังนำไปสู่การคอร์รัปชัน โกงกินงบประมาณที่จะพัฒนาให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“ผมยืนยันได้ว่าขณะนี้กระบวนการซื้อเสียงเลือก ส.ส. เกิดขึ้นรุนแรงมาก การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสูงถึงหัวละ 2,000 บาท และครั้งนี้จะต้องสูงกว่าหัวละ 2,000 อย่างแน่นอน ซึ่งไม่แน่ว่าอาจสูงถึง 7,500 บาทตามที่เป็นข่าว” นายสัณหพจน์ กล่าว